Adonit Wireless Travelcube Review Cover 1200808
in , ,

รีวิวแบตสำรอง Adonit Wireless TravelCube ชาร์จไร้สายได้ มี USB-C และหัวปลั๊กสำหรับใช้ในต่างประเทศ

แบตเตอรี่สำรอง ณ ปัจจุบันมีให้เลือกมากมายหลากหลายยี่ห้อแต่จะมีสักกี่รุ่นที่มีจุดเด่นและเป็นที่น่าจดจำ วันนี้ผมมีหนึ่งรุ่นจากแบรนด์ Adonit มาแนะนำให้ได้ชมกันในรุ่น Wireless TravelCube แน่นอนครับว่าจุดเด่นของรุ่นนี้ก็คือ แบตเตอรี่สำรองที่มาพร้อมระบบชาร์จไร้สายนั่นเองครับ

รีวิวแบตสำรอง Adonit Wireless TravelCube ชาร์จไร้สายได้ มี USB-C และหัวปลั๊กสำหรับใช้ในต่างประเทศ

รีวิวนี้ได้รับการสนับสนุนสินค้าจาก Adonit Thailand ส่วนเนื้อหานั้นมาจากผู้รีวิวที่ได้ใช้งานสินค้านี้โดยตรง

Adonit Wireless Travelcube Review 1200755

ครั้งแรกที่ได้เห็น Adonit Wireless TravelCube ก็รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ลองใช้งานเพราะไม่ได้รีวิวแบตสำรองที่มีลูกเล่นเจ๋งๆ มานานแล้ว แต่ก่อนเราอาจจะตื่นเต้นกับเรื่องความจุของแบตสำรองขนาดเยอะๆ แต่พักหลังมานี้เทคโนโลยีสมาร์ตโฟนเปลี่ยนไป ทำให้แบตสำรองเองก็ต้องขยับตามด้วย ซึ่งในรุ่นนี้ผมสรุปให้ดูทราบก่อนว่ามีจุดที่น่าสนใจตรงไหนบ้าง แล้วเดี๋ยวไปลงรายละเอียดกันในลำดับต่อไป

  • แบตสำรองที่ชาร์จผ่านระบบไร้สายได้ (Wireless Charging)
  • มาพร้อมอะแดปเตอร์ในตัว
  • มีพอร์ต USB-C
  • มีพอร์ต USB-A
  • บอกระดับแบตเตอรี่ที่เหลือแสดงผลเป็นตัวเลขดิจิตอล
  • หัวปลั๊กสามารถสลับเปลี่ยนได้ เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวไปต่างประเทศ

ไปลงรายละเอียดของแบตสำรองรุ่นนี้กันเลยครับ

Part 1: คุณสมบัติ

Adonit Wireless Travelcube Review 1200756

ถ้าเอ่ยถึง “แบตเตอรี่สำรอง” หลายคนคงจะรู้แล้วแหละว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้เอาไว้ใช้ทำอะไร ส่วนวันนี้จะขอพามารู้จักกับ Adonit Wireless TravelCube แบตสำรองที่ทำได้หลายอย่างเรียกได้ว่าตัวเดียวเอาอยู่ สามารถพกพาไปใช้งานประจำวันและเหมาะสำหรับสายเที่ยวอีกด้วย

