, , , ,

การตั้งค่าให้ iOS 11 ไหลลื่นและประหยัดแบตเตอรี่


Save Battery After Update Ios 11

หลังจากที่อัปเดต iOS 11 กันเรียบร้อยแล้ว หลายคนอาจจะรู้สึกว่าแบตเตอรี่หมดไวขึ้น มาชมวิธีการตั้งค่า iPhone และ iPad ให้ใช้งานได้อย่างไหลลื่นและประหยัดแบตเตอรี่หลังจากอัปเดต iOS 11

วิธีตั้งค่า iPhone, iPad ให้ประหยัดแบตเตอรี่ใน iOS 11

1. ตรวจสอบ Battery Life

สิ่งสำคัญในการประหยัดแบตเตอรี่อย่างแรกคือต้องตรวจสอบก่อนว่าแอปใดใช้แบตเตอรี่เยอะ

ไปที่ Setting > Battery > เลื่อนดู Battery Usage > แตะรูปไอคอนนาฬิกามุมบนขวา

1.check Battery Save Battery Ios 11

เห็นได้ว่ามีการแสดงการใช้งานแบตเตอรี่ว่าใช้งานแต่ละแอปนานแค่ไหน แล้วเราจะประหยัดแบตเตอรี่ได้อย่างไรดูข้อถัดไปเลย

2. ปิด Background App Refresh

Background App Refresh เป็นการทำงานเบื้องหลังถึงแม้ว่าเราจะปิดแอปไปแล้ว ซึ่งใช้ทรัพยากรอย่างหน่วยความจำและแบตเตอรี่ค่อนข้างเยอะ แนะนำว่าให้เลือกปิดแอปที่ไม่ค่อยได้ใช้และเลือกเปิดเฉพาะแอปที่ต้องการให้อัปเดตเท่านั้น เช่น Facebook, Line, Line@, อีเมล เป็นต้น

ไปที่ > Setting > General > Background App Refresh > เลือกปิดแอปที่ไม่ต้องการให้ Background App Refresh

2.close Background App Refresh 1 Save Battery Ios 11

หรือจะปิด Background App Refresh ทั้งหมด

ไปที่ > Setting > General > Background App Refresh > Background App Refresh

3.close Background App Refresh 2 Save Battery Ios 11

3. ปิด 4G เมื่อใช้ Wi-Fi

การเลือกเปิดเฉพาะ Wi-Fi จะทำให้ประหยัดแบตเตอรี่มากขึ้น ถ้าหากกลัวว่าจะลืมเปิด 4G เมื่อไม่ได้อยู่ในระยะที่มี Wi-Fi ก็สามารถตั้งค่าเปิด Cellular ในบางแอปที่เราต้องการติดตามตลอดเวลาได้

เปิด Control Center > แตะปิดไอคอน Cellular

4.open Wi Fi Save Battery Ios 11

4. ปิด Wi-Fi, Bluetooth และ Air Drop

หากไม่ใช้การเชื่อมต่อใดๆ ใน Control Center เช่น Wi-Fi, Bluetooth หรือ AirDrop ก็ควรปิดฟีเจอร์เหล่านี้ไว้ เพื่อไม่ให้มีการใช้งานแบตเตอรี่

เปิด Control Center > แตะปิดไอคอน Wi-Fi, Bluetooth และ AirDrop

5.close Control Center Save Battery Ios 11

5. ปรับลดความสว่างของ Flash Light (ไฟฉาย)

หากเราต้องเปิดใช้ไฟฉาย ให้ปรับลดระดับความสว่างของไฟฉายลงจะช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้ดีทีเดียว

เปิด Control Center > แตะค้างที่ไอคอนไฟฉาย > เลื่อนระดับความสว่างลง

6.reduce Flash Light Save Battery Ios 11

6. เปิด Wi-Fi Assist

เมื่อสัญญาณ Wi-Fi อ่อนมาก Wi-Fi Assist จะทำหน้าที่เปลี่ยนการใช้งานจาก Wi-Fi ไปใช้ 4G (Cellular) แทน

