, , , , ,

รีวิว iPhone XS และ XS Max ปี 2018 ชม 11 ที่สุดของรุ่นนี้มีอะไรบ้าง อยากรู้ต้องดู!!


Iphone Xs รีวิว

21 ก.ย. 2018 ที่ผ่านมา Apple วางขาย iPhone XS, XS Max อย่างเป็นทางการในกลุ่มประเทศแรก จากนั้นประเทศไทยของเราก็ได้เปิดสั่งซื้อออนไลน์วันที่ 19 ต.ค. 2018 และเปิดขายพร้อมกันอย่างเป็นทางการในไทยทั้ง 3 รุ่น (XS, XS Max และ XR) วันที่ 26 ต.ค. 2018 ทีมงาน iMoD จะพาทุกท่านไปชม 11 สิ่งที่สุดของ iPhone XS, XS Max ว่ารุ่นนี้มีอะไรเปลี่ยนแปลงและน่าสนใจบ้าง พร้อมแล้วไปชมรีวิวจัดเต็มกันได้เลยครับ

iPhone XS และ iPhone XS Max รุ่นปี 2018

Iphone Xs Xs Max Boxes 1199703

ย้อนความกันนิดนึง Apple เปิดตัว iPhone XS, XS Max พร้อมทั้ง iPhone XR ครั้งแรกในวันที่ 12 ก.ย. 2018 และเปิดให้สั่งจองออนไลน์ในกลุ่มประเทศแรกเมื่อ 14 ก.ย. 2018 ซึ่งวันนี้ 21 ก.ย. 2018 เป็นวันแรกของการเปิดขาย iPhone XS และ XS Max ส่วนประเทศไทยนั้นวางขายทั้ง 3 รุ่นเลยในวันที่ 26 ต.ค. 2018 ถือว่าเร็วมาก โดยเฉพาะ iPhone XR นั้นวางขายพร้อมกลุ่มประเทศแรกเลยทีเดียว ในรีวิวนี้จะขอลงรายละเอียดเฉพาะ iPhone XS และ XS Max ก่อนนะครับ

ทีมงาน iMoD ได้เครื่องจริงพร้อมทดสอบใช้งานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะมีอะไรที่น่าสนใจบ้างในรุ่นนี้เราไปติดตามกันได้เลยครับ

รีวิว iPhone XS และ XS Max ปี 2018 ชม 11 ที่สุดของรุ่นนี้มีอะไรบ้าง อยากรู้ต้องดู!!

ประเด็นหลักๆ ที่จะได้เห็นในรีวิวครั้งนี้ก็มีภาพรวมคร่าวๆ ของ iPhone ทั้ง 2 รุ่นซึ่งจะไม่ลงรายละเอียดเยอะเท่าไหร่และนอกจากนี้จะเป็นจุดที่มีการเปลี่ยนแปลงหลักพร้อมให้ความเห็นว่าหลังการใช้งานจริงนั้นเป็นเช่นไร โดยผมขอแตกย่อยเป็น 11 หัวข้อดังต่อไปนี้

  1. เป็น iPhone จอใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา
  2. ชิป A12 Bionic บนเทคโนโลยีการผลิตแบบ 7nm ครั้งแรกของ Apple
  3. ครั้งแรกของระบบซิมคู่ใน iPhone ที่มีให้เลือกใช้งาน
  4. Gigabit LTE ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ iPhone
  5. กล้องถ่ายภาพที่เก็บรายละเอียดต้นฉบับได้ดีที่สุด พร้อม AI ช่วยทำงานที่สมบูรณ์ที่สุด ปรับ F-stop ได้และโบเก้ที่สวยที่สุด
  6. ถ่ายวิดีโอได้อย่างมืออาชีพมากยิ่งขึ้นทั้ง ไมค์ดีสุด, กันสั่นสุดยอด, รองรับ HDR และ 24FPS สำหรับ 4K และดันให้สุดที่ 60FPS
  7. Face ID ยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าที่ฉลาดและทำงานได้เร็วกว่าเดิม
  8. ครั้งแรกของสีทองในตระกลู X Series
  9. ระบบป้องกันของเหลวและฝุ่น IP68 ที่ดีที่สุดกว่า iPhone รุ่นที่ผ่านๆ มา
  10. ความจุเยอะ ดันไปให้สุด แล้วหยุดที่ Max 512GB
  11. เป็น iPhone รุ่นที่แพงที่สุดเท่าที่เคยมีมา
  12. เก็บตกรายละเอียดเล็กน้อย
  13. สรุป

