Adonit Wireless Travelcube Pro Review Cover
in , ,

รีวิวแบตสำรอง Adonit Wireless TravelCube Pro แบบ 4 ใน 1 รุ่นใหม่มาพร้อม PD + QC

รอบที่แล้วได้ รีวิวแบตสำรอง Adonit Wireless TravelCube ชาร์จไร้สายได้ มี USB-C และหัวปลั๊กสำหรับใช้ในต่างประเทศ ให้ชมกันไปแล้ว รอบนี้มีอัปเดตรุ่นใหม่กับ  Adonit Wireless TravelCube Pro สำหรับแบตสำรองรุ่นนี้ที่เพิ่มฟังก์ชันการทำงานเข้ามาอย่าง รองรับ Power Delivery (PD) ช่วยให้ชาร์จเร็วขึ้นอีก จะเป็นอย่างไรนั้นไปติดตามชมกันได้เลย

รีวิวแบตสำรอง Adonit Wireless TravelCube Pro แบบ 4 ใน 1 รุ่นใหม่มาพร้อม PD + QC

รีวิวนี้ได้รับการสนับสนุนสินค้าจาก Adonit Thailand ส่วนเนื้อหานั้นมาจากผู้รีวิวที่ได้ใช้งานสินค้านี้โดยตรง

ภาพรวมของแบตสำรองรุ่นนี้จะเหมือนที่รีวิวในรุ่นก่อนหน้าดังนั้นผมจะขอเน้นส่วนที่แตกต่างและเด่น ๆ เพิ่มเติมเข้ามานะครับ

Adonit Wireless Travelcube Pro 1222163

ภาพรวมของ Adonit Wireless TravelCube Pro

  • แบตสำรองที่ชาร์จผ่านระบบไร้สายได้ (Wireless Charging) กำลังแรงขึ้นสูงสุด 10W
  • มาพร้อมอะแดปเตอร์ในตัว
  • มีพอร์ต USB-C รองรับ Power Delivery (PD) สูงสุด 18W ชาร์จ iPad Pro 2018 ได้สบาย
  • มีพอร์ต USB-A รองรับ Quick Charge (QC)
  • บอกระดับแบตเตอรี่ที่เหลือแสดงผลเป็นตัวเลขดิจิตอล
  • หัวปลั๊กสามารถสลับเปลี่ยนได้ เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวไปต่างประเทศ

ไปลงรายละเอียดของแบตสำรองรุ่นนี้กันเลยครับ

Part 1: คุณสมบัติ

Adonit Wireless Travelcube Pro 1222179

Adonit Wireless Travelcube Pro 1222186

คุณสมบัติและประโยชน์ที่ได้จากอุปกรณ์ชิ้นนี้ขอแยกเป็นข้อๆ ดังนี้ครับ

  • แบตเตอรี่สำรองขนาด 6,700 mAh (24.79Wh)
  • รองรับการชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi ให้กำลังไฟสูงสุด 10W (5W/7.5W/10W) มาพร้อมไฟ LED แสดงสถานะเมื่อระบบชาร์จไร้สายทำงาน
  • มีปุ่ม Power ปิด-เปิด การชาร์จไร้สายได้ กด 1 ครั้งเพื่อเปิดและกดค้าง 2 วินาทีเพื่อปิด
  • มีพอร์ตสำหรับการชาร์จ 3 พอร์ตแบ่งเป็น USB-C จำนวน 1 พอร์ตและ USB-A อีก 2 พอร์ต
  • USB-C จ่ายไฟออกให้อุปกรณ์ ให้กำลังไฟสูงสุด 18W (5V/2A, 9V/2A, 12V/1.5A )
  • USB-A จ่ายไฟให้กำลังสูงสุด 18W (5V/2A, 9V/2A, 12V/1.5A)
  • มีอะแดปเตอร์ในตัวเสียบปลั๊กไฟแล้วชาร์จแบตสำรองได้ทันทีไม่ต้องหาอะแดปเตอร์แยกให้ยุ่งยาก
  • อะแดปเตอร์เปลี่ยนขาเสียบได้ 4 แบบ ได้แก่ US, UK, EU, AU รองรับการใช้งานในหลายๆ ประเทศ ประเทศไทยใช้แบบเดียวกับ US
  • มีไฟ LED แสดงตัวเลขของระดับแบตเตอรี่ที่เหลือ
  • แบตสำรอง 1 ตัวสามารถชาร์จอุปกรณ์ได้พร้อมกัน 3 ตัว (รวมชาร์จไร้สาย)
  • สามารถใช้แบตสำรองตัวนี้เป็นอะแดปเตอร์ชาร์จอุปกรณ์ได้ในเวลาเดียวกัน

ได้ทราบคุณสมบัติของอุปกรณ์ชิ้นนี้กันไปแล้วต่อไปมาชมอุปกรณ์ที่มีในกล่องกันครับ

Part 2: เช็คของ

Adonit Wireless Travelcube Pro 1222169

อุปกรณ์ที่มีในกล่อง

  1. Adonit Wireless TravelCube Pro
  2. กล่องสำหรับใส่แบตสำรอง
  3. หัวปลั๊ก 3 แบบได้แก่ UK, AU และ EU
  4. สาย USB-A to USB-C
  5. คู่มือการใช้งานเบื้องต้น (มีภาษาไทย)