เครื่องของเราก็จะไม่พยายามเชื่อมต่อ Wi-Fi หลายๆ รอบ ซึ่งกินแบตค่อนข้างมาก

ไปที่ Setting > แตะ Cellular > เลื่อนลงมาเลือกแตะเปิด Wi-Fi Assist

7.open Wifi Assist Save Battery Ios 11

7. ปิด Widgets ที่ไม่ได้ใช้

บาง Widgets เรียกใช้ Location Service เช่น พยากรณ์อากาศ, แผนที่การเดินทาง เป็นต้น ซึ่งใช้แบตเตอร์ค่อนข้างมาก ดังนั้นการเลือกปิด Widgets บางอัน เพื่อไม่ให้มาแสดงในหน้า Lock Screen จะช่วยให้ประหยัดแบตได้มากขึ้น

เปิดหน้าจอ Lock Screen เลื่อนไปทางซ้ายเพื่อเปิดหน้า Search > เลื่อนลงมาด้านล่างสุดแล้วแตะ Edit > สแกนนิ้ว > เลือกลบการแสดง Widgets ออก

8.close Widgets Save Battery Ios 11

8. เปิดโหมดประหยัดพลังงาน

Low Power Mode ยังคงเป็นฟีเจอร์ที่ดีสุดในการยืดอายุแบตเตอรี่ เพราะ Low Power Mode จะช่วยลดการทำงานบางอย่างที่เราไม่สามารถไปปิดหรือควบคุมเองได้

ไปที่ Setting > แตะ Battery > เปิด Low Power Mode

9.open Low Power Save Battery Ios 11

สามารถตั้งค่าให้มีเมนูโหมดประหยัดพลังงานใน Control Center ได้ ซึ่งเปิด-ปิดใน Control Center ได้เลย

9. คว่ำหน้า iPhone ลง เพื่อไม่ให้แสดงการแจ้งเตือน

การวาง iPhone คว่ำหน้าแนบลงกับพื้นวางจะช่วยปิดการแจ้งเตือนต่างๆ ที่เด้งขึ้นมา แสดงว่าหน้าจอการแสดงผลก็ไม่ต้องใช้พลังงานเยอะมาก เป็นวิธีการประหยัดแบตเตอรี่ที่ง่ายที่สุด

Mobile 2559688 1280

10. ปิดโหมด “หวัดดี Siri”

การเปิดใช้ “หวัดดี Siri” เครื่องจะต้องคอยฟังและตอบสนองอยู่ตลอดเวลา หากเราไม่จำเป็นต้องใช้ Siri ก็ให้ปิด “หวัดดี Siri” แล้วเลือกใช้การเปิดกดปุ่ม Home ค้างเพื่อเรียก Siri แทน

ไปที่ Setting > แตะ Siri & Search > เลือกปิด Listen for “หวัดดี Siri”

10.close Hey Siri Save Battery Ios 11

11. ปิดการเล่นวิดีโออัตโนมัติในบางแอป

เวลาที่เราเล่น Facebook หรือ Twitter จะเห็นว่าเมื่อเราเลื่อนมาเจอโพสต์ที่เป็นวีดิโอก็จะเล่นอัตโนมัติเลย นอกจากจะทำให้เปลืองแบตเตอรี่แล้ว ยังทำให้เปลือง 4G อีกด้วย

เปิดแอป Facebook > ไปที่ Setting > Account Setting > Videos and Photos > Auto Play > Never Autoplay Videos

12.facebook Close Video Auto 1 Save Battery Ios 11

13.facebook Close Video Auto 2 Save Battery Ios 11

เปิดแอป Twitter >ไปที่ Settings and privacy > Data usage > Video autoplay > เลือก Never

14.twitter Close Video Auto Save Battery Ios 11

12. เปิด Reduce Motion

การเปิด Reduce Motion จะช่วยลดเอฟเฟคการเคลื่อนไหวบนหน้าจอ จึงช่วยให้ประหยัดแบตเตอรี่ได้ดี เพราะการเคลื่อนไหวใน iPhone มีลูกเล่นหลายรูปแบบจึงทำให้เปลืองแบตเตอรี่ ถ้าเปิด Reduce Motion แล้วความ Smooth ในการเปิด-ปิดแอปและการเลื่อนต่างๆ จะน้อยลง