รายละเอียดปลีกย่อยก็จะเยอะๆ หน่อยแต่ก็พอจับประเด็นแบบเร็วๆ ได้ แต่ไปก็ไปลงลึกกันนิดนึงจะได้ทราบข้อมูลกันมากขึ้นแล้วจะได้นำไปประกอบการตัดสินใจว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อดีสำหรับรุ่นนี้

แกะกล่อง iPhone XS, XS Max

ก่อนที่จะเข้ารีวิวเราไปชมอุปกรณ์ที่มีมาในกล่องของรุ่นนี้ว่ามีอะไรให้บ้าง

Iphone Xs Xs Max Box 1199706

อุปกรณ์ในกล่องของ iPhone ทั้ง 2 รุ่นนั้นให้มาเหมือนกันหมดเลยได้แก่

  • อะแดปเตอร์ชาร์จไฟล์แบบ USB-A ขนาด 5W
  • สาย Lightning USB-A to Lightning สีขาวความยาว 1 เมตร
  • Lightning Earpods หูฟังสำหรับเชื่อมต่อผ่านพอร์ต Lightning
  • เอกสารแนะนำการใช้งานเบื้องต้น
  • SIM Ejector หรือเข็มสำหรับการทิ่มซิม
  • สติกเกอร์รูปโลโก้ Apple ซึ่งรุ่น iPhone XS Max แม้ว่าจะจอใหญ่สุดก็ไม่ได้หมายความว่าสติกเกอร์นั้นจะใหญ่ตามนะครับ 😀
Iphone Xs Xs Max Xr Unbox 1199588
iPhone XS
Iphone Xs Xs Max Xr Unbox 1199604
iPhone XS Max

สิ่งที่ขาดไปเมื่อเทียบกับ iPhone X, 8 และ 8 Plus คือ ไม่มีสาย Lightning to 3.5mm Connector ซึ่งถือว่าเป็นที่น่าเสียดายอยู่เหมือนกัน และรอบนี้ยังคงไร้วี่แววของอะแดปเตอร์แบบ USB-C เพื่อจะชาร์จได้เร็วหน่อย เราก็ไปหวังเอาปีหน้าแล้วกัน

สเปก iPhone XS, XS Max

Iphone Xs Max Unbox 1166748

ว่าด้วยเรื่องสเปกของทั้ง 2 รุ่นบอกเลยว่าส่วนใหญ่เหมือนกันหมดครับต่างกันก็เพียง

ส่วนที่เหมือนกัน

  • ชิป A12 Bionic
  • RAM 4GB
  • หน้าจอ OLED ความละเอียดสูงรองรับ HDR 10 และ Dolby Vision
  • Dual SIM ใช้งานได้ 2 ซิม
  • กล้องหลังแบบคู่ความละเอียด 12MP แบ่งเป็นเลนส์ Wide f/1.8 และเลนส์ Telephoto f/2.4
  • ซูมแบบ Optical 2 เท่า และแบบ Digital 10 เท่า
  • รองรับถ่ายวิดีโอสูงสุด 4K 24, 30 และ 60FPS มาพร้อมระบบกันสั่น
  • ไมโครโฟน 4 ตัว
  • ลำโพงคู่แบบ Stereo
  • กล้องหน้า TrueDepth ขนาด 7MP f/2.2
  • ระบบกันน้ำ IP68
  • ยืนยันตัวตนด้วย Face ID
  • รองรับการชาร์จไร้สาย Qi Standard
  • Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac
  • Gigabit LTE

