ใน

Google เริ่มใช้ ระบบจำกัดการใช้งาน Gemini แบบใหม่ แต่… ผู้ใช้เริ่มไม่พอใจ

Google เริ่มใช้ ระบบจำกัดการใช้งาน Gemini แบบใหม่ ที่คำนวณตามความซับซ้อนของคำสั่ง และฟีเจอร์ที่ใช้งาน ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากเริ่มแสดงความไม่พอใจ โดยเฉพาะผู้สมัครแพ็กเกจแบบเสียเงิน

Google เริ่มใช้ ระบบจำกัดการใช้งาน Gemini แบบใหม่ ผู้ใช้เริ่มไม่พอใจ

Google ประกาศปรับ ระบบจำกัดการใช้งาน Gemini (Usage Limits) แบบใหม่หลังงาน Google I/O 2026 โดยเปลี่ยนมาใช้ระบบคำนวณตาม “ปริมาณการประมวลผล” หรือ Compute-Based Usage Limits

ระบบใหม่นี้จะพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น ความซับซ้อนของ Prompt, ความยาวของบทสนทนา และฟีเจอร์ที่ถูกใช้งาน โดยคำสั่งที่ใช้พลังประมวลผลสูง เช่น การสร้างวิดีโอ การเขียนโค้ด หรือการใช้งาน AI ขั้นสูง จะใช้โควตามากกว่าคำสั่งข้อความทั่วไป

Google ระบุว่า วิธีนี้ช่วยจัดสรรทรัพยากรได้เหมาะสมกว่าเดิม เพราะ Prompt แบบข้อความธรรมดาใช้พลังประมวลผลน้อยกว่าคำสั่งที่ซับซ้อนมาก

ระบบใหม่จะมีทั้งโควตารายสัปดาห์ และโควตาที่รีเซ็ตทุก 5 ชั่วโมง

สำหรับแพ็กเกจใช้งานแบบเสียเงิน Google เริ่มแสดงตัวเลขเปรียบเทียบชัดเจนมากขึ้น โดย AI Plus ราคา 7.99 ดอลลาร์ต่อเดือน จะได้โควตาเพิ่มเป็น 2 เท่าของผู้ใช้ฟรี ขณะที่ AI Pro ราคา 19.99 ดอลลาร์ต่อเดือน จะได้ 4 เท่าของผู้ใช้ฟรี

ส่วนแพ็กเกจ AI Ultra ราคา 100 และ 200 ดอลลาร์ต่อเดือน จะได้โควตาสูงขึ้นเป็น 5 เท่า และ 20 เท่าของ AI Pro ตามลำดับ

Google ส่งอีเมลแจ้งผู้ใช้ว่า ระบบใหม่เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค. 2026 พร้อมระบุว่า สมาชิก AI Pro จะได้รับโควตาการใช้งานสูงกว่าผู้ใช้ฟรี 4 เท่า

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้จำนวนมากเริ่มแสดงความไม่พอใจกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ โดยบางส่วนมองว่า Google ใช้ถ้อยคำเปรียบเทียบกับแพ็กเกจฟรี แทนที่จะเปรียบเทียบกับโควตาเดิมของแพ็กเกจ Pro ที่เคยให้มากกว่านี้

ผู้ใช้บางส่วนยังมองว่า AI Pro มีความคุ้มค่าต่อราคาลดลง แม้จะมีฟีเจอร์เสริมอื่นรวมอยู่ด้วย ขณะที่อีกหลายคนมองว่า ข้อจำกัดใหม่นั้นเข้มงวดขึ้นอย่างชัดเจน

รายงานยังระบุว่า Gemini 3.5 Flash ใช้ทรัพยากรมากกว่ารุ่น Flash เดิมอย่างชัดเจน โดยผู้ใช้บางรายพบว่า Prompt เพียงครั้งเดียวสามารถใช้โควตาในรอบ 5 ชั่วโมงไปหลายเปอร์เซ็นต์

Google ดูเหมือนจะรับรู้ถึงกระแสตอบรับดังกล่าวบางส่วนแล้ว โดยล่าสุดได้เพิ่ม Rate Limits ของ Antigravity ขึ้นถาวร 3 เท่า

Google ระบุว่า ความต้องการใช้งาน AI ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก รวมถึงปัญหาการขาดแคลนฮาร์ดแวร์ด้าน AI เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้บริษัทต้องเริ่มจำกัดการใช้งานมากขึ้น

ผู้ใช้สามารถตรวจสอบโควตาการใช้งาน Gemini ของตนเองได้ที่ gemini.google.com/usage

ที่มา: 9to5Google

ความคิดเห็น - Like เพจ iPhoneMod.net

เขียนโดย Thitirath Kinaret

เต้นท์ iMoD : ป.ตรี วิศวกรรมซอฟต์แวร์ ป.โท บริหารธุรกิจ ม.พายัพ ชอบความสวยงามแบบเรียบง่าย ตามแบบฉบับของ Apple @Contact : facebook.com/tentzy