คุณสมบัติและประโยชน์ที่ได้จากอุปกรณ์ชิ้นนี้ขอแยกเป็นข้อๆ ดังนี้ครับ

  • แบตเตอรี่สำรองขนาด 6,700 mAh
  • รองรับการชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi ให้กำลังไฟ 5W มาพร้อมไฟ LED แสดงสถานะเมื่อระบบชาร์จไร้สายทำงาน
  • มีปุ่ม Power ปิด-เปิด การชาร์จไร้สายได้
  • มีพอร์ตสำหรับการชาร์จ 3 พอร์ตแบ่งเป็น USB-C จำนวน 1 พอร์ตและ USB-A อีก 2 พอร์ต
  • USB-C จ่ายไฟออกให้อุปกรณ์ ให้กำลังไฟสูงสุด 12W (5V/2.4A)
  • USB-A จ่ายไฟให้กำลังสูงสุด 12W (5V/2.4)
  • มีอะแดปเตอร์ในตัวเสียบปลั๊กไฟแล้วชาร์จแบตสำรองได้ทันทีไม่ต้องหาอะแดปเตอร์แยกให้ยุ่งยาก
  • อะแดปเตอร์เปลี่ยนขาเสียบได้ 4 แบบ ได้แก่ US, UK, EU, AU รองรับการใช้งานในหลายๆ ประเทศ ประเทศไทยใช้แบบเดียวกับ US
  • มีไฟ LED แสดงตัวเลขของระดับแบตเตอรี่ที่เหลือ
  • แบตสำรอง 1 ตัวสามารถชาร์จอุปกรณ์ได้พร้อมกัน 4 ตัว
  • สามารถใช้แบตสำรองตัวนี้เป็นอะแดปเตอร์ชาร์จอุปกรณ์ได้ในเวลาเดียวกัน

Adonit Wireless Travelcube Review 1200759

ได้ทราบคุณสมบัติของอุปกรณ์ชิ้นนี้กันไปแล้วต่อไปมาชมอุปกรณ์ที่มีในกล่องกันครับ

Part 2: เช็คของ

หลังแกะกล่องจะพบกับ

  1. Adonit Wireless TravelCube
  2. กล่องสำหรับใส่แบตสำรอง
  3. หัวปลั๊ก 3 แบบได้แก่ UK, AU และ EU
  4. คู่มือการใช้งานเบื้องต้น (มีภาษาไทย)

Adonit Wireless Travelcube Review 1200761

กล่องเป็นกล่องแข็งรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ามนๆ มีความแข็งแรงผิวผิวสัมผัสนิ่มและภายในบุด้วยผ้า ป้องกันแบตสำรองไม่ให้เป็นรอยขีดข่วน ภายในกล่องมีถุงตาข่ายพร้อมสายรัดมาให้ด้วย สามารถเก็บสายชาร์จในกล่องนี้ได้เลย

Adonit Wireless Travelcube Review 1200764

เมื่อเปิดมาจะเจออุปกรณ์เหล่านี้

Adonit Wireless Travelcube Review 1200767

ชมอุปกรณ์ในกล่องกันก่อนว่าหน้าตาเป็นเช่นไรพร้อมชมพอร์ตต่างๆ บนแบตสำรองชิ้นนี้

Adonit Wireless Travelcube Review 1200772Adonit Wireless Travelcube Review 12007812

Adonit Wireless Travelcube Review 1200783 Adonit Wireless Travelcube Review 1200786 Adonit Wireless Travelcube Review 1200773

ภาพด้านล่างเป็นปลั๊กเสริมเอาไว้เปลี่ยนเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ

Adonit Wireless Travelcube Review 1200770

คู่มือการใช้งานมีภาษาไทยให้อ่านด้วยนะ

Adonit Wireless Travelcube Review 1200835

 

Part 3: การใช้งานและการทดสอบ

ต่อไปมาดูวิธีการใช้งานและชมการทดสอบประสิทธิภาพไปพร้อมๆ กันครับ

การใช้งานระบบชาร์จไร้สาย 

Adonit Wireless Travelcube Review 1200848

ให้หงายด้านที่มีสัญลักษณ์การชาร์จไร้สายขึ้น จากนั้นวาง iPhone (รุ่นที่รองรับการชาร์จไร้สายได้แก่ iPhone 8, 8 Plus, X, XS, XS Max และ XR) หรือ สมาร์ตโฟนรุ่นอื่นๆ ที่รองรับการชาร์จผ่านมาตรฐาน Qi ไว้บนแบตสำรอง แล้ว กดที่ปุ่ม Power 1 ครั้ง ไฟ LED สีแดงจะติดขึ้นพร้อมแสดงระดับของแบตเตอรี่ที่เหลือ หากต้องการปิดการชาร์จไร้สายให้กดปุ่ม Power ค้างไว้จนกว่าไฟ LED จะดับลง การใช้ไร้สายเหมาะสำหรับชาร์จอยู่กับที่ส่วนกำลังไฟที่ให้มานั้นคือ 5W ค่อนข้างที่จะช้านะเทียบเท่ากับอะแดปเตอร์ที่แถมมากับ iPhone แหละ ซึ่งถ้าชาร์จผ่านสายก็จะเร็วกว่า