ส่วนที่ต่างกัน

  • ขนาดหน้าจอ iPhone XS นั้นอยู่ที่ 5.8 นิ้ว ส่วน iPhone XS Max อยู่ที่ 6.5 นิ้ว
  • ความจุแบตเตอรี่ XS: 2,659 mAh ที่ 3.81 V ส่วน XS Max: 3,179 mAh ที่ 3.80 V แน่นอนว่า XS Max แบตเตอรีใช้ได้ยาวนานกว่า XS

นั่นคือสเปกคร่าวๆ ของทั้ง 2 รุ่นทั้งนี้สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมแบบละเอียดได้ที่เว็บของ Apple หรือคลิกชมที่ไฟล์นี้

ต่อไปก็เข้าช่วงรีวิวจุดหลักๆ ของ iPhone รุ่นนี้กันครับว่าความเห็นหลังการใช้งานนั้นเป็นอย่างไรกันบ้าง

1. เป็น iPhone จอใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

Iphone Xs Max Unbox 1166502

iPhone XS Max ใช้จอ OLED ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียดสูงรองรับ HDR 10 และ Dolby Vision ขอบเขตสี P3 ทำให้สามารถเห็นรายละเอียดของสีได้ดีมากๆ เหมาะกับการใช้งานระดับ Advance User ที่ต้องการดูรายละเอียดของรูป, วิดีโอที่ต้องดูลึกถึงระบบการไล่เฉดสี รุ่น XS Max ถือว่าเป็นจอ iPhone ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ Apple เคยผลิตมา ซึ่งถ้าหากไล่ย้อนกลับไปแล้วก็จะสามารถจำแนกขนาดหน้าจอ iPhone ได้ดังนี้ครับ

  • iPhone 2, 3G, 3GS,4, 4s – 3.5 นิ้ว
  • iPhone 5, 5c, 5s, SE – 4 นิ้ว
  • iPhone 6, 6s, 7,8 – 4.7 นิ้ว
  • iPhone 6 Plus, 7 Plus, 8 Plus – 5.5 นิ้ว
  • iPhone X, XS – 5.8 นิ้ว
  • iPhone XR – 6.1 นิ้ว
  • iPhone XS Max – 6.5 นิ้ว

ดังนั้นหากใครที่มองหา iPhone รุ่นที่หน้าจอใหญ่ที่สุดและดีที่สุดก็คงต้องเลือก iPhone XS Max แหละครับ ส่วนประสิทธิภาพของจอหลังจากที่ได้ใช้งานมานั้นพบว่าการจะรีดประโยชน์จากจอของ iPhone XS, XS Max ได้ดีที่สุดก็คงหนีไม่พ้นเรื่องการรับชมเนื้อหาที่เป็น HDR ยกตัวอย่างเช่น ภาพยนต์จาก iTunes Store และ Netflix เหล่านั้นก็จะทำให้เราเห็นรายละเอียดของสีที่ดูมีมิติมากกว่าจอ LCD แบบธรรมดา

2. ชิป A12 Bionic บนเทคโนยีการผลิตแบบ 7nm ครั้งแรกของ Apple

A12 Bionic

สำหรับชิป A12 Bionic ที่ Apple ใช้ใน iPhone รุ่นนี้จุดเด่นมีก็คือการผลิตด้วยเทคโนโลยี 7 นาโมเมตร เป็นครั้งแรก ด้วยเทคโนโลยีนี้แหละจึงทำให้ชิปนั้นบรรจุจำนวนทรานซิสเตอร์ได้มากขึ้น ส่งผลให้ประสิทธิภาพรวมการทำงานดีขึ้นกว่าเดิม, CPU ทำงานเร็วกว่าเดิม, หน่วยประมวลผลทางด้านกราฟิกไม่ว่าจะเป็นการถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอหรือการเล่นเกมก็ทำได้ลื่นไหล

