in

จะเกิดอะไรขึ้นถ้ากล่อง iPhone รุ่นใหม่เล็กลง หรือนี่คือสัญญาณ New Normal ใหม่ของวงการสมาร์ตโฟน?

ที่มาคือ มีข่าวจากสื่อรายงานมาว่า iPhone รุ่นใหม่จะมีการปรับให้กล่องนั้นบางลงกว่าเดิมในปีนี้ ผมขอให้ความเห็นดังนี้ครับ

จะเกิดอะไรขึ้นถ้ากล่อง iPhone รุ่นใหม่เล็กลง หรือนี่คือสัญญาณ New Normal ใหม่ของวงการสมาร์ตโฟน?

1. สิ่งที่จะตัดออกไปก็น่าจะมี 2 อย่างคือ

อะแดปเตอร์ทั้ง USB-C และ USB-A สำหรับการชาร์จ เพราะสามารถใช้กับอะแดปเตอร์เก่าที่มีอยู่แล้วได้ ส่วนใครไม่มีหรือว่าเพิ่งซื้อเครื่องเป็นครั้งแรก ทาง Apple น่าจะเสนอส่วนลดในการซื้ออุปกรณ์นี้เพิ่มในราคาที่ถูกลง

หูฟัง Lightning EarPods ซึ่งยอมรับว่าทุกวันนี้หูฟังแบบสายถูกแทนที่ด้วยหูฟังไร้สายกันไปเยอะแล้ว มีส่วนน้อยมากที่ยังใช้แบบสายอยู่และถือว่าไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่ากัน

การตัด 2 ส่วนนี้ออกไปก็จะได้พื้นที่ในกล่องเยอะขึ้น นอกจากนี้อาจจะมีการปรับเอกสารแนะนำการใช้งานให้มีขนาดที่กะทัดรัดมากยิ่งขึ้น เพื่อบริหารพื้นที่ในกล่องให้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพสูงสุด

2. สิ่งที่จะเหลืออยู่

ก็คงมีเพียงตัวเครื่อง, สายชาร์จรูปแบบ USB-C to Lightning และเอกสารแนะนำการใช้งานพร้อมด้วยเข็มจิ้มซิม

ถ้าวิเคราะห์ตามเหตุผลอ้างอิงจากฝั่ง EU ที่บอกว่าจะผลักดันให้สมาร์ตโฟนใช้พอร์ตเดียวกัน (USB-C) จะได้ลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ลง แต่แน่นอนว่าทาง Apple ก็คงยังไม่เปลี่ยนพอร์ตของ iPhone ให้เป็น USB-C ในปีนี้อย่างแน่นอน แต่สิ่งที่จะทำได้คือ ใช้สายชาร์จ USB-C to Lightning นั้นเป็นเสมือนตัวแปลง ที่จะทำให้ iPhone สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ USB-C ได้ ทั้งฝั่งของอะแดปเตอร์ชาร์จและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ที่หันมาใช้ USB-C กันมากขึ้น

จากจุดนี้แม้ iPhone ไม่ใช้พอร์ต USB-C แต่ก็สามารถบอกได้ว่าเราก็ไม่ได้เพิ่มขยะมากขึ้นซะหน่อยเพราะยังไงสายชาร์จไม่ว่าจะเป็น USB-C to USB-C หรือ USB-C to Lightning มันก็สาย 1 เส้นที่แต่ละอุปกรณ์ต้องแถมมาให้เหมือนกัน ลองนึกสภาพว่าถ้าซื้อเครื่องแล้วไม่แถมสายชาร์จด้วยนี่ก็คงยังไง ๆ อยู่

3. ตัดนั่นตัดนี่ออกจนกล่องเล็กแล้วมันดียังไง?

