ใน

iOS 27 มาพร้อม RAW 9 ลดนอยส์ เพิ่มรายละเอียดได้ดีกว่าเดิม

iOS 27 มาพร้อม RAW 9 ใช้ ระบบ Machine Learning ปรับปรุงการประมวลผล ไฟล์ภาพ RAW ให้คมชัด และ ลดนอยส์ ได้ดีกว่าเดิม แม้จะเป็นการนำภาพจากกล้องรุ่นเก่ามาประมวลผลใหม่ก็ตาม

iOS 27 มาพร้อม RAW 9 ลดนอยส์ เพิ่มรายละเอียดได้ดีกว่าเดิม

ใน iOS 27 และระบบปฏิบัติการอื่น ๆ, Apple ได้เปิดตัวเอนจินการประมวลผลภาพ RAW ระดับระบบ (System-level) เวอร์ชันใหม่ ซึ่งมีการนำเทคโนโลยี Machine Learning เข้ามาช่วยยกระดับรายละเอียดของภาพ และลดนอยส์ (Noise) ได้อย่างมหาศาล รวมถึงยังสามารถนำไปใช้ประมวลผลภาพ RAW รุ่นเก่าให้มีคุณภาพดีขึ้นได้อีกด้วย

RAW เป็นรูปแบบไฟล์ภาพที่เก็บข้อมูลดิบจากเซนเซอร์ของกล้องโดยตรงโดยไม่มีการบีบอัด ช่วยให้ช่างภาพมีความยืดหยุ่นในการปรับแต่งองค์ประกอบต่าง ๆ ของภาพได้มากกว่าปกติ ไม่ว่าจะเป็นการปรับความสว่าง (Exposure), สีสัน (Color) หรือสมดุลแสงสีขาว (White Balance)

ระบบประมวลผล RAW 9 ใหม่ล่าสุดใน iOS 27

Apple มีระบบ Pipeline สำหรับการประมวลผลไฟล์ RAW จากกล้องภายนอก (Third-party cameras) ที่เปิดให้นักพัฒนาใช้งานผ่าน Core Image ซึ่งในปัจจุบันรองรับการตั้งค่า และการปรับจูน (Calibrations) เฉพาะของกล้องแต่ละรุ่นมากกว่า 800 รุ่นทั่วโลก โดยมีการอัปเดตรายชื่อกล้องที่รองรับอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ใช้งานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์

ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา Apple ได้อัปเดตอัลกอริทึมการประมวลผล RAW มาแล้วถึง 8 ครั้ง เพื่อพัฒนาวิธีการจัดการข้อมูลจากเซนเซอร์ ไม่ว่าจะเป็นการทำ Demosaicing, การลดสัญญาณรบกวน (Denoising) รวมถึงการปรับปรุงค่า White Balance, Exposure และโทนสีให้มีความแม่นยำ และเป็นธรรมชาติมากที่สุด

การทำงานของระบบประมวลผลภาพ RAW 9

สำหรับใน iOS 27, macOS 27 และ iPadOS 27 นี้ Apple ได้แนะนำการประมวลผลแบบ RAW 9 ซึ่งทาง Apple ระบุว่าเป็นการ “อัปเดตครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา” โดย David Hayward วิศวกรด้าน Core Image ของ Apple ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ในเซสชัน WWDC26 หัวข้อ Enhance RAW image processing with Core Image ไว้ดังนี้

“[RAW 9] จะช่วยปรับปรุงการแสดงผลของไฟล์ RAW ได้อย่างน่าทึ่ง โดยสร้างขึ้นบนโมเดล CoreML แบบแบ่งส่วน (Tiled model) ที่ผสานการทำงานระหว่างการทำ Demosaic และ Denoise เข้าด้วยกันเพื่อให้ได้คุณภาพสูงสุด และโมเดลนี้ยังรันบนตัวเครื่อง (On-device) โดยใช้คอร์ประมวลผลของ Apple Neural Engine เพื่อประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีที่สุด”

ภายในเซสชันดังกล่าว Hayward ได้แสดงตัวอย่างการทำงานของ RAW 9 ในสถานการณ์จริงหลายรูปแบบ พร้อมเปรียบเทียบผลลัพธ์ระหว่าง RAW 8 และข้อมูล RAW ดั้งเดิมจากเซนเซอร์ที่ยังไม่ผ่านการประมวลผล เพื่อให้เห็นความแตกต่างที่ชัดเจนขึ้น

ตัวอย่างแรกคือ การซูมเข้าไปในภาพที่มี Noise ต่ำจากกล้อง Sony Alpha 7 II ซึ่งปกติภาพจาก RAW 8 ก็ดูดีอยู่แล้ว แต่เมื่อนำมาประมวลผลด้วย RAW 9 จะพบว่าภาพมีความคมชัด และใส เคลียร์กว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะตัวหนังสือขนาดเล็กที่สามารถอ่านได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

ประสิทธิภาพการลด Noise ในภาพความไวแสงสูง

ความแตกต่างจะยิ่งชัดเจนมากขึ้นเมื่อดูภาพที่มี Noise สูงมาก เช่น ภาพจากกล้อง Canon 5D Mark III ที่ใช้ ISO สูงถึง 51,200 ซึ่งเดิมมีสัญญาณรบกวนทั้ง Luma และ Chroma Noise จนแทบแยกสีไม่ออก แต่เมื่อใช้ RAW 9 ผลลัพธ์ที่ได้นั้นดีกว่าอัลกอริทึมเดิมอย่างเห็นได้ชัด สีสันมีความถูกต้อง ชัดเจน และแม้แต่ส่วนที่สะท้อนแสงแวววาว (Specular highlights) ก็ยังแสดงผลออกมาให้เห็นได้

ตัวอย่างสุดท้ายคือ ภาพที่ถ่ายด้วย Fujifilm X-T5 ที่ ISO 12,800 ซึ่งกล้องรุ่นนี้มีรูปแบบเซนเซอร์ที่ไม่เหมือนใคร ทำให้การทำ Demosaic เป็นเรื่องที่ท้าทายมาก โดยผลลัพธ์จาก RAW 8 เดิมจะพบร่องรอยของสีที่ผิดเพี้ยน (Color artifacts) และสูญเสียรายละเอียดในบางส่วนไป แต่ใน RAW 9 นั้น ข้อความขนาดเล็ก และรายละเอียดพื้นผิวจะมีความชัดเจน และคมชัดกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

สำหรับนักพัฒนา เซสชันนี้ยังได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับการเปิดใช้งาน RAW 9, การปรับแต่งประสิทธิภาพสำหรับการแก้ไขภาพ และการส่งออกไฟล์ภาพ (Exporting) รวมถึงข้อมูลเทคนิคเชิงลึกอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาแอปพลิเคชันด้านการถ่ายภาพ

ข้อมูลเพิ่มเติม https://developer.apple.com/videos/play/wwdc2026/305/

ที่มา: 9to5Mac

ความคิดเห็น - Like เพจ iPhoneMod.net

เขียนโดย Thitirath Kinaret

เต้นท์ iMoD : ป.ตรี วิศวกรรมซอฟต์แวร์ ป.โท บริหารธุรกิจ ม.พายัพ ชอบความสวยงามแบบเรียบง่าย ตามแบบฉบับของ Apple @Contact : facebook.com/tentzy