สำหรับการใช้งานจริงๆ ในชีวิตประจำวันเช่น การถ่ายภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งการถ่ายภาพ HDR ซึ่งที่ผ่านมาจะเห็นว่าเมื่อกดถ่ายภาพ HDR ระบบจะประมวลผลสักระยะก่อนที่จะบันทึกรูปลงในอัลบัม แต่ด้วยพลังของ A12 Bionic ตัวใหม่นั้นกดถ่ายรูป HDR แล้วสามารถบันทึกลงอัลบัมได้เลย

ส่วนเรื่องการเล่นเกมทดสอบกับ PUBG Mobile บอกได้เลยว่าภาพสวยหน้าจอแสดงผลได้ดี เสียงลำโพงก็ชัด และเล่นได้ลื่นหัวแตกมากๆ ไม่ต้องออกอาการหัวร้อนอีกต่อไป บอกเลยว่าสายเกมบน iPhone นี่คือเครื่องที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณแล้ว

3. ครั้งแรกของระบบซิมคู่ใน iPhone ที่มีให้เลือกใช้งาน

Iphone Xs Max Unbox 1166514

ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมระบบ Dual SIM หรือว่าซิมแบบคู่ที่สามารถใช้งานพร้อมกันได้ 2 เบอร์ โดยเครื่องที่จำหน่ายในประเทศไทยจะได้โมเดล 1 นาโนซิมและ 1 eSIM โดยในส่วนของนาโนซิมนั้นก็สามารถใช้กับซิมเก่าได้เลย ส่วน eSIM ณ ตอนนี้ยังไม่เปิดให้บริการ คาดว่าต้องรอให้ iOS 12.1 ออกอัปเดตอย่างเป็นทางการจึงจะสามารถใช้งานได้

รูปแบบการทำงานของ Dual SIM คือ

  • สแตนบาย 2 เบอร์ได้พร้อมกัน
  • ถ้ามีสายเข้าที่เบอร์แรก อีกเบอร์จะสายไม่ว่างหากมีคนโทรเข้า
  • เลือกได้ว่าจะให้เบอร์ไหนเป็นเบอร์หลักและเบอร์ไหนเป็นเบอร์สำรอง
  • เลือกได้แค่ซิมเดียวว่าจะให้ใช้อินเทอร์เน็ตจากซิมไหน

รูปแบบนี้ก็จะประมาณนี้ ในแง่ความสะดวกของ eSIM นั้นเวลาที่เดินทางไปต่างประเทศเราไม่จำเป็นต้องถอดซิมเข้าออกก็สามารถเชื่อมกันซิมใหม่ได้เลย (โดยการสแกน QR Code หรือการเพิ่มแบบ Manual) ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสะดวกอีกอย่างหนึ่ง และที่มองข้ามอีกไม่ได้คือเราจะได้ไม่ต้องพกมือถือถึง 2 เครื่องอีกต่อไป

4. Gigabit LTE ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ iPhone

ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมชิปโมเดมที่รองรับความเร็วการดาวน์โหลดระดับ Gigabit (1Gbps) ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องแรกใน iPhone ประโยชน์หลักๆ ก็คงเป็นเรื่องการรับสัญญาณที่ดีมากยิ่งขึ้นด้วยความที่มีเสาอากาศมากขึ้น (4×4 MIMO) เมื่อเทียบรุ่นก่อนๆ และรองรับกับเทคโนโลยีของเครือข่ายมือถือในการรับส่งข้อมูลที่ตอนนี้มีการพัฒนาเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ดังนั้นหากใครมองหา iPhone และให้ความสำคัญเรื่องโมเดมในการรับส่งข้อมูล นี่ก็เป็นอีกรุ่นที่น่าจับตามองครับ

