in ,

รีวิว iPad (รุ่นที่ 8) จอ 10.2 นิ้ว, ชิป A12 Bionic ทรงพลังกว่าเดิม!

iPad (รุ่นที่ 8) เปิดขายในไทยแล้วมาพร้อมราคาเข้าถึงง่ายเริ่มต้นที่ 10,900 บาท ใครกำลังที่หา iPad ราคาย่อมเยาแต่สเปกดี ไม่ควรพลาดรุ่นนี้ มาชมรีวิวกันได้เลย

iPad (รุ่นที่ 8) ใช้ดีไซน์แบบเดิม

iPad (รุ่นที่ 8) ยังใช้ตัวเครื่องดีไซน์เดิมเหมือนกับ iPad (รุ่นที่ 7) ปีที่แล้ว โดยใช้หน้าจอขนาด 10.2 นิ้ว, มี Touch ID ที่ปุ่ม Home, รองรับการเชื่อมต่อ Smart  Keyboard และ Apple Pencil (รุ่นที่ 1) ได้

                 

อุปกรณ์ในกล่อง

อุปกรณ์ภายในกล่องของ iPad (รุ่นที่ 8) มีดังนี้

  • ตัวเครื่อง iPad (รุ่นที่ 8)
  • สาย USB-C to Lightning
  • อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ USB-C ขนาด 20W
  • เอกสารประกอบการใช้งาน

ที่พิเศษ คือ ในกล่องของ iPad (รุ่นที่ 8) นี้มาพร้อมชุดชาร์จแบบใหม่อย่าง สาย USB-C to Lightning และอะแดปเตอร์ชาร์จไฟ USB-C ขนาด 20W โดยในกล่องของ iPad (รุ่นที่ 7) นั้นใช้เพียงอะแดปเตอร์ชาร์จไฟ USB-A ขนาด 10W เท่านั้น

จอ 10.2 นิ้ว พื้นที่สำหรับทำงานได้เต็มที่

iPad (รุ่นที่ 8) มาพร้อมจอ Retina ขนาด 10.2 นิ้ว ความละเอียด 2160 x 1620p, สว่าง 500 นิต ด้วยจอขนาดนี้ก็ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้เต็มที่ ทั้งดูมัลติมีเดีย วาดภาพ ทำงาน และอื่น ๆ

ชิป A12 Bionic ทรงพลังมาก

เรื่องชิปประมวลผลของ iPad (รุ่นที่ 8) เป็นไฮไลท์สำคัญเลย เพราะใช้ชิป A12 Bionic แบบเดียวกับ iPhone XS และ iPad mini 5, iPad Air 3 ซึ่งมอบประสิทธิภาพให้กับตัวเครื่องเป็นอย่างมาก โดยสเปกด้านประสิทธิภาพของชิป A12 Bionic มีดังนี้

  • CPU เร็วขึ้น 40% จากชิป A10 Fusion ใน iPad (รุ่นที่ 7)
  • กราฟิก เร็วขึ้น 2 เท่า จากชิป A10 Fusion ใน iPad (รุ่นที่ 7)
  • เร็วกว่า Laptop PC รุ่นยอดนิยมถึง 2 เท่า, เร็วกว่า Tablet ระบบ Android ถึง 3 เท่า และเร็วกว่า Chromebook ถึง 6 เท่า

คะแนนประสิทธิภาพจาก Geekbench 5

  • Single Core :  1115 คะแนน
  • Multi-Core : 2523 คะแนน

ตัดต่อวิดีโอ

ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพและการถ่ายวิดีโอด้วยกล้องหลังความละเอียด 8MP หรือกล้อง FaceTime HD บน iPad (หรือนำเข้าวิดีโอจากแหล่งอื่น) ต้องชื่นชอบการตัดต่อบนหน้าจอขนาดใหญ่ที่เต็มอิ่มสมจริงของ iPad (รุ่นที่ 8) นี้อย่างแน่นอน ตัดต่อง่ายลื่นไหลไม่สะดุด ตัดต่อแล้วก็แชร์ลงโซเชียลหรือส่งให้เพื่อน ๆ ได้เลย

เล่นเกม

การเล่นเกมใน iPad (รุ่นที่ 8) ก็ลื่นไหลตามคาด รองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมอย่างจอยเกมได้ แต่ด้วย iPad (รุ่นที่ 8) ตัวเครื่องขนาดค่อนข้างใหญ่ การเล่นเกมบางเกมอาจไม่สะดวกมากนัก

ระบบของกล้อง iPad (รุ่นที่ 8)

กล้องหลังของ iPad (รุ่นที่ 8) เป็นกล้องไวด์ ความละเอียด 8MP สามารถใช้งานในการสแกนเอกสาร การถ่ายรูปประกอบ รูปนำส่งต่าง ๆ

สเปคกล้องหลัง iPad (รุ่นที่ 8)

