in ,

รีวิว – Incipio iPad 2 Premium Kickstand Case “เคสไอแพดสองที่ผมเลือก”

หลังจาก iPad2 พึ่งเปิดตัวในไทยไปหมาด ๆ เสียงตอบรับท่วมท้นมาก ภายในวันแรกแทบทุกสาขาของหมด ทุกสี ทุกขนาด ผมค่อนข้างมั่นใจว่า iPad2 คนไทยช๊อบชอบบบบ… ไหนจะอีกหลาย ๆ มหาลัยที่ แจก บังคับซื้อรวมอยู่ในค่าเทอม iPad2 อีก คาดว่าในเมืองไทยน่าจะเห็นคนถือ iPad2 เยอะไม่แพ้ iPhone4 อย่างแน่นอน สำหรับใครที่คิดจะเปิดร้านอยู่การนำเคส iPad2 มาสต๊อกไว้ย่อมเป็นเรื่องดี จะว่าไปหากใครติดตามที่ Twitter ของผม (@yugioh2500) จะสังเกตุได้ว่าผมก็ได้ไปร่มเป็นส่วนหนึ่งของ การยืนรอ ประวัติศาสตร์เหมือนกัน – – v สมใจได้ iPad2 3G สีดำ 16GB (เดี๋ยวเล่าให้ฟังวันหลังว่าทำไม) ทันทีที่ได้เครื่อง iPad2 สุดรักสุดหวงก็เริ่มมองหาเคสทันที แต่ว่าเคสในร้าน iStudio มันช่างแพงแสนแพงเหลือเกิน (เจออันนึงสองพันกว่าบาทแน่ะ โหดมาก) เลยว่าจะสั่งจากร้านในเน็ตเอา และทันใดนั้นก็นึกขึ้นได้ถึงร้าน BBiPhone.com ที่แสนดีของเรา ก็เลยเข้าไปเลือกสินค้าในเว็บไซต์ดู เจอเคสถูกใจอันนึงเลยโทรไปขอสั่งซื้อสินค้า แต่แม่ค้าใจดีมาก ๆ เลยบอกว่ามดยูไปใช้เถอะค่ะ จะได้ไม่ต้องเสียสตางค์ซื้อเคส (สงสัยเขาแอบรู้ว่ามดยูเบี้ยน้อยหอยน้อย >_<) ต้องขอขอบคุณแม่ค้ามา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ (-/-)

แฮ่ม ๆ ๆ … (ทำหน้าจริงจัง) แต่ถึงอย่างไรกฎก็ต้องเป็นกฎ ในเมื่อเคสมาอยู่ถึงมือเราก็ต้องรีวิว ไม่ว่าจะเป็นเคสเสียตังค์หรือได้ฟรีมาก็ตาม จะต้องอยู่ในมาตรฐานเดียวกันเพื่อรักษามาตรฐานการรีวิวของ iPM อันเป็น หนูทดลอง ตัวอย่างการทดสอบและแนวทางการเลือกซื้อเคสของสมาชิก จึงขอสัญญากับทุกคนว่า “เราจะวิจารณ์และประเมินกันอย่างจริงจัง เพื่อรักษามาตรฐานคุณภาพการรีวิวของ iPM ครับ”

เคสนี้มีชื่อว่า Incipio รุ่น Premium Kickstand มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ Slim And Fashionable และออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับ iPad2 เชียวนะ !!! (น่าตื่นเต้นตรงไหนเนี่ย) ตัวบรรจุภัณฑ์ออกแบบมาได้ดีครับ มีพื้นที่ให้สัมผัสเคสจากการสำรวจในร้าน BBiPhone.com มีให้เลือก 2 สี คือ ขาวและเทา ตัววัสดุทำจากผ้าครับ หากใครเคยได้สัมผัสเคสของ Incipio มาแล้วจะทราบดีว่าเคสของเจ้านี้ใช้วัสดุเกรด A เท่านั้นครับ

พื้นที่ด้านหลังของเคสครับ สามารถแปลงร่างได้ 3 สถานะคือ View Type Go พร้อมกับคุณสมบัติและคำเตือนต่าง ๆ ครับ ตัวเคสตัวนี้ออกแบบในอเมริกาและผลิตในประเทศจีนครับ