สิ่งที่แตกต่างเพิ่มเข้ามาเทียบกับรุ่นที่แล้วคือมีสาย USB-A to USB-C มาให้ด้วยจำนวน 1 เส้น สามารถนำไปชาร์จ iPad Pro 2018 หรืออุปกรณ์อื่น ๆ อย่าง Android, GoPro 7 เป็นต้น

Adonit Wireless Travelcube Pro 1222178

นอกจากนี้จำนวนพอร์ตที่ให้มาจะลดลง (เมื่อเทียบกับรุ่นเดิมจะให้ USB-A มา 2 พอร์ตและ USB-C 1 พอร์ต) แต่ส่วนที่ปรับเพิ่มเติมสำหรับ Adonit Wireless TravelCube Pro คือกำลังการจ่ายไฟที่แรงขึ้นทั้งพอร์ต USB-C และและ USB-A

Part 3: การใช้งานและการทดสอบ

ต่อไปมาดูวิธีการใช้งานและชมการทดสอบประสิทธิภาพไปพร้อมๆ กันครับ

การใช้งานระบบชาร์จไร้สาย

การเปลี่ยนแปลงหลักสำหรับการชาร์จไร้สายในรุ่นนี้คือเพิ่มกำลังการจ่ายไฟให้เป็น 10W ซึ่งมากกว่ารุ่นเดิมถึง 2  เท่า ทำให้สามารถชาร์จไฟเข้าอุปกรณ์ได้เร็วขึ้นนั่นเอง ซึ่งรุ่นนี้รองรับการจ่ายไฟให้อุปกรณ์ทั้ง 5W, 7.5W และ 10W  (หมายเหตุ iPhone 8 และ X Series รองรับการชาร์จไร้สายที่ 7.5W)

เมื่อวาง iPhone หรือสมาร์ตโฟนที่รองรับการชาร์จไร้สายบนแบตสำรองรุ่นนี้แล้วให้กดที่ปุ่ม Power 1 ครั้งเพื่อเริ่มทำงาน สถานะไฟ LED จะติดขึ้นและมีระดับแบตเตอรี่ที่เหลือแสดงเอาไว้ให้ทราบ

Adonit Wireless Travelcube Pro 1222231

ทดสอบเพิ่มเติมกับ Samsung Galaxy S9 Plus ชาร์จไร้สายจะขึ้น “การชาร์จด่วนแบบไร้สาย” นั่นหลายถึง แบตสำรองตัวนี้สามารถชาร์จเร็วแบบไร้สายให้อุปกรณ์ที่รองรับได้นั่นเองครับ

Adonit Wireless Travelcube Pro 1222249

การชาร์จผ่านพอร์ต USB-C และ USB-A

Adonit Wireless Travelcube Pro 1222246

อุปกรณ์ที่ใช้ทดสอบมีทั้งฝั่ง iOS และ Android โดย iOS จะใช้ iPhone XS Max, iPhone 8 Plus และ iPad Pro 12.9″ (2018) ส่วน Android จะใช้ Samsung Galaxy S9 Plus ผลที่ได้เป็นดังนี้

  • iPhone XS Max ชาร์จผ่านพอร์ต USB-C ให้กำลังสูงสุด 18W (แรงดันสูงสุด 9V) แต่จะนิ่ง ๆ ระดับ 13W ถือว่ารองรับการชาร์จเร็ว ส่วนหากชาร์จด้วยสาย USB-A จะได้กำลังไฟที่น้อยกว่าอยู่ที่ระดับไม่เกิน 9W (แรงดันสูงสุด 5W) ฉะนั้นหากอยากได้พลังการชาร์จที่เร็วสุดก็ควรใช้คู่กับสาย USB-C to Lightning ชาร์จเต็มด้วย USB-C ใช้เวลาประ 1 ชม. ครึ่งหน่อย ๆ
  • iPhone 8 Plus ชาร์จผ่านพอร์ต USB-C ให้กำลังสูงสุด 17W (แรงดันสูงสุด 9V) แต่จะนิ่ง ๆ ระดับ 13W ถือว่ารองรับการชาร์จเร็ว ส่วนหากชาร์จด้วยสาย USB-A จะได้กำลังไฟที่น้อยกว่าอยู่ที่ระดับไม่เกิน 9W (แรงดันสูงสุด 5W) ฉะนั้นหากอยากได้พลังการชาร์จที่เร็วสุดก็ควรใช้คู่กับสาย USB-C to Lightning ชาร์จเต็มด้วย USB-C ใช้เวลาประ 1 ชม. ครึ่งหน่อย ๆ
  • iPad Pro 12.9″ (2018)  ทดสอบชาร์จจาก USB-C พอร์ตพบว่ารองรับการชาร์จที่กำลังไฟสูงสุดที่ระบบรับได้ประมาณ 18W เต็มกำลังที่แบตสำรองก้อนนี้สามารถจ่ายได้ ค่ากำลังไฟสูงสุดที่ iPad Pro 2018 นั้นรับได้จะอยู่ที่ 27W ส่วนถ้าหากชาร์จจาก USB-A พอร์ตนั้นสามารถจ่ายไฟสูงสุดได้ไม่เกิน 8W เท่านั้นเอง
  • Samsung Galaxy S9 Plus ทดสอบชาร์จจากทั้ง 2 พอร์ตพบว่ารองรับการชาร์จที่กำลังไฟสูงสุดที่ระบบรับได้ประมาณ 15.XW ถือว่ารองรับ Quick Charge จากตัวแบตสำรองนี้