  • กล้องหลัง 8MP, บันทึกวิดีโอความละเอียด 1080p ที่ 30fps, Slow-Mo ที่ 120fps, HDR สำหรับภาพถ่าย
  • กล้องหน้า 1.2MP, บันทึกวิดีโอความละเอียด 720p ที่ 30fps, HDR สำหรับภาพถ่าย

ในรุ่นนี้เราสามารถใช้ฟีเจอร์กล้องใน iPadOS 14 แตะสลับความละเอียดของวิดิโอจากแอปตัวกล้องได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องตั้งค่าจากการตั้งค่าภายนอก

รองรับ Apple Pencil (รุ่นที่ 1), Smart Keyboard

iPad (รุ่นที่ 8) รองรับ Apple Pencil (รุ่นที่ 1) และ Smart Keyboard เหมือนกับ iPad (รุ่นที่ 7) ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้ Apple Pencil ในการวาดภาพ จดบันทึกได้สะดวก รวมถึงพิมพ์ข้อความ หรือจัดทำเอกสารด้วย Smart Keyboard ได้อย่างเต็มที่

นอกจากนั้น iPad (รุ่นที่ 8) ยังรองรับอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ได้มากขึ้น เช่น Magic Mouse, Trackpad, Smart Keyboard รวมไปถึงเมาส์และคีย์บอร์ดแบรนด์อื่น ๆ ที่รองรับได้ด้วย

iPadOS 14 เปิดประสบการณ์ใช้งานได้หลากหลาย

iPad (รุ่นที่ 8) รองรับ iPadOS 14 ระบบปฏิติการสำหรับ iPad ตัวล่าสุด ที่ให้ผู้ใช้สามารถใช้คุณสมบัติเด่น ๆ ได้ ดังนี้

  • จัดการวิดเจ็ตที่มุมมองวันนี้ด้านซ้ายของหน้าจอได้
  • แถบด้านข้างของแต่ละแอปปรับปรุงใหม่ เข้าถึงฟังก์ชันของแอปต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น
  • Siri และหน้าจอรับสายมีขนาดกระทัดรัด
  • ใช้คุณสมบัติเขียนด้วยนิ้วได้ โดยใช้ Apple Pencil เขียนข้อความแล้วระบบจะแปลงเป็นตัวอักษรให้ (ไม่รองรับภาษาไทย)
  • เปลี่ยนรูปร่างที่วาดด้วยมือด้วย Apple Pencil เป็นรูปทรงเลขาคณิตได้

iPad (รุ่นที่ 8) ราคาบายกระเป๋ามาก ๆ

รุ่นที่เรานำมารีวิวนี้เป็น iPad (รุ่นที่ 8) รุ่น Wi-Fi ที่มีราคาเริ่มต้นเพียง 10,900 บาท เท่านั้น และถ้าอยากให้ครบเซ็ตก็ซื้อร่วมกับ Apple Pencil (รุ่นที่ 1) ราคา 3,400 บาท, Smart Keyboard ราคา 5,290 บาท ซึ่งรวม ๆ แล้วราคาไม่ถึง 20,000 บาทเลย

สรุป ทำไม iPad (รุ่นที่ 8) ถึงน่าซื้อ

  • เป็นรุ่นราคาย่อมเยาที่สุดในบรรดา iPad ที่ Apple ขายอยู่ในตอนนี้
  • ชิป A12 Bionic ทรงพลังมาก ใช้งานได้ลื่นไหลเต็มประสิทธิภาพแน่นอน
  • รองรับ Apple Pencil, Smart Keyboard ใช้ทำงานได้
  • รองรับ iPadOS 14 ที่มีฟีเจอร์ให้ใช้งานมากมาย และรองรับ iPadOS ได้อีกหลายเวอร์ชันในอนาคต
  • เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา หรือผู้เริ่มต้นใช้ iPad เพราะราคาเข้าถึงง่าย มาพร้อมสเปกที่ครบครัน

ซื้อ iPad (รุ่นที่ 8) ที่ไหนดี

  • Apple Store Online ประเทศไทย
  • Apple Iconsiam, Apple Central World กรุงเทพฯ
  • ร้านค้าตัวแทนจำหน่าย ทั้งช่องทางออนไลน์หรือสาขาใกล้บ้าน เช่น Studio 7

ราคาและรุ่นที่วางจำหน่าย

  • iPad (รุ่นที่ 8) Wi-Fi ความจุ 32GB ราคา 10,900 บาท
  • iPad (รุ่นที่ 8) Wi-Fi ความจุ 128GB ราคา 13,900 บาท
  • iPad (รุ่นที่ 8) Wi-Fi + Cellular ความจุ 32GB ราคา 15,400 บาท
  • iPad (รุ่นที่ 8) Wi-Fi + Cellular ความจุ 128GB ราคา 18,400 บาท

ชมวิดีโอรีวิว

เขียนโดย Eveji