ไปที่ Settings > General > Accessibility > Reduce Motion > เปิด Reduce Motion

15.open Reduce Motion Save Battery Ios 11

13. ตั้งค่า Location Service

สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูล Location Service ควรทำการตั้งค่าระบบเรียกใช้งานข้อมูลเฉพาะที่ใช้ (While Using) เพื่อไม่ให้ Location Service ทำงานอยู่ตลอดเวลา

ไปที่ Settings > Privacy > Location Services > ตั้งค่าแต่ละแอปให้เป็น While Using

16.open Locationi Service Save Battery Ios 11

14. เปิด Auto-Brightness

การเปิด Auto-Brightness (ปรับความสว่างอัตโนมัติ) ใน iOS 11 ช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้ เพราะเซ็นเซอร์วัดแสงจะทำการปรับแสงของหน้าจอเพิ่มขึ้นและลดลงตามสภาพแวดล้อมของเราให้เหมาะสม ทำให้อุปกรณ์ไม่ต้องใช้แบตเตอรี่สูงตลอดเวลา

ไปที่ Settings > General > Accessibility > Display Accommodations > เปิด Auto-Brightness

17.open Auto Brightness Save Battery Ios 11

15. ปิด Raise to Wake

Raise to Wake เป็นคุณสมบัติที่อำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ในการดูการแจ้งเตือน เพียงแค่ยกเครื่องขึ้นมา แต่การยกขึ้นมาดูบ่อยๆ ก็อาจจะทำให้แบตเตอรี่หมดไวเช่นกัน หากไม่จำเป็นต้องใช้ก็ปิด Raise to wake มาใช้การกดปุ่ม Power หรือปุ่ม Home แทนเมื่อต้องการดูหน้าจอ

ไปที่ Setting > Display & Brightness > ปิด Raise to Wake

19.raise To Wake Save Battery Ios 11

16. ปิดการแจ้งเตือนในบางแอป

สำหรับบางแอปที่เราไม่สนใจหรือไม่ต้องการให้มีการแจ้งเตือนเมื่อมีข่าวสารใหม่ๆ ก็สามารถเลือกปิดการแจ้งเตือนไว้ นอกจากจะประหยัดแบตเตอรี่แล้วยังช่วยลดการรบกวนอีกด้วย แต่บางแอปที่เราต้องการติดตามความเคลื่อนไหว (แอป Social) ก็เปิดการแจ้งเตือนทิ้งไว้

ไปที่ Settings > Notifications > เลือกแอปที่ต้องการปิดการแจ้งเตือน > ปิด Allow Notifications

20.close Iphone Notification Save Battery Ios 11

17. ปิด Siri Suggestion

Siri Suggestion จะแสดงแอปที่เราใช้บ่อยๆ ในหน้า Search ถ้าหากไม่มีความจำเป็นต้องใช้ก็สามารถปิด Siri Suggestion ได้เลยหรือเลือกเปิดเฉพาะบางแอพก็ได้

Settings > Siri & Search > เลื่อนลงมาแตะปิด Suggestions in Search

(ถ้าหากต้องการเลือกปิดบางแอพ ก็เลือกแตะที่แอปและปิด Suggestions in Search)

21.close Siri Search Save Battery Ios 11

18. ปิด iCloud ในแอปที่ไม่จำเป็น

หากใช้อุปกรณ์ iOS เพียงเครื่องเดียวก็ไม่จำเป็นจะต้องเก็บข้อมูลของบางแอปไปเก็บ iCloud เพราะการอัปโหลดข้อมูลไป iCloud นั้นทำให้แบตเตอรี่หมดไว แนะนำให้เลือกเก็บข้อมูลสำคัญไปไว้ที่ iCloud

ไปที่ Setting > แตะ Apple ID > iCloud > เลือกปิดแอปที่ไม่ต้องการเก็บข้อมูลใน iCloud

22.close Icloud Apps Save Battery Ios 11

19. ตั้งค่าความถี่ในการเรียกข้อมูล (Fetch New Data)

การเรียกข้อมูลอีเมลแบบ Real time จะทำให้แบตเตอรี่ของเราหมดไวขึ้น เพราะว่าอุปกรณ์จะมีการเรียกข้อมูลอยู่ตลอดเวลา สามารถตั้งค่าให้เรียกข้อมูลไม่ถี่ได้ดังนี้

