ChatGPT เปิดตัวฟีเจอร์ Health ในสหรัฐฯ เชื่อมต่อข้อมูล Apple Health และประวัติการแพทย์ ช่วยวิเคราะห์สุขภาพและติดตามการเปลี่ยนแปลงได้แม่นยำขึ้น
ChatGPT เปิดตัวฟีเจอร์ Health เชื่อมต่อ Apple Health ในสหรัฐฯ วิเคราะห์สุขภาพแม่นยำขึ้น
ฟีเจอร์ Health ใน ChatGPT ที่รวบรวมประวัติการแพทย์และข้อมูลจาก Apple Health กำลังเริ่มเปิดให้ผู้ใช้ ChatGPT ในสหรัฐอเมริกาได้ใช้งานกันแล้วตั้งแต่วันนี้
OpenAI ได้ประกาศแผนพัฒนาฟีเจอร์ด้านสุขภาพที่ใช้ข้อมูลจาก Apple Health และแหล่งอื่น ๆ ไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่ในช่วงนั้นยังเป็นเพียงเวอร์ชัน Beta และยังไม่ได้เปิดให้ใช้งานทั่วไป

วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพแบบครบวงจร
Health ใน ChatGPT สามารถดึงข้อมูลสุขภาพที่ผู้ใช้เชื่อมต่อไว้ เพื่อนำมาเปรียบเทียบข้อมูลการตรวจแล็บ, สรุปการเปลี่ยนแปลงจากการนัดหมายครั้งก่อน, ติดตามการใช้ยา รวมถึงวิเคราะห์ว่าการนอนหลับ กิจกรรม และการออกกำลังกาย ส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร
หากได้รับอนุญาต ChatGPT จะนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาพิจารณา เช่น รายการยา, ผลตรวจแล็บ, ประวัติการพบแพทย์, การนอนหลับ และกิจกรรม ควบคู่ไปกับเป้าหมายและบริบทที่ผู้ใช้ระบุ ซึ่งจะทำให้การสนทนาในชีวิตประจำวันมีประโยชน์มากขึ้น ตัวอย่างเช่น ChatGPT สามารถนำข้อจำกัดด้านอาหารมาพิจารณาเมื่อช่วยเลือกสรรร้านอาหาร หรือนำข้อมูลอาการบาดเจ็บล่าสุดมาปรับแผนกิจกรรมวันหยุดกับครอบครัวให้เหมาะสม โดยผู้ใช้สามารถถามคำถามเพิ่มเติม เพิ่มบริบท หรือแก้ไขข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนและล้าสมัยได้
OpenAI ระบุว่าฟีเจอร์นี้มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ใช้เข้าใจข้อมูลสุขภาพของตนเองในบริบทที่ถูกต้อง และติดตามการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป โดยผู้ใช้สามารถเข้าสู่ส่วน Health ได้จากแถบด้านข้าง (Sidebar) ของ ChatGPT

ความเป็นส่วนตัวและการเข้าถึง
ข้อมูลประวัติการแพทย์ และ Apple Health ที่เชื่อมต่อไว้ จะไม่ถูกนำไปใช้ในการฝึกฝนโมเดลของ OpenAI หรือใช้เพื่อการโฆษณา รวมถึงการสนทนาที่ใช้ข้อมูลสุขภาพด้วย โดย ChatGPT จะขออนุญาตผู้ใช้ก่อนนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้เพื่อปรับแต่งคำตอบให้เหมาะสมกับบุคคล
สำหรับผู้ใช้ที่ไม่อยากเชื่อมต่อประวัติการแพทย์ ส่วน Health ใน ChatGPT ก็ยังคงทำงานได้และสามารถตอบคำถามด้านสุขภาพทั่วไปได้เช่นกัน
ฟีเจอร์ Health กำลังเปิดให้ผู้ใช้ ChatGPT ที่ล็อกอินเข้าใช้งานและมีอายุ 18 ปีขึ้นไปในสหรัฐอเมริกา ทั้งบนเว็บและ iOS โดยรองรับทั้งแผน Free, Go, Plus และ Pro
ที่มา: MacRumors
