Figma อัปเดตใหม่ เพิ่ม Code Layers ทำงานบน Canvas พร้อมรองรับ Animation, 3D Transforms และ AI ช่วย Designer และ Developer ทำงานสะดวกขึ้น
Figma อัปเดตใหม่: เพิ่ม Code Layers, ทำแอนิเมชัน และจัดเต็มฟีเจอร์ AI
เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2026 ที่ผ่านมา Figma ได้เผยโฉมการอัปเดตใหม่ที่มาพร้อมกับการเพิ่ม Code Layer, การรองรับ Motion และ Shaders รวมถึงความสามารถในการสร้างปลั๊กอิน (Plug-ins) แบบปรับแต่งเองสำหรับงานต่าง ๆ โดยใช้ความสามารถของ AI
Figma ได้พยายามนำการผสานรวมโค้ด (Code Integration) เข้ามาในเครื่องมือของตนมาระยะหนึ่งแล้ว โดยเมื่อปีที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดตัว Figma Make ซึ่งเป็นเครื่องมือสร้างโปรโตไทป์ผ่านคำสั่ง AI (Prompt-based) และหลังจากนั้นก็ได้เปิดตัวการเชื่อมต่อกับ Claude Code และ Codex เพื่อช่วยให้การส่งมอบงาน (Hand-off) ระหว่างฝั่งออกแบบและฝั่งเขียนโค้ดมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ปัจจุบัน บริษัทยังได้เพิ่ม Code Layers ลงบนพื้นที่ทำงานร่วมกัน (Collaborative Canvas) โดยตรง ซึ่งฟีเจอร์นี้จะช่วยให้ทีมสามารถโคลน Repository และดึง Flow การทำงานจากโค้ดมาสู่เลเยอร์การออกแบบเพื่อทำการทดสอบได้
Yuhki Yamashita ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Figma กล่าวว่า Code Layers จะช่วยให้นักออกแบบ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ (Product Manager) และโปรแกรมเมอร์สามารถต่อยอดและปรับปรุงไอเดียได้ง่ายขึ้น แทนที่จะต้องไปหมกมุ่นอยู่กับการเขียนโค้ดให้สมบูรณ์แบบเพื่อนำไปใช้งานจริง
ที่มา: Figma
“เราคิดว่า Multiplayer Canvas นั้นทรงพลังมาก เพราะนี่คือสภาพแวดล้อมที่คุณไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับคุณภาพของโค้ดมากนัก หากคุณกำลังเร่งสำรวจไอเดีย หรือต้องการทดลองทิศทางใหม่ ๆ หลาย ๆ ทาง คุณสามารถทำได้เลยบนพื้นที่แห่งนี้ เราหวังว่าฟีเจอร์นี้จะสร้างพฤติกรรมการทำงานรูปแบบใหม่ ที่ไม่ใช่แค่สำหรับนักออกแบบ แต่ยังรวมถึงฝั่งวิศวกรและ PM ด้วย” เขากล่าวผ่านการสนทนาทางโทรศัพท์
นอกจากนี้ ปัจจุบัน Figma ยังรองรับ Animations (แอนิเมชัน), Transitions (การเปลี่ยนฉาก) และ 3D Transforms (การแปลงรูปทรง 3 มิติ) แล้ว จากที่ก่อนหน้านี้ นักออกแบบต้องไปสร้างแอนิเมชันในซอฟต์แวร์อื่น แล้วแปลงเป็นโค้ดเพื่อให้แอปรู้จัก แต่ตอนนี้นักออกแบบสามารถผสานแอนิเมชันและการเปลี่ยนฉาก เข้าไปใน Figma ได้โดยตรง
ที่น่าสนใจคือ ตอนนี้ผู้ใช้สามารถใช้ AI เพื่อสร้าง Asset บางส่วนเหล่านี้ได้แล้ว และการอัปเดตครั้งนี้ยังเปิดให้ผู้ใช้สามารถใส่เอฟเฟกต์ Shader รวมถึงการเติมสีด้วย AI ได้อีกด้วย
เมื่อปีที่แล้ว Figma ได้เข้าซื้อกิจการ Weavy ซึ่งเป็นเครื่องมือแบบ Node-based ที่ช่วยให้นักออกแบบสามารถรัน Workflow ผ่านโมเดลต่าง ๆ เพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์ได้ และตอนนี้บริษัทกำลังดำเนินการผสานการทำงานของทั้งสองแอปให้เป็นเนื้อเดียวกันมากขึ้น ในการอัปเดตที่จะปล่อยออกมาในช่วงปลายปีนี้ ผู้ใช้จะสามารถสร้าง Workflow ของ Weavy ได้โดยตรงภายในแพลตฟอร์ม Figma

ที่มา: Figma
บริษัทยังได้เพิ่มทักษะ (Skills) ใหม่ ๆ เพื่อให้ผู้ช่วย AI มีประโยชน์มากขึ้นบนพื้นที่ทำงานร่วมกัน ตอนนี้ผู้ใช้สามารถพิมพ์ข้อความคำสั่งเพื่อสร้างทักษะแบบทำซ้ำได้ (Repeatable skills) เพื่อให้เอเจนต์ AI นำไปใช้งานต่อ นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับเครื่องมืออื่น ๆ เช่น Notion, Granola, Excel และ GitHub หรือแนบไฟล์เพื่อให้บอต AI เข้าใจบริบทของสิ่งที่คุณต้องการให้ทำได้ดียิ่งขึ้น
สุดท้ายนี้ บริษัทยังได้เพิ่มฟีเจอร์ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างปลั๊กอิน (Custom plug-ins) ของตัวเอง เช่น เครื่องมือสร้างเลย์เอาต์ (Layout generators) หรือตัวแปลงเส้นเวกเตอร์ (Vector path tracers) ได้ง่าย ๆ ผ่านการป้อนคำสั่ง Prompt
ที่มา: TechCrunch