แกะกล่องมาได้ในจะมีเคสและวัสดุกันกระแทกครับ ตัวนี้ไม่มีของแถมนะครับ มีแต่เคสเพียว ๆ ดูจากงานคร่าว ๆ แล้วสวยงามครับ เก็บได้ดีไม่มีส่วนเกิน ส่วนเบี้ยว ส่วนขาด เพียงแต่เหม็นสีเคมีไปนิด ผมใช้ไปซักอาทิตย์นึกก็หาย ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเกิดขึ้นเฉพาะกับสีดำหรือปล่าว? เพราะตอนผมซื้อ Laptop ก็เป็น

ตรงตัวขาล็อคมีปั๊มตราเคสอยู่ด้วยครับ หากใครไปซื้อตามร้านตู้หรือข้างนอกลองสังเกตุดี ๆ นะครับ เพราะของปลอมระบาดเยอะมาก ๆ ที่ผมกล้าฟันธงและมั่นใจได้ก็มีอยู่ไม่กี่ที่เองครับ ลองสังเกตุดูดี ๆ เพราะคุณภาพจะต่างกันมาก (ก็ของก๊อบนี่) ทำเครื่องเป็นรอยหรือสีถลอกใส่ไม่คุ้มกันครับ

ตรงส่วนด้านฝาปิดเป็นยางครับ ปั๊มลายยี่ห้ออีกเช่นกัน ยังไม่พบเจอส่วนไหนที่แข็งพอจะเป็นอันตรายกับเครื่องได้ครับ โดยข้างในยางอีกทีจะมีแม่เหล็กอยู่อีกที ไม่ได้เอาไว้ล็อคยึดแต่อย่างใดครับ แต่มีไว้ทำอะไรเดี๋ยวผมอธิบายในช่วงท้าย ๆ

วิธีใส่เครื่องคือการสไลด์เครื่องจากด้านบนลงมาด้านล่าง ไม่จำเป็นต้องง้าง แงะ แกะ หรือดันเพื่อทำให้เครื่องเป็นรอยครับ สไลด์ธรรมดาเอาง่าย ๆ เป็นวิธีที่ปลอดภัยต่อตัวเครื่องมากที่สุด อีกอย่างคือตัวล็อคเป็นวัสดุคล้าย ๆ กับพลาสติกแข็งเคลือบยางครับ ผิวสัมผัสไม่ทำให้เกิดรอยเหมือนเคสถูก ๆ อย่างแน่นอน

ความหนาของเคสเมื่อเทียบกับเหรียญบาท จะเห็นได้ว่าจะค่อนข้างหนาไปนิดนึง ซึ่งตรงนี้ผมไม่ค่อยชอบเลยเพราะมันทำให้ถือมือเดียวไม่ค่อยถนัด(ผมมือค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับผู้ชายด้วยกัน)แต่ก็ต้องทำใจยอมรับว่าสาเหตุที่มันหนาเพราะว่า มันมีเพิ่มอีกชั้นนึงทำให้พับได้หลายแบบ และเป็นวัสดุที่ช่วยลดแรงกระแทกด้วย คงไม่มีใครที่อยากทำหลุดมือแล้วเครื่องจอแตกคาเคสจริงไหมครับ?

ลักษณะการพับแบบที่ 1 ครับ เป็นแนวตั้ง ปรับองศาได้ 3 ระดับ(จริง ๆ ผมลองใช้ดูปรับได้ 4 ระดับเลยด้วยซ้ำ รวมล็อคสุดท้ายไปด้วย)เหมาะสำหรับการใช้พรีเซนต์งาน การดูสไลด์โชว์ การดูภาพยนตร์ การท่องเว็บไซต์ รวมถึง FaceTime ครับ ซึ่งหลายเคสรวมถึง Smart Cover ทำแบบนี้ไม่ได้ ฟังค์ชั่นนี้ค่อนข้างโดนใจผมครับ +1 ไปเลย

แนวล็อค 3 ระดับ (หลังสุดมีอีก 1) ที่ผมว่าครับ มั่นคงแข็งแรงดีเท่าที่ได้ลอง ยังไม่มีอาการหลุดหรือเลื่อนแต่อย่างใด แข็งแรงจริง

ส่วนแบบนี้เป็นการตั้งในแบบ ที่ 2 ครับ คือทำองศาเอียงเล็กหน่อยเพื่อให้เหมาะกับสรีระของมือ ใช้ในการพิมพ์ เล่นเกม หรือเล่น Social Network ครับ เท่าที่ลองดูขาล็อคแข็งแรงมัก ๆ ครับ แต่ไม่ทำให้เครื่องหรือฟิล์มเป็นรอยเลยแม้แต่น้อย

