สรุปงาน Google I/O 2026 เปิดตัว Gemini 3.5, Gemini Omni, Gemini Spark, AI Search, Android XR Glasses และ AI Agent รุ่นใหม่ทั่วทั้งระบบ Google
สรุปงาน Google I/O 2026
เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 20 พ.ค. 2026 (ตามเวลาไทย), Google จัดงาน Google I/O 2026 พร้อมเปิดตัวเทคโนโลยี AI ชุดใหญ่ ครอบคลุมทั้ง Gemini, Search, Android XR, YouTube, Workspace และระบบ AI Agent รุ่นใหม่
Google ประกาศเข้าสู่ “Agentic Gemini Era”
Google เปิดวิสัยทัศน์ใหม่ในงาน Google I/O 2026 โดย Sundar Pichai (CEO ของ Google) ระบุว่า Google กำลังก้าวเข้าสู่ “Agentic Gemini Era” หรือยุคที่ AI Agent จะสามารถช่วยทำงานแทนผู้ใช้ได้อย่างต่อเนื่อง ชาญฉลาด และทำงานเบื้องหลังได้ตลอดเวลา
Google ระบุว่าในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา บริษัทเร่งพัฒนา AI ครั้งใหญ่ พร้อมผลักดัน Gemini ให้กลายเป็นหัวใจสำคัญของผลิตภัณฑ์ทั่วทั้งระบบ Google
AI ของ Google เติบโตแบบก้าวกระโดด
Google เปิดเผยว่า ปัจจุบันระบบของบริษัทประมวลผลมากกว่า 3.2 Quadrillion Tokens ต่อเดือน เพิ่มขึ้นประมาณ 7 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน

เมื่อสองปีก่อน Google ประมวลผลเพียง 9.7 ล้านล้าน Tokens ต่อเดือน ก่อนเพิ่มเป็น 480 ล้านล้าน Tokens และล่าสุดทะลุระดับ Quadrillion แล้ว
ขณะเดียวกันมีนักพัฒนากว่า 8.5 ล้านคนใช้งานโมเดล AI ของ Google ในแต่ละเดือน และระบบ API กำลังประมวลผลประมาณ 19 พันล้าน Tokens ต่อนาที
Google ยังเปิดเผยว่าในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา มีลูกค้า Google Cloud มากกว่า 375 ราย ที่ประมวลผลเกิน 1 ล้านล้าน Tokens แล้ว
Gemini และ Search โตต่อเนื่อง
Google ระบุว่า ปัจจุบันบริษัทมีผลิตภัณฑ์มากถึง 13 บริการที่มีผู้ใช้งานเกิน 1 พันล้านคน และมี 5 บริการที่มีผู้ใช้งานเกิน 3 พันล้านคน

AI Overviews บน Google Search มีผู้ใช้งานมากกว่า 2.5 พันล้านคนต่อเดือน ขณะที่ AI Mode มีผู้ใช้งานทะลุ 1 พันล้านคนต่อเดือนแล้วเช่นกัน
ด้าน Gemini App เติบโตอย่างรวดเร็ว จากประมาณ 400 ล้านคนต่อเดือนเมื่อปีที่แล้ว ล่าสุดเพิ่มเป็นมากกว่า 900 ล้านคนต่อเดือน พร้อมจำนวนคำสั่งใช้งานต่อวันที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 7 เท่า
Google ยังเปิดเผยว่ามีการสร้างภาพผ่านโมเดล Nano Banana มากกว่า 50,000 ล้านภาพทั่วโลกแล้ว
Gemini Omni โมเดลสร้าง “ทุกอย่างจากทุก Input”
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่สุดของงานคือ Gemini Omni โมเดล AI ใหม่ที่ Google ระบุว่าสามารถ “สร้างอะไรก็ได้จากทุก Input” ไม่ว่าจะเป็นข้อความ ภาพ เสียง หรือวิดีโอ
Gemini Omni รองรับการแก้ไขวิดีโอผ่านการสนทนา สามารถเปลี่ยนฉาก เพิ่มวัตถุ ปรับมุมกล้อง และเปลี่ยนสไตล์วิดีโอได้ด้วยภาษาธรรมชาติ โดยยังรักษาความต่อเนื่องของตัวละคร และองค์ประกอบในฉากได้แม้มีการแก้ไขหลายรอบ
Google ระบุว่า Gemini Omni มีความเข้าใจโลกจริงดีขึ้น ทั้งแรงโน้มถ่วง พลังงานจลน์ และพฤติกรรมของวัตถุ ทำให้สร้างวิดีโอที่สมจริงกว่าเดิม
Google เปิดตัว Gemini Omni Flash เป็นโมเดลแรกในตระกูล Omni และเริ่มเปิดใช้งานแล้ววันนี้ผ่านแอป Gemini, Google Flow และ YouTube Shorts พร้อมเตรียมเปิด API สำหรับนักพัฒนา และองค์กรในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
Gemini 3.5 Flash และ Gemini 3.5 Pro
Google ยังเปิดตัว Gemini 3.5 Flash ซึ่ง Sundar Pichai ระบุว่าเป็นโมเดลที่รวม “Frontier Intelligence กับ Action” เข้าไว้ด้วยกัน
“Frontier Intelligence” เป็นคำที่บริษัท AI ใช้เรียก “ระดับความสามารถสูงสุดของโมเดล AI ในยุคนั้น” หรือ AI ที่อยู่แนวหน้าของอุตสาหกรรม คำว่า Frontier ในที่นี้หมายถึง “แนวหน้า” หรือ “ขอบเขตล่าสุดของเทคโนโลยี”
Google อ้างว่า Gemini 3.5 Flash มีประสิทธิภาพสูงกว่า Gemini 3.1 Pro ในหลาย Benchmark และเร็วกว่า Frontier Models อื่นสูงสุด 4 เท่าในด้าน Output Speed