ในฝั่งของ Apple เองแน่นอนว่า ลดต้นทุนได้หลายส่วน เช่น ต้นทุนค่าอะแดปเตอร์, ค่าหูฟัง, ค่ากล่องบรรจุภัณฑ์, ค่าขนส่งจากโรงงานเพื่อกระจายไปที่ต่าง ๆ ทั่วโลก กล่องเล็กลงน้ำหนักเบาลง แพ็กของได้มากขึ้นในการจัดส่งที่นำ้หนักเท่าเดิม, แถมลดมลภาวะต่อโลกลงได้อีกด้วย
.
ข้อมูลที่อยากแจ้งให้ทราบคือ ภายในปี 2030 นี้ Apple ตั้งเป้า #การเป็นกลางทางคาร์บอน หมายความว่า ทุกกระบวนการการผลิตสินค้าของ Apple จะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมนั่นเอง ดูข้อมูลเพิ่มได้ที่ https://www.apple.com/environment/

4. นี่อาจจะเป็น New Normal ของวงการสมาร์ตโฟน

ถ้าหาก Apple เปิดก่อนเลยว่าจะไม่แถมอะแดปเตอร์และหูฟังแต่อาจจะเสนอแนวทางอื่นแทน เช่น ซื้อใหม่ในราคาที่ถูกลงสำหรับคนที่ยังไม่มี แต่สำหรับผู้ที่มีอะแดปเตอร์อยู่แล้ว อย่างคนที่มี iPad Pro, MacBook หรือ สมาร์ตโฟนแบรนด์อื่น ๆ ที่มาพร้อมอะแดปเตอร์ USB-C ก็จะสามารถใช้งานร่วมกันได้ ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องซื้อเพิ่มแต่อย่างใด

แบรนด์อื่น ๆ อาจจะเดินรอยตามกันและอาจจะเป็น #วิถีใหม่ของวงการสมาร์ตโฟน ซึ่งแรก ๆ อาจจะมองว่ามันแปลกแต่แล้ววันนึงเราก็จะชินกันไปเองและอาจจะเห็นด้วยกับแนวคิดแบบนี้ เพราะนอกจากลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้มากในแต่ละปี ก็จะช่วยเซฟเงินในกระเป๋าเราได้อีกด้วย ไม่มากก็น้อย ☺️
และสุดท้ายยังไม่ขอยืนยันว่านี่เป็นข้อมูลจริงเพราะทาง Apple ไม่เคยบอกก่อนอยู่แล้วว่าจะมีอะไรในสินค้าตัวใหม่ ฉะนั้นอ่านรับชมไว้เป็นข้อมูลก็พอแล้วนะครับ

⁉️ บทความวิเคราะห์นี้เกิดจากผู้เขียนที่ได้รวมข้อมูลจากสื่อต่าง ๆ และนำมาถ่ายทอดให้ได้อ่านกัน หากท่านผู้อ่านมีความเห็นเหมือนหรือต่างกันอย่างไรสามารถแสดงความเห็นได้อย่างอิสระแต่ขอให้ใช้ภาษาที่สุภาพในการแสดงความคิดเห็นนะครับ

ขอบคุณภาพประกอบจาก EverythingApplePro ซึ่งภาพที่แสดงนั้นไม่ใช่สินค้าจริงแต่หากเป็นเพียงภาพที่สร้างจำลองขึ้นจากข้อมูลต่าง ๆ เท่านั้น

สรุปข้อมูล iPhone รุ่นใหม่ปี 2020 ประจำเดือนสิงหาคม 2020

เชิญทุก ๆ ท่านเข้ากลุ่มเพื่อพูดคุยถามตอบปัญหาและแชร์ประสบการณ์ของแต่ละอุปกรณ์ได้ที่นี่ครับ
📱 iPhone : https://imods.cc/iPhoneGroup
📱 iPad : https://imods.cc/iPadGroup
👨🏻‍💻 Mac : https://imods.cc/MacGroup
⌚️ Apple Watch : https://imods.cc/AppleWatchGroup
🛒 ซื้อขาย : https://imods.cc/iModMarket

#iPhone2020 #iPhone12 #iMoD

เขียนโดย Attapon Thaphaengphan

ศิษย์เก่าวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ม. ขอนแก่น ผู้ก่อตั้ง iPhoneMod.net ตั้งแต่ปี 2009
อดีต Dell Technical Support รู้จัก ​Apple เพราะ Macbook Pro และใช้ iPhone ตั้งแต่รุ่น 3G จนถึงปัจจุบัน