ข้อดีหลักๆ ก็คือชาร์จได้ทุกที่ที่ต้องการ น้ำหนักเบา (219 กรัม)และไม่ต้องพกสายให้ยุ่งยาก พกติดตัวไปด้วยเอาไว้ชาร์จตอนนั่งทานข้าว, นั่งจิบกาแฟชิวๆ กับเพื่อน หรือว่าวางบนโต๊ะทำงานชาร์จไปด้วยทำงานไปด้วยก็ได้

การชาร์จผ่านพอร์ต USB-C

Adonit Wireless Travelcube Review 1200839

พอร์ตนี้เหมาะสำหรับการชาร์จ iPhone, iPad และสมาร์ตโฟนที่รองรับการเชื่อมต่อผ่าน USB-C ที่มีกำลังไฟไม่เกิน 15W ถ้าจะชาร์จ iPhone ต้องหาสาย USB-C to Lightning มาใช้งานราคาเส้นละ 690 บาท ซื้อได้ที่ Apple   ทดสอบการชาร์จกับ iPhone X พบว่าแบตสำรองจ่ายกำลังไฟสูงสุดที่ 10.x W

ส่วนถ้าจะเอามาชาร์จ iPad Pro รุ่นปี 2018 ถามว่าชาร์จได้ไหม? ตอบเลยว่าได้ สามารถใช้สาย USB-C ของ iPad มาชาร์จได้เลยนะ แต่ว่ากำลังไฟจะน้อยและอาจจะเต็มช้ากว่าเมื่อเทียบกับอะแดปเตอร์ iPad Pro 2018 ที่มาพร้อมกำลังไฟขนาด 18W

ทดสอบชาร์จ iPad Pro 2018 ขนาด 12.9 นิ้วผ่าน USB-C พบว่าแบตสำรอง Adonit Wireless TravelCube ตัวนี้จ่ายกำลังไฟได้สูงสุดที่ 14W ซึ่งเป็นไปตามค่าสเปคที่ระบุเอาไว้ในเอกสาร แล้วกำลังไฟก็จะนิ่งๆ อยู่ที่ระดับ 11-12W ถือว่าแรงพอๆ กับอะแดปเตอร์ iPad รุ่นธรรมดา

ทดสอบชาร์จ MacBook Pro 2018 รุ่น 15 นิ้ว ชาร์จไฟตรงได้แต่แบตเตอรี่ไม่เพิ่ม สรุปแล้วว่ากำลังไฟจากแบตสำรองตัวนี้น้อยไป ถ้าใครคิดว่าเอาไปใช้ชาร์จ MacBook ด้วยก็บอกเลยว่าไม่แนะนำครับผม

การชาร์จผ่านพอร์ต USB-A

สามารถใช้สายชาร์จที่แถมมากับ iPhone, iPad เสียบชาร์จได้เลย ข้อดีคือมีพอร์ตให้ใช้งาน 2 พอร์ตพร้อมกันถือว่าดี กำลังไฟสูงสุดที่วัดได้ไม่เกิน 10W จากการชาร์จผ่านพอร์ตนี้ครับ

หัวปลั๊กมีให้เลือกถึง 4 แบบ

อันนี้เป็นจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของแบตสำรอง Adonit Wireless TravelCube นอกจากมีอะแดปเตอร์มาพร้อมในตัวไม่ต้องหาซื้อเพิ่ม นอกจากหัวปลั๊กแบบ US ที่ติดตั้งมาพร้อมแบตสำรองแล้วยังมีปลั๊กอีก 3 แบบได้แก่ UK, AU และ EU ให้ติดตั้งสลับการใช้งานได้ด้วย สะดวกสุดๆ เมื่อเดินทางไปต่างประเทศจะได้ไม่ต้องวิ่งหาหัวแปลงปลั๊กไฟให้วุ่น จุดนี้ขอชื่นชมการออกแบบเลยว่าตอบโจทย์มากๆ ครับ

