,

iPhone iPad ขึ้นเชื่อมต่อกับ iTunes แก้ไขอย่างไร (แก้ Recovery Mode)


ถ้าหากบางครั้ง iPhone, iPad ของคุณอยู่ดีๆ ก็เข้าRecovery Mode เองแล้วหละก็ ขั้นตอนเหล่าๆ นี้จะช่วยแก้ปัญหาเพื่อให้เครื่องกลับมาทำงานได้อย่างปกติ

DSC_7774วิธีแก้ปัญหา iPhone, iPad ติด Recovery Mode

จะมีอยู่หลายวิธีค่อยๆ ลองกันไปตามลำดับนะครับจากง่ายไปหายาก

1. ทำ Hard Reset (ข้อมูลไม่หาย)

สำหรับ iPhone SE, 6s, 6 และเก่ากว่าให้ กดปุ่ม home+power พร้อมกันค้างเอาไว้จนกว่าจะเห็น Apple logo ขึ้นมา จึงปล่อยทั้งปุ่มทั้งสอง

ส่วน iPhone 7, 7+ ให้ กดปุ่มลดเสียง+ Power ค้างไว้ จนกว่าจะเห็น Apple logo ขึ้นมา จึงปล่อยทั้งปุ่มทั้งสอง

ถ้าไม่ติดขัดอะไรมากวิธีนี้ก็จะช่วยให้เครื่องออกมาโหมดปกติได้

2. ใช้เครื่องมือ Tinyumbrella หรือ RecBoot (ข้อมูลไม่หาย) [แนะนำ]

Tinyumbrella

ดาวน์โหลดได้ที่ http://blog.firmwareumbrella.com/ ได้ทั้ง windows, mac จากนั้นเปิดโปรแกรมมา, เชื่อมต่อสาย USB พร้อมอุปกรณ์ให้เรียบร้อย กดที่ปุ่ม Exit Recovery ที่มุมบนขวาได้เลย เครื่องจะกลับสู่โหมดปกติ

Screenshot 2014-06-09 14.23.19

RecBoot

ดาวน์โหลด RecBoot  สำหรับ RecBoot-2.2-Mac หรือ RecBoot-1.3-WINDOWS

เปิด RecBoot ขึ้นมาพร้อมเชื่อมต่อ iPhone, iPad ที่ติด Recovery Mode เข้าไป จากนั้นกด Exit Recovery

Screenshot 2016-08-21 14.30.14

ถ้าทำแล้วไม่หายลองชมวิธีการด้านล่าง

3.  Flash ด้วย 3uTools (ข้อมูลไม่หาย) [แนะนำ]

วิธีอัปเดต iPhone หรือการ Flash iOS โดยไม่ลบข้อมูลในเครื่องออก

เชื่อมต่อ iPhone, iPad เข้ากับ 3uTools ผ่านโหมดธรรมดาหรือ Recovery Mode, DFU Mode จากนั้นเลือกที่

  • Flash jailbreak> Easy Flash> เลือก iOS ที่ต้องการ > เลือก Don’t erase user’s data > กด Flash

จากนั้นรอให้ 3uTools ดาวน์โหลด IPSW มาลงที่คอมพิวเตอร์และเริ่มกระบวนการ Flash iPhone ให้กับเราโดยอัติโนมัติครับ

ข้อควรระวัง ต้องรู้ Apple ID, Password ของ Find My iPhone, iPad ของเครื่องที่กำลังดำเนินการ Flash ด้วยนะครับ

ดาวน์โหลด 3uTools ได้ฟรีที่ 3u.com รองรับ Windows เท่านั้น

4. Restore ด้วย iTunes (ข้อมูลหาย)

recovery mode

ad9-border

Screenshot 2014-06-09 14.46.21

iTunes  จะมองเห็นอุปกรณ์แล้วแจ้งว่าตอนนี้กำลังอยู่ใน Recovery mode จากนั้นสามารถกดที่ปุ่ม Restore iPhone แล้วรอจนกว่าขั้นตอนจะเสร็จสิ้น ทั้งนี้จะนานไม่นานขึ้นอยู่กับอินเทอร์เน็ตว่าเร็วไหม เพราะมันต้องดาวน์โหลด iOS ล่าสุดของแม่ข่ายของ Apple เพื่อที่จะนำมา Restore, แต่ถ้าหากว่า iOS ล่าสุดเคยโหลดมาแล้วก็จะเข้าขั้นตอนการ Restore เลย ต้องรอนานหน่อยนะ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการล้างเครื่อง iPhone, iPad, iPod touch