ไปที่ Settings > Accounts & Passwords > Fetch New Data > ปิด Push > ปรับให้แอปที่ต้องการเป็น Fetch > เลือกความถี่ในการเรียกข้อมูล

23.set Fetch New App Save Battery Ios 11

20. ปิดการแชร์ข้อมูล Analytic

ฟีเจอร์นี้ช่วยส่งข้อมูลวิเคราะห์อุปกรณ์ของเราให้ Apple โดยอัตโนมัติ เพื่อไปพัฒนาและปรับปรุง iOS ในอนาคตให้ดีขึ้น (จริงๆ ไม่ควรปิด) แต่การส่งข้อมูลมักใช้แบตเตอรี่มาอยู่พอสมควร

ไปที่ Settings > Privacy > Analytics > ปิด Share iPhone Analytics

23.close Analytic Share Save Battery Ios 11

21. ตั้งค่า System Service

การตั้งค่า System Service ใน Location Services ให้ใช้เฉพาะเท่าที่จำเป็น

ไปที่ Settings > Privacy > Location Services > เลื่อนลงมาด้านล่างแล้วแตะ System Services

ปิดฟังก์ชันดังนี้

  • Location-Based Alerts
  • Location-Based Apple Ads
  • Location-Based Suggestions
  • Frequent Locations
  • iPhone Analytics
  • Popular Near Me
  • Routing & Traffic
  • Improve Maps

24.set System Service Save Battery Ios 11

22. เปิด Limit Ad Tracking

Limit Ad Tracking เป็นการป้องกันและจำกัดการติดตาม Location ที่จะนำข้อมูลไปวิเคราะห์การโฆษณา ช่วยให้ท่องอินเตอร์เนทอย่างเป็นส่วนตัวมากขึ้น

ไปที่ Settings > Privacy > Advertising > เปิด Limit Ad Tracking

25..open Limit Ad Tracking Save Battery Ios 11

23. ปิด Fitness Tracking

Fitness Tracking จะติดตามการออกกำลังกายในแต่ละวันของเรา แต่ก็ในการติดตามนั้นก็มาพร้อมกับการใช้แบตเตอรี่ ถ้าหากเราไม่ต้องการให้ Fitness Tracking ติดตามการเคลื่อนไหวของเราตลอดทั้งวันก็สามารถปิดฟังก์ชันนี้ได้

ไปที่ Settings > Privacy > Motion & Fitness > ปิด Fitness Tracking

26.close Fitness Tracking Save Battery Ios 11

24. ปิด Hand Off

หากเราไม่ได้เชื่อมต่อ iCloud หรืออยู่ใกล้อุปกรณ์ของ Apple อย่าง Mac ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดใช้ฟีเจอร์นี้

ไปที่ Settings > General > Handoff > Off

27.close Hand Off Save Battury Ios 11

25. ปิดการอัปเดตอัตโนมัติใน App Store

ถ้าหากเราเปิด Automatic Download Apps ใน iPhone แน่นอนว่าอุปกรณ์อื่นๆ ของเราก็จะดาวน์โหลดแอปนั้นด้วยเช่นกัน (เช่น iPad, iPod touch) ดังนั้นควรจะตั้งค่าให้การดาวน์โหลดและอัปเดตเป็นแบบ Manual ดีกว่าเพราะเราสามารถควบคุมและตรวจสอบด้วยตัวเอง

Settings > iTunes & App Stores > ปิด Apps และปิด Updates (อาจจะปิด Music และ Books & Audiobooks หากต้องการ)

แนะนำให้ปิด Use Cellular Data ด้วย เมื่อมีการอัปเดตแอปให้ใช้ Wi-Fi แทน เพื่อช่วยประหยัดแบตเตอรี่และ 4G

28.close Apps Update Save Battery Ios 11

ทั้งหมดนี้เป็นวิธีการตั้งค่า iPhone และ iPad ให้ใช้งานได้อย่างไหลลื่นและประหยัดแบตเตอรี่ แนะนำให้เลือกทำตามความจำเป็นและเหมาะสมกับการใช้งานนะคะ

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

ขอบคุณ Gadgethacks

ความคิดเห็น - Like เพจ iPhoneMod.net

Written by Zakura Kim

Bachelor degree of science, Software engineering major, Payap University