ภาพในอีกมุมหนึ่งครับ ใช้พิมพ์ได้สบาย ๆ เลย เวลานั่งรถไปต่างจังหวัด หรือต้องนั่งรออะไรนาน ๆ แก้เบื่อได้ดีมาก ๆ

ส่วนตรงนี้เป็นโหมดสุดท้ายครับ (คนละโหมดกับด้านบนนะ) สำหรับถือพกพาเดินไปไหนมาไหน ข้อเสียผมข้อบอกกันตรง ๆ เลยว่าตรงด้านซ้ายเห็นมันค่อนข้างจะหนาไปนิดนึงครับ ผมมือไม่ได้ใหญ่และแข็งแรงอะไรอาจถือลำบาก แต่ถ้าใครเคยถือ iPad1 หนา ๆ มาก่อนอาจคิดว่าเป็นเรื่องปกติ แต่เท่าที่ลองใช้แฟนถือเห็นเขาจะบ่นอะไรเลย หรือว่าเป็นที่ผมคนเดียวกันนะ ^^

ตรงส่วนรูของกล้องครับ เจาะมาได้ค่อนข้างใกล้เคียงกับจุดศูนย์กลางทีเดียว ผมเคยไปเจอเคยนึงมาครับ รูกล้องไม่ได้เรื่องเลย แต่เนื่องด้วนความเป็นผ้าเลยทำให้เก็ดขยับได้ เบี้ยวได้จากการถือไม่ตรงครับ วัสดุผ้านี่ต้องขอชมเชยเลยครับว่าเหนียวใช้ได้ ทนทานและดูแข็งแรงดี น่าจะทนกระแทกได้มากกว่าเคสทั่วไป ผมสัมผัสเนื้อผ้าดูรู้สึกแน่นครับ (นึกถึงกางเกงยีนส์)

เพื่อเป็นการทดสอบว่ารูกล้องนั้นได้มีปัญหากับการถ่ายรูปหรือไม่ ผมจึงขอทดสอบเปิดกล้องให้ดูครับ จากภาพจะเห็นได้ว่าแทบจะไม่เป็นปัญหาเลย ยกเว้นภาพตรงมุมขวาที่มันบดบังกล้องเล็กน้อยเท่านั้น จากการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นคือแค่จับเคสดี ๆ ถือให้มันตรง ๆ ก็ไม่บังกล้องแล้วครับ เห็นมั้ยปัญหาไม่ใหญ่อย่างที่คิด 🙂

อันนี้เป็นภาพมุมซ้ายกล้องครับ เบี้ยวไปเรื่อยเลย ต้องลองจับให้มันดี ๆ สำหรับคนที่ไม่ค่อยได้ใช้กล้องถ่ายวันละร้อยรูปผมว่าอย่างไปซีเรียสมันเลยครับ เพราะเดิมทีกล้อง iPad2 ก็ห่วยอยู่แล้ว

ส่วนอันนี้เป็นภาพเมื่อเราได้ทำติดตั้งพร้อมเดินทางและโยนลงในกระเป๋าเป้ของเรา จะมียางไนล่อนคุณภาพสูงโดยใช้วัสดุเกรดเดียวกับที่ใช้ในกางเกงในของเบคแฮ่ม (ไม่ใช่ละ = =”) เป็นไนล่อนคุณภาพสูงครับ เท่าที่ได้ลองยืด ๆ หด ๆ ดูท่าทางแข็งแรงเอามาก ๆ ครับ ไม่น่าจะยืดเอาง่าย ๆ การใช้ยางไนล่อนนี้ดีตรงที่ว่าสามารถปกป้องเครื่องเราได้เป็นอย่างดีครับ ตอนเครื่องตกพื้นหรืออะไรหากเป็นแม่เหล็กทั่ว ๆ ไปมันจะเด้งออกมา ซึ่งก็เท่ากับว่าไม่ได้ปกป้อง iPad2 สุดรักของเราอยู่ดี

ด้านหลังชัด ๆ เรียบ ๆ ไม่เปิดไม่โชว์อะไร แต่แปลกใจที่ทำไมเคสส่วนใหญ่ชอบโชว์ตรา Apple ด้านหลัง ซึ่งผมว่ามันไม่ค่อยสวยน่ะครับ จะโชว์ทำไมก็ไม่รู้ เว้า ๆ แหว่ง ๆ แถมยังเสี่ยงต่อการถลอกอีก การออกแบบข้อช่องทั้งหมดทำออกมาได้ดีมาก ไม่จำเป็นต้องถอดเครื่องออกมาเลยแม้แต่น้อย หากจะปรับเสียง กดเปิด-ปิด ช่องสำหรับเสียงลำโพงหรือแม้กระทั่งแกะซิม ทำออกมาได้ปราณีตมาก ๆ เลยทีเดียว