ภาพด้านล่างนี้ถ่ายที่ประเทศสิงคโปร์ทริปนั้นผมไปทำงาน 2 วัน 1 คืน พักที่โรงแรมซึ่งพบว่าที่โรงแรงไม่ได้ติดตั้งเต้าเสียบแบบ Universal เอาไว้ โชคดีที่แบตสำรองชุดนี้หัวปลั๊กให้เสียบเพิ่มได้ ซึ่งเป็นแบบ UK ผมจึงสามารถชาร์จ iPhone XS Max และ Apple Watch Series 4 ได้ในที่สุด

Adonit Wireless Travelcube Review 1200843Part 4: บทสรุป

Adonit Wireless Travelcube Review 1200808

แบตสำรอง Adonit Wireless TravelCube เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าซื้อหาไปใช้งาน ประทับใจในฟีเจอร์ที่มีให้เลือกค่อนข้างเยอะไม่ว่าจะเป็น การชาร์จไร้สาย, การชาร์จผ่าน USB-C, USB-A ที่มาให้ครบทุกพอร์ตอย่างที่สมาร์ตโฟนต้องการ และด้วยการมีอะแดปเตอร์ในตัวซึ่งเสียบเข้ากับปลั๊กไฟบ้านก็ทำให้ชาร์จไฟเข้าแบตสำรองได้ทันทีและไม่พอแค่นั้น นอกจากการใช้เป็นแบตสำรองแล้วก็ยังใช้เป็นอะแดปเตอร์ชาร์จไฟให้อุปกรณ์ได้อีก ครบจริงๆ

ทีเด็ดอีกอย่างที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือหัวปลั๊กเสริมหลายแบบที่ให้มาถูกใจมากเพราะมันนำไปใช้งานที่ต่างประเทศได้เลยไม่ต้องวิ่งหาหัวแปลงปลั๊กให้ลำบาก แถมด้วยกระเป๋าเก็บแบตสำรองก็ดีไซน์มินิมอล เรียบ สวย ดูแพง แถมใช้งานได้ดีอีกด้วย ใช้เก็บได้ทั้งแบตสำรอง หัวปลั๊กและสายชาร์จ iPhone ได้เลยเป็นระเบียบมากขึ้น

ส่วนจุดที่คิดว่าถ้าปรับปรุงแล้วจะทำให้แบตสำรองรุ่นนี้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้นก็คือ ความจุ รุ่นนี้ให้มาน้อยไปหน่อยที่ 6,700 mAh ถามว่าพอกับใช้งานใน 1-2 วันไหมก็บอกเลยว่าไหวอยู่ แต่ถ้าเอาไปใช้ iPad ก็อาจจะหมดไวหน่อย ถ้าให้มาสัก 10,000 mAh หรือมากกว่าก็น่าจะดี และอีกจุดคือพอร์ต USB-C น่าจะรองรับ Power Delivery (PD) จะทำให้ชาร์จเร็ว iPhone, iPad ได้ และถ้าอยากจะล้ำอีกหน่อยก็เพิ่มกำลังไฟให้สามารถชาร์จ MacBook ได้เลย ซึ่งทุกอย่างมันจะจบอยู่ที่อุปกรณ์ตัวนี้

โดยรวมแล้ว

Adonit Wireless TravelCube จัดว่าเป็นแบตสำรองที่ฟังก์ชันครบ ตอบโจทย์การใช้งานหลายรูปแบบ ทั้งใช้งานได้ในและนอกสถานที่ พกไปเที่ยวต่างประเทศได้ไร้กังวลเรื่องปลั๊กชาร์จ

หากใครมองหาแบตสำรองดีๆ ฟีเจอร์เจ๋งๆ สักตัว แนะนำว่ารุ่นนี้แหละน่าคบหาดูใจแล้วคุณจะเลิฟมันในที่สุด

ราคาและการจัดจำหน่าย

Adonit Wireless TravelCube จำหน่ายในราคา 2,790 บาท สามารถหาซื้อได้ที่ Studio 7, Betrend Siam Paragon, Betrend Emporium, Loft Siam Discovery และเพจ Adonit Thailand

เขียนโดย Attapon Thaphaengphan

ศิษย์เก่าวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ม. ขอนแก่น ผู้ก่อตั้ง iPhoneMod.net ตั้งแต่ปี 2009
อดีต Dell Technical Support รู้จัก ​Apple เพราะ Macbook Pro และใช้ iPhone ตั้งแต่รุ่น 3G จนถึงปัจจุบัน