อีกจุดสำคัญคือ Google ระบุว่า Gemini 3.5 Flash มีต้นทุนต่ำกว่าคู่แข่งระดับ Frontier Models มากกว่า 50%
ส่วน Gemini 3.5 Pro อยู่ระหว่างการทดสอบภายใน และจะเปิดตัวเดือนหน้า
Gemini Spark, AI Agent ทำงานแทนผู้ใช้ตลอด 24 ชั่วโมง
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ Gemini Spark ซึ่ง Google อธิบายว่าเป็น “24/7 Personal AI Agent”
Spark ทำงานผ่าน Virtual Machines บน Google Cloud และสามารถทำงานเบื้องหลังได้แม้ผู้ใช้จะปิดคอมพิวเตอร์ ระบบรองรับงานหลายขั้นตอน การวางแผน Subtasks, การเชื่อมบริการ Google และรองรับ แอป Third-party ผ่าน MCP

Google ระบุว่า Spark สามารถรับคำสั่งผ่านแอป Gemini รวมถึงผ่านอีเมลหรือข้อความได้ในอนาคต โดยจะเริ่มเปิด Beta ให้สมาชิก Google AI Ultra ในสหรัฐฯ สัปดาห์หน้า และจะรองรับ Chrome ภายในกลางปี 2026 นี้
แอป Gemini ดีไซน์ใหม่
Google ยังปรับดีไซน์แอป Gemini ใหม่ทั้งหมดด้วยแนวทาง “Neural Expressive” เพิ่ม Animation แบบ Fluid สีสันสดขึ้น, Haptic Feedback และ Typography ใหม่ บนทั้ง iOS, Android และ Desktop
นอกจากนี้ยังเพิ่ม Regional Dialects หรือสำเนียงท้องถิ่นหลายแบบ ซึ่งจะเริ่มทยอยเปิดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

Gemini บน Mac
Google ยังเปิดตัวความสามารถใหม่ของ Gemini บน macOS โดยผู้ใช้สามารถเลือกไฟล์ใน Finder แล้วกดปุ่ม Function เพื่อสั่ง Gemini ด้วยเสียงได้ทันที

Google สาธิตการให้ Gemini ดึงข้อมูลจาก Finder อ่านรูปภาพ และสร้างอีเมลผ่าน Gmail บน Chrome ผ่านคำสั่งเสียงโดยตรง
ฟีเจอร์ Voice Support และ Gemini Spark สำหรับ Mac จะเปิดตัวช่วงกลางปี 2026 นี้
Google Search กำลังกลายเป็น AI Search
Google ประกาศชัดเจนว่า “Google Search is AI Search”
AI Overviews และ AI Mode ถูกนำมารวมเป็นระบบเดียว พร้อมอัปเกรดด้วย Gemini 3.5 Flash
Search Box ใหม่รองรับทั้งรูปภาพ วิดีโอ ไฟล์ และ Chrome Tabs นอกเหนือจากข้อความ พร้อมช่วยตั้งคำถามและขยาย Context ได้ดีกว่าเดิม
Google เรียกนี่ว่าเป็น “การอัปเกรด Search Box ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 25 ปี”
AI Agents ใน Search
Google ยังเพิ่ม Information Agents ใน Search ที่สามารถทำงานเบื้องหลังได้ตลอด 24 ชั่วโมง เช่น ติดตามราคาสินค้า แจ้งเตือนการเติมสินค้า เฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงบนเว็บไซต์ และติดตามตลาดหุ้น
Search ยังเพิ่มความสามารถด้าน Agentic Coding ผ่าน Gemini 3.5 Flash และ Antigravity เพื่อให้ระบบสามารถสร้าง Dashboard, Widgets, Trackers และ Mini Apps ตามคำถามของผู้ใช้ได้แบบ Dynamic
ฟีเจอร์นี้จะเริ่มทยอยเปิดตัวช่วงกลางปี 2026 นี้