5. กล้องถ่ายภาพที่เก็บรายละเอียดต้นฉบับได้ดีที่สุด พร้อม AI ช่วยทำงานที่สมบูรณ์ที่สุด ปรับ F-stop ได้และโบเก้ที่สวยที่สุด

Iphone Xs Max Depth Control 1200026

เรื่องกล้องเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ผู้ใช้งานให้ความสนใจซึ่งใน XS, XS Max มาพร้อมระบบกล้องคู่ขนาด 12MB แบ่งเป็น 2 เลนส์คือเลนส์มุมกว้างและเลนส์ซูม ความเปลี่ยนแปลงหลักในหัวข้อกล้องในทั้ง 2 รุ่นนี้สรุปได้ดังนี้ครับ

  • กล้องเก็บรายละเอียดได้ดีกว่ารุ่นก่อนหน้ามาก ยอมรับเลยว่าดีกว่า iPhone X และ 8 Plus ที่เป็นตัวท็อปของปี 2017
  • ภาพคมชัดทุกรายละเอียดทั้งการไล่เฉดสีก็ทำได้ดีมาก
  • XS, XS Max สามารถปรับ Depth Control หรือการปรับความชัดหรือเบลอของฉากหลังได้ ในโหมดการถ่ายภาพบุคคล ใน iOS 12.0.x ปรับได้หลังจากถ่ายภาพแล้ว ส่วน iOS 12.1 เป็นต้นไปสามารถปรับ Depth Control ได้แบบรีลไทม์ ยิ่งการภ่ายภาพบุคคลโดยมีฉากหลังเป็นหลอดไฟยิ่งจะเห็นความสวยงามของโบเก้ที่สมจริงใกล้เคียงกับระดับกล้องโปรเลยทีเดียว
  • มี Smart HDR ถ่ายภาพกลางแจ้งได้ดี โดย Smart HDR นั้นฉลาดตรงที่กล้องสามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้จำนวนที่เยอะมากกว่าเดิม ทำให้ได้ภาพทั้งมืด สว่างจากหลายๆ จุด จากนั้นระบบจะนำภาพทั้งหมดมารวมกันและประมวลผลออกมา ภาพที่ได้จึงเห็นรายละเอียดชัดทั้งมุมมืดและมุมสว่าง ทดสอบถ่ายย้อนแสงก็ทำได้ดี และถ่ายใต้ร่มไม้ที่มาเงาก็ทำให้ได้ภาพที่โดดเด่นเช่นกัน

ตัวอย่างภาพสดที่ถ่ายด้วย iPhone XS Max

Shot On Iphone Xs Max 3
Shot On Iphone Xs Max 1 Shot On Iphone Xs Max 2  Shot On Iphone Xs Max 4

ชมภาพทั้งหมดในอัลบัม ถ่ายด้วย iPhone XS Max ที่ Facebook

6. ถ่ายวิดีโอได้อย่างมืออาชีพมากยิ่งขึ้นทั้ง ไมค์ดีสุด, กันสั่นสุดยอด, รองรับ HDR และ 24FPS สำหรับ 4K และดันให้สุดที่ 60FPS

Iphone Xs Max Video View 0268

ในเรื่องของวิดีโอมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมากครับบอกได้เลยว่าประทับใจสุด เพราะอะไรน่ะเหรอ