5. DFU Mode แล้ว Restore (ข้อมูลหาย)

DFU ย่อมาจาก Device Firmware Upgrade ซึ่งจะใช้สำหรับการอัปเดตเฟิร์มแวร์ของตัวเครื่อง ส่วนใหญ่แล้วผู้ใช้งานขึ้นสูงเท่านั้นจะใช้กันเพราะการเข้า DFU Mode นั้นค่อนข้างยากนิดนึง ดูวิธีการเข้า DFU Mode ที่นี่

หลังจากเข้า DFU Mode ได้แล้ว(ข้อสังเกตคือหน้าจออุปกรณ์จะมืดแต่ที่ iTunes จะเห็นอุปกรณ์) ก็สั่ง Restore iPhone  เช่นเดิมกับข้อที่ 3 ได้เลย

Screenshot 2014-06-09 14.46.21

ทั้งหมดถือว่าเป็นวิธีการแก้ปัญหา iPhone, iPad ติด Recovery mode นะครับลองเอาไปใช้งานดู

ถ้าล้างเครื่องแล้วไม่หาย ส่วนใหญ่อุปกรณ์ภายในจะเสีย

ส่วนจะมีอีกกรณีเหมือนกันที่ไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ เช่น อุปกรณ์ในเครื่อง iPhone, iPad เสียภายใน อาการที่อาจจะเจอคือ

  • ทำขั้นที่ 1-4 แล้วยังแก้ไม่ได้ กลับมาติดที่ Recovery mode เช่นเดิม
  • Restore ผ่านแล้วใช้งานได้ปกติ แต่ว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงก็เข้า Recovery mode ใหม่แล้วค้างอยู่อย่างนั้น
  • Restore ไม่ผ่านที่ iTunes แล้วขึ้น Error ต่างๆ ซึ่งบางครั้งอาจจะเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ภายใน

โดยส่วนที่จะเจอปัญหาที่กล่าวมาข้างบนมันจะเสียที่อุปกรณ์บางคนเปลี่ยนแบตเตอรีแล้วหาย (Error 29 ของ iPhone 4s), บางคนทำการ restore ที่คอมพิวเตอร์เครื่องอื่นแล้วหาย(กรณีที่คอมฯ แรกอาจจะติดไวรัสหรืออินเทอร์เน็ดมีปัญหา) หรือหนักสุดก็อาจจะต้องเปลี่ยน logicboard กันเลยทีเดียว ทั้งนี้ก็ต่างกรรมต่างวาระนะครับ

อุปกรณ์เสียซ่อมที่ไหน?

  • ถ้าประกัน 1 ปียังเหลือติดต่อ AASP ได้เลย
  • ถ้าประกันหมดทางเลือกคือ เคลมเปลี่ยนเครื่องแบบเสียเงินที่ AASP หรือซ่อมที่ร้านนอกที่ไว้ใจได้ได้เลย
  • ถ้าเสียจนคิดว่าซ่อมไม่ได้แล้วแนะนำให้ขายซากแล้วไปซื้อเครื่องใหม่หรือเครื่องมือ 2 ก็น่าจะโอเคกว่า

หวังว่าจะช่วยเหลือผู้ที่เจอปัญหานี้ได้

แก้ไขล่าสุด 9 พ.ค. 2560

ความคิดเห็น - Like เพจ iPhoneMod.net
ad9-border

Written by attapon

ศิษย์เก่าวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ม. ขอนแก่น ผู้ก่อตั้ง iPhoneMod.net ตั้งแต่ปี 2009
อดีต Dell Technical Support รู้จัก ​Apple เพราะ Macbook Pro และใช้ iPhone ตั้งแต่รุ่น 3G จนถึงปัจจุบัน

One Comment