Universal Cart และ AI Shopping
Google เปิดตัว Universal Cart ระบบตะกร้าสินค้าอัจฉริยะที่ทำงานข้ามทั้ง Search, Gemini, YouTube, Gmail และเว็บไซต์ร้านค้า
ระบบสามารถติดตามส่วนลด ราคาย้อนหลัง สินค้าเติมสต็อก รวมถึงช่วยตรวจสอบความเข้ากันได้ของสินค้า
Google ยังเปิดตัว Agent Payments Protocol ที่อนุญาตให้ AI Agent ซื้อสินค้าแทนผู้ใช้ได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด โดยฟีเจอร์นี้จะเริ่มใช้งานผ่าน Gemini Spark ภายในปีนี้

Ask YouTube, Docs Live และ Pics
YouTube เพิ่มฟีเจอร์ Ask YouTube ระบบค้นหาแบบ Conversational AI ที่รองรับคำถามต่อเนื่อง และบริบทผู้ใช้ สามารถถามคำถามยาวหรือค้นหาเนื้อหาเฉพาะทางได้ง่ายขึ้น

Google Docs เพิ่ม Docs Live ที่ช่วยให้ผู้ใช้พูดไอเดียหรือ “Brain Dump” แล้ว Gemini จะช่วยสร้างเอกสารให้อัตโนมัติผ่านคำสั่งเสียง
Google ยังเปิดตัว Google Pics เครื่องมือสร้างภาพ และออกแบบคล้าย Canva ภายใน Workspace รวมถึง Stitch เครื่องมือสร้างแอป และเว็บไซต์แนวเดียวกับ Figma

Android XR Audio Glasses
Google เปิดตัว Android XR Audio Glasses แว่นอัจฉริยะรุ่นใหม่ที่ทำงานร่วมกับ Gemini รองรับการฟังเพลง โทรศัพท์ ถ่ายภาพ ใช้งานแอป และรับคำตอบจาก Gemini ผ่านเสียงเข้าหูผู้ใช้โดยตรง
โดย Google พัฒนาดีไซน์ร่วมกับ Gentle Monster และ Warby Parker พร้อมพัฒนาฮาร์ดแวร์ร่วมกับ Samsung โดยแว่นรองรับทั้ง Android และ iPhone และจะเริ่มเปิดตัวช่วงปลายปีนี้
Antigravity 2.0 และ Android Halo
Google ยังเปิดตัว Antigravity 2.0 ระบบ Coding AI รุ่นใหม่ที่ใช้ Gemini 3.5 Flash เวอร์ชันปรับแต่งพิเศษ
Google ระบุว่า Antigravity 2.0 เร็วกว่า Frontier Models อื่นสูงสุด 12 เท่าในบางงาน
บน Android, Google ยังเปิดตัว Android Halo ระบบแสดงสถานะ AI Agent ด้านบนหน้าจอ เพื่อให้ผู้ใช้ติดตามการทำงานของ Agent ได้แบบเรียลไทม์
ระบบตรวจสอบคอนเทนต์ AI
Google ยังขยายการใช้งาน SynthID และ C2PA Content Credentials เพื่อช่วยตรวจสอบว่าเนื้อหาถูกสร้างด้วย AI หรือไม่
ปัจจุบัน SynthID ถูกใช้กับภาพ และวิดีโอมากกว่า 100 พันล้านรายการ รวมถึงเสียงรวมกว่า 60,000 ปี
Google ยังประกาศว่า OpenAI, Kakao และ Eleven Labs เข้าร่วมรองรับ SynthID แล้วเช่นกัน

Google AI Ultra ราคาใหม่
Google ยังเปิดตัวแพ็กเกจ Google AI Ultra ราคาใหม่ที่ 100 ดอลลาร์ต่อเดือน พร้อมลดราคาแพ็กเกจระดับสูงสุดจาก 250 ดอลลาร์ เหลือ 200 ดอลลาร์ต่อเดือน
Google ระบุว่าฟีเจอร์จำนวนมากเริ่มทยอยเปิดใช้งานแล้ววันนี้ และอีกหลายระบบจะเปิดตัวภายในปี 2026 นี้
ที่มา: Google