  • ความละเอียดของวิดีโอเต็มที่นั้นถ่ายได้ถึง 4K 60FPS โดยสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาอีกคือการถ่ายวิดีโอแบบ HDR เก็บรายละเอียดของคลิปได้ดีขึ้นมาก ยิ่งดูบนจอ OLED แล้วจะเห็นความแตกต่างที่เด่นชัดอย่างชัดเจน
  • ระบบกันสั่นดีมากแม้จะเดินถ่าย นั่งถ่ายบนรถยนต์ จักรยานยนต์​ ระบบกันสั่นนั้นทำได้ดีมากๆ เดินถ่ายวิดีโอนั้นโฟกัสไม่ยวบยาบ บอกเลยว่าลดการใช้ไม้กันสั่นได้อยากมากครับ
  • ไมค์ดีมากๆๆ เสียงอัดจากไมค์แบบสเตอรีโอที่มาจากไมค์ทั้ง 4 ตัว ทำให้เสียงมีมีติ ใครทำ Vlog ใช้กล้อง iPhone XS, XS Max ในการถ่ายทำจะได้ทั้งภาพต้นฉบับที่ดีและเสียงที่ดี หากนำไป Post Process ผ่าน Final Cut Pro X อีกสักหน่อยถือว่ายอดเยี่ยมเลย นี่คือ ตัวอย่างคลิปที่บันทึกด้วย iPhone XS Max ทั้งภาพและเสียง ถ่ายในห้องทำงานของผมและอัปโหลดลงบน YouTube โดยไม่ต้องใช้ไมค์แยกครับ ให้ลองดูภาพและฟังเสียงดูนะครับ
  • วิดีโอ 4K รอบนี้สามารถเลือกเฟรมเรตได้ที่ 24, 30 และ 60FPS ส่วนที่เพิ่มเข้ามาคือ 24FPS เหมาะสำหรับการถ่ายทำวิดีโอแบบภาพยนต์ที่จะให้อารมณ์หนังในฟิล์ม

7. Face ID ยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าที่ฉลาดและทำงานได้เร็วกว่าเดิม

Iphone Xs Max Unbox 1166469

รอบนี้กล้องหน้า TrueDepth นั้นยังคงใช้รุ่นเดิมแต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงคือระบบภายในอย่างอัลกอลิทึมในการจดจำ Face ID พร้อมการถอดรหัสที่รวดเร็วยิ่งขึ้นจึงทำให้การปลดล็อคหน้าจอด้วย Face ID ทำได้ดีขึ้น จากการใช้งานจริงแล้วก็ต่างเพียงเล็กน้อยซึ่งไม่ได้ต่างประหนึ่ง Touch ID V1 VS. Touch ID V2 ที่ความเร็วนั้นต่างกันอย่างได้ชัดเจน

การสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อคทำได้ดีทุกสภาพแสงไม่ว่าจะสว่างจ้ากลางแจ้ง, แสงน้อยๆ ยามพลบค่ำหรือตอนมืดเมื่อพระอาทิตย์ลาลับฟ้า ความสามารถของ Face ID บน iPhone XS, XS Max ก็ยังทำงานได้ดี ส่วนที่น่าเสียดายคือยังไม่รองรับการปลดล็อค Face ID แบบแนวนอน

8. ครั้งแรกของสีทองในตระกลู X Series

Iphone Xs Max Unbox 1166954

iPhone XS, XS Max รอบนี้มาพร้อมสีใหม่คือ สีทอง ซึ่งทำให้รุ่นนี้ทั้งหมด 3 สีคือ สีเงิน สีสเปซเกรย์และสีทอง ถือว่าเป็นครั้งแรกในตระกูล iPhone X Series ที่มาพร้อมสีใหม่นี้ ซึ่งก็ต้องบอกเลยว่าเป็นสีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอ้างอิงจากยอดจองของผู้จำหน่ายในประเทศไทย และส่วนตัวผมเองก็เลือก iPhone XS Max 256GB Gold มาให้งานครับ

ในส่วนของเนื้องานนั้นขอบสแตนเลสของเครื่องก็ทำให้เป็นสีทองที่มีความเข้มมากกว่าสีฝาหลังของตัวเครื่อง ซึ่งขอบนี้เองให้ทั้งความวาวจากสแตนเลสเมื่อสะท้อนแสงยิ่งทำให้ดูสวยงาม