จากการทดสอบนี้ทำให้ทราบว่าอุปกรณ์ iOS ทั้ง iPhone และ iPad หากต้องการใช้งานชาร์จเร็วจะต้องชาร์จผ่าน USB-C เท่านั้น ต่างจากอุปกรณ์ Android ที่สามารถชาร์จได้ทั้ง 2 พอร์ตที่กำลังไฟเท่ากัน

เสริมให้อีก 1 อุปกรณ์ หากใช้ Adonit Wireless TravelCube Pro ตัวนี้กับ MacBook รุ่นที่มีพอร์ต USB-C สามารถใช้งานได้หรือไม่ คำตอบคือ “พอแก้ขัดได้” นั่นหมายถึง กำลังไฟที่แบตสำรองนี้จ่ายได้สูงสุดอยู่ที่ 18W ซึ่งพอที่จะเลี้ยงไปให้ MacBook ได้แต่ทว่าจะไม่สามารถชาร์จไฟเข้า MacBook ได้นั่นเองครับ

หัวปลั๊กมีให้ 4 แบบ

Adonit Wireless Travelcube Pro 1222188

จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของแบตสำรอง Adonit Wireless TravelCube Pro นอกจากมีอะแดปเตอร์มาพร้อมในตัวไม่ต้องหาซื้อเพิ่ม นอกจากหัวปลั๊กแบบ US ที่ติดตั้งมาพร้อมแบตสำรองแล้วยังมีปลั๊กอีก 3 แบบได้แก่ UK, AU และ EU ให้ติดตั้งสลับการใช้งานได้ด้วย สะดวกสุดๆ เมื่อเดินทางไปต่างประเทศจะได้ไม่ต้องวิ่งหาหัวแปลงปลั๊กไฟให้วุ่นสามารถใช้อะแดปเตอร์นี้เปลี่ยนขาเสียบแล้วใช้งานได้เลย

Part 4: บทสรุป

Adonit Wireless Travelcube Pro 1222229

Adonit Wireless TravelCube Pro แบตสำรองแบบ 4 ใน 1 รุ่นนี้ปรับปรุงหลักเรื่องการชาร์จไฟที่ให้กำลังแรงขึ้นทั้งแบบไร้สาย (Wireless Charging) ถึง 10W และรองรับการชาร์จเร็วทั้ง Power Delivery (PD) และ Quick Charge (QC) สูงสุด 18W ช่วยให้ชาร์จอุปกรณ์ทั้ง iOS และ Andriod รวมทั้งอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ได้สะดวกและเร็วขึ้น

ขนาดที่เล็กน้ำหนักเบาและพกพาได้สะดวกทำให้ติดตัวไปได้ทุกทีแม้จะไปทำงานที่ออฟฟิศก็นำติดตัวไปได้ ดีไซน์มที่สวยงามพร้อมขาปลั๊กเสริมสำหรับนำไปใช้งานที่ต่างประเทศเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่จำเป็นต้องหาหัวแปลงเต้าเสียบให้ยาก

สาย USB-C อีกหนึ่งเส้นที่ติดมาให้ด้วยถือเป็นของแถมที่มีประโยชน์ประหยัดค่าสายที่จะต้องซื้อเพิ่ม (แต่ถ้าจะดีสุดแนะนำให้ซื้อสาย USB-C to Lightning ของ Apple อีกสักเส้นก็จะสะดวกรวดเร็วดี) ซึ่งนำไปใช้ชาร์จได้ทั้งสมาร์ตโฟนและ Gadget ที่มาพร้อม USB-C ได้นั่นเอง

ราคาและการจัดจำหน่าย

Adonit Wireless Travelcube Pro 1222192

Adonit Wireless TravelCube Pro จำหน่ายในราคา 2,990 บาท สามารถหาซื้อได้ที่ Studio 7, Betrend Siam Paragon, Betrend Emporium, Loft Siam Discovery และเพจ Adonit Thailand

เขียนโดย Attapon Thaphaengphan

ศิษย์เก่าวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ม. ขอนแก่น ผู้ก่อตั้ง iPhoneMod.net ตั้งแต่ปี 2009
อดีต Dell Technical Support รู้จัก ​Apple เพราะ Macbook Pro และใช้ iPhone ตั้งแต่รุ่น 3G จนถึงปัจจุบัน