ตัวเคสด้านหน้าชัด ๆ ครับ ใครซื้อหากไม่ชอบเรียบ ๆ แบบผมแนะนำให้ซื้อสีเทามากกว่าครับ ดูสวย ดูดีมีราคากว่าเยอะ แต่ผมเป็นคนชอบอะไรเรียบ ๆ เลยเลือกสีดำมาให้เหมาะกับเครื่อง iPad2 และบุคคลิกการแต่งตัวของผม เคสตัวนี้หากได้สังเกตุดี ๆ จะพบว่ามันปกป้องได้รอบตัวเครื่องแบบ 360 องศา เลยครับ เนื่องจากว่าไม่มีส่วนใด ยื่นออกมาได้เลย แม้กระทั่วขาล็อคตัวเคสก็ยังคลุมอยู่ อีกทั้งไนล่อนที่แข็งแรงตกไปสูงแค่ไหนก็ไม่มีทางหลุดครับ (ถ้าเป็น Smart Cover อาจเปิดหรือหลุดออกมาต้อนรับลมหนาว ^^)

เคสจากมุมด้านข้างชัด ๆ ครับ สวยอยู่เหมือนกัน อ้อ… เกือบลืม !!! เลยความลับของเคสนี้คือ “แม่เหล็ก” ที่ฝังอยู่ในฝาเคสครับ คือ เมื่อทำการปิดฝาเคสปุ๊บ เครื่องจะเข้าโหมต Sleep ทันที (เหมือนกับกดปุ่มตรงหัวเครื่องน่ะ) พอเปิดฝาปั๊บเครื่องก็เปิด หน้าจอก็สว่างทันที ซึ่งความสามารถนี้มีเฉพาะใน iPad2 และตัวเคสก็ต้องรองรับด้วยครับ (เท่าที่เห็นมี Smart Cover ของ Apple เองรองรับอยู่) เพราะมันไม่ใช่เซ็นเซอร์วัดแสง แต่มันต้องอาศัยแม่เหล็ก ซึ่งฟังชั่นนี้ผมชอบมาก ๆ เพราะไม่ต้องขี้เกียจไป เปิด-ปิด เครื่องบ่อย ๆ (ถนอมปุ่ม) อีกทั้งยังไม่สิ้นเปลืองพลังงานด้วย เพราะกว่าจะรอเวลามันล็อคเองตั้ง 2 นาที โดยฟังชั่นนี้หากใครไม่ชอบสามารถกดปิดเองได้ที่เครื่อง iPad2 ครับ

สรุป : เป็นเคสที่ดีสมราคา 1,490 บาท ออกแบบมาได้เรียบง่าย เน้นการใช้งานจริง มีฟังชั่น เปิด-ปิด เครื่องอัตโนมัติ (ที่เคสทั่ว ๆ ไปไม่มี) แข็งแรง ทนทาน ช่องไฟเว้นไว้ได้พอดี ไม่ต้องแกะเครื่องออกจากเคสเพื่อทำสิ่งใด ๆ เลย ตัวขาล็อคไม่กินเนื้อที่ในการใช้งาน ปรับแนวมุมมองได้หลายระดับ โดยรวมแล้วผมให้ 7/10 คะแนนครับ ติตรงที่ว่าเคสยังหนาเกินไปหน่อยสำหรับคนชอบถือแบบผม แต่เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนชอบพกพา และไม่ค่อยระมัดระวัง เพราะเคสแข็งแรงมาก และยังถือจับด้วยมือเดียวลำบากสำหรับคนมือเล็กครับ

ขอขอบคุณ : ร้าน BBiPhone.com ที่เอิ้อเฟื้อเคสคุณภาพมาให้ทีมงานได้ทดสอบ และยกเคสมาให้ผมใช้ฟรี ๆ ด้วยครับ ไม่รู้จะขอบคุณยังไง (^/^)

หมายเหตุ : หากท่านสนใจสินค้าชิ้นนี้สามารถติดต่อสั่งซื้อได้ที่ร้าน BBiPhone.com หรือคลิก ที่นี่

ความคิดเห็น - Like เพจ iPhoneMod.net

เขียนโดย yugioh2500

หากตรงไหนแปลหรือเขียนผิดสามารถชี้แนะได้ครับ
ติดต่อ-สอบถาม-พูดคุย-แลกเปลี่ยนกันได้ที่
Twitter: @yugioh2500