ถามต่อว่ามันจะลอกไหม? จากการใช้งานมา 1 เดือนกว่าก็ไม่ลอกนะอยู่ที่เราจะถนอมมากเท่าไหร่ก็พอ ส่วนเรื่องมีรอยขนแมวหรือไม่นั้นก็ต้องบอกว่ามีแหละ เรื่องแบบนี้ต้องดูกันอีกสักพักใหญ่ๆ ว่าสีนี้จะเจอปัญหาในระยะยาวยังไงบ้าง

9. ระบบป้องกันของเหลวและฝุ่น IP68 ที่ดีที่สุดกว่า iPhone รุ่นที่ผ่านๆ มา

มาในเรื่องของการกันน้ำกันบ้างใน XS, XS Max มีการอัปเกรดระบบกันน้ำให้ดีกว่าเดิมโดยมาพร้อมมาตรฐาน IP68 ซึ่งดีกว่า iPhone 7, 7 Plus, 8, 8 Plus และ X ที่ได้มาตรฐาน IP67 ดังนั้นเรื่องโดนน้ำสาดหรือการทนของเหลวนั้นจึงทำได้ดีกว่ารุ่นที่ผ่านมา สบายใจได้เลยว่าหากคุณนั่งดื่มกับเพื่อนๆ แล้วแก้วเบียร์คว่ำใส่ iPhone XS, XS Max ก็เพียงจับขึ้นมาสะบัดๆ แล้วเช็ดๆ ที่เหลือก็ใช้งานได้ตามปกติแล้ว

และเพิ่มเติมอีกสักหน่อยรุ่นนี้หน้าจอสัมผัสสามารถใช้งานได้ดีกว่าเดิมขนาดเครื่องเปียก ซึ่งรุ่นก่อนนั้นนั้นก็จะทัชได้บ้างไม่ได้บ้างมาในรุ่นนี้ Apple บอกว่าทำได้ดีมากยิ่งขึ้นนะครับ

10. ความจุเยอะ ดันไปให้สุด แล้วหยุดที่ Max 512GB

XS และ XS Max มีความจุให้เลือก 3 ขนาด ได้แก่ 64GB, 256GB และล่าสุดมากถึง 512GB ความจุที่ให้มามากมายขนาดนี้แน่นอนว่าต้องเหมาะกับการใช้งานของลูกค้าแต่ละกลุ่ม หากใครที่ใช้ทำงานสายโปรดักชั่น ถ่ายคลิปถ่ายรูปความละเอียดสูงและมีการตัดต่อวิดีโอซึ่งจำเป็นต้องใช้ทั้งพลังงานในการประมวลผลและพื้นที่ขนาดใหญ่ในการเก็บข้อมูล นี่จึงเป็นประโยนช์มากสำหรับผู้ใช้ระดับ Pro User มันทำให้ผู้ใช้เหล่านั้นทำงานได้สะดวกมากขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาโอนย้ายข้อมูลสำรองไปมาและงานก็จะได้เสร็จเร็วกว่าเดิม

ดังนั้นความจุมีให้เลือกเยอะขนาดนี้ก็เลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานของเรานะครับ

11. เป็น iPhone รุ่นที่แพงที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ส่งท้ายด้วยนี่เลยไม่พูดไม่ได้นั่นคือ “ราคา” ซึ่ง XS Max ขนาด 512GB มีราคาจำหน่ายสูงถึง 57,900 บาท ถือว่าเป็น iPhone รุ่นที่แพงที่สุดเท่าที่เคยมีมาและ Apple ก็บอกไว้ว่า “มีลูกค้ากลุ่มหนึ่งที่ต้องการเราก็ทำมันมา” ซึ่งก็ไม่ผิด ใครสะดวกความจุเท่าไหร่ก็เลือกได้ตามสะดวกเลย แต่ครั้งนี้ต้องจารึกเอาไว้ว่าเป็นรุ่นที่แพงที่สุดเท่าที่เคยมีและได้สัมผัสมา

เก็บตกข้อมูลที่สำคัญอื่นๆ

  • iPhone XS, XS Max มี 2 IMEI ดูได้ที่ About โดยจะแบ่งเป็น Primary และ Digital SIM
  • ลำโพงคู่แบบสเตอรีโอเสียงดีเมื่อเปิดภาพยนต์ที่เสียงรอบทิศเราจะได้ยินเสียงนั้นสมจริงและมีมิติมากขึ้น
  • ขนาดของ iPhone XS Max เล็กกว่า iPhone 8 Plus นิดนึง ส่วนน้ำหนักนั้นใกล้เคียงกันมาก โดย XS Max จะหนักกว่า 8 Plus ราวๆ 4-5 กรัมเท่านั้น
  • ระบบโฟกัสตอนถ่ายวิดีโอทำได้ดีและเร็วมาก
  • ช่องไมค์ของ iPhone XS เจาะมา 3 ช่อง ส่วน iPhone XS Max เจาะมา 4 ช่อง
  • ความแตกต่างของ iPhone X เทียบกับ XS นอกจากสีแล้วก็คือ ช่องของไมค์และเสาอากาศที่ iPhone X มี 4 จุดส่วน XS จะมี 6 จุด
  • เคส iPhone XS ใส่กับ iPhone X ได้นะแต่ว่าตำแหน่งของกล้อง iPhone X มันจะชิดเคสขอบบนๆ ดังนั้นบางเคสถ้าไว้ช่องกล้องหลังไว้พอๆ จะเกิดปัญหาได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นแนะนำว่าให้เลือกเคสที่ออกแบบสำหรับ iPhone XS เลยดีกว่าเพื่อความชัวครับ
  • ถ้ามี iPhone X แล้วจะอัปเกรดดีไหม? แนะนำว่ายังไม่ควร น่าจะรอไปอีกสัก 1-2 ปีดีกว่า ส่วนที่ต่างขึ้นมาก็เครื่องประสิทธิภาพความเร็ว ส่วนฟีเจอร์นั้นก็เพิ่มเติมมานิดหน่อย
  • สำหรับไฟล์รูปแบบ RAW สามารถใช้แอปอื่นๆ ในการถ่ายและมาแต่งภายหลังได้ แต่กล้องของ iOS จะไม่มีโหมดนี้มาให้

สรุป

Iphone Xs Max 1166746

iPhone XS, XS Max เป็น iPhone ที่ทรงพลังที่สุดในปี 2018 ด้วยพลังการประมวลผลจากชิป A12 Bionic ซึ่งมองว่านี่คือหัวใจหลังในรอบนี้ และแรมที่ให้มา 4GB ทำให้การทำงานราบรื่น รวดเร็ว กล้องดีมากกระโดดจากรุ่นก่อนเยอะ ดีทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ การใช้งานหนักก็เอาอยู่ จึงเป็นรุ่นที่เหมาะสมสำหรับผู้ใช้งานระดับ Advance User และ Pro User ซึ่งแน่นอนว่าประสิทธิภาพนี้ก็ต้องแลกกับค่าตัวที่ค่อนข้างแพง แต่เชื่อเถอะว่าถ้าคุณจำเป็นต้องใช้สมาร์ตโฟนในการทำงานสักเครื่อง iPhone XS, XS Max จะไม่ทำให้คุณผิดหวัง

ความสนุกยังไม่หมดแค่นี้ เดี๋ยวเรากลับมาพบกันอีกครั้งในรีวิวเจาะลึกแต่ละจุดในครั้งหน้า โปรดติดตามกันนะครับ

โดย Admin Tom iMoD

ความคิดเห็น - Like เพจ iPhoneMod.net

ศิษย์เก่าวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ม. ขอนแก่น ผู้ก่อตั้ง iPhoneMod.net ตั้งแต่ปี 2009
อดีต Dell Technical Support รู้จัก ​Apple เพราะ Macbook Pro และใช้ iPhone ตั้งแต่รุ่น 3G จนถึงปัจจุบัน