in , , ,

รีวิวฟิล์มกระดาษ FOCUS PAPER LIKE สำหรับ iPad Pro 2020 และ iPad ทุกรุ่น วาดลื่นเหมือนเขียนบนกระดาษ

อยากวาดเขียนบน iPad ที่ให้ความรู้สึกวาดอยู่บนกระดาษอย่างเป็นธรรมชาติ ต้องไม่พลาดกับฟิล์มกระดาษ FOCUS PAPER LIKE ที่ทำให้การลากเส้น Apple Pencil บนหน้าจอ iPad รู้สึกเหมือนวาดหรือเขียนบนกระดาษจริง แถมยังติดตั้งด้วยตัวเองง่าย ๆ ไปชมรีวิวกัน

รีวิวฟิล์มกระดาษ FOCUS PAPER LIKE สำหรับ iPad Pro 2020 และ iPad ทุกรุ่น

FOCUS PAPER LIKE เป็นฟิล์มสำหรับหน้าจอ iPad ที่ทำให้การวาดหรือเขียนทำได้อย่างเป็นธรรมชาติเหมือนเขียนบนกระดาษจริง ด้วยสัมผัสที่มีความฝืดจึงช่วยลดความลื่นและแรงกระทบระหว่าง Apple Pencil กับหน้าจอได้ และยังช่วยปกป้องหน้าจอ iPad จากรอยขีดข่วนเต็มทั้งหน้าจอได้อีกด้วย

คุณสมบัติฟิล์ม FOCUS PAPER LIKE

  • เพิ่มประสิทธิภาพในการจดและวาดภาพ เขียนลื่น สบายมือ
  • รองรับการเขียนด้วย Apple Pencil และปากกา S-Pen
  • ป้องกันรอยขีดข่วน และลดรอยนิ้วมือ
  • ลดการสะท้อนบนหน้าจอได้ดี คงความคมชัดของหน้าจอ
  • ให้ความรู้สึกเหมือนเขียนบนกระดาษจริง

เชื่อว่าเจ้าของ iPad ส่วนใหญ่ต้องติดฟิล์มกันรอยกันอยู่แล้ว เพราะใครก็ไม่อยากให้หน้าจอเป็นรอย แต่ถ้าหากฟิล์มเดิมที่ติดอยู่เกิดเป็นรอยขึ้นมาแล้วอยากจะเปลี่ยนใหม่ในช่วงที่ออกไปข้างนอกบ้านก็ยาก จะหาร้านติดให้ก็ลำบาก จะทำอย่างไร?

บอกได้เลยว่าไม่ยาก ก็ติดฟิล์มด้วยตัวเองซะเลย เพราะเรื่องติดฟิล์มเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่ใครก็ติดได้ เพียงแค่รู้วิธีทำที่ถูกต้อง สั่งซื้อออนไลน์แล้วนำมาติดเองที่บ้านได้เลย ไม่ต้องออกไปให้ยุ่งยาก เรามาชมวิธีการติดตั้งฟิล์ม Step by Step ไปพร้อม ๆ กันเลย

วิธีการตั้งติดฟิล์ม FOCUS PAPER LIKE บนหน้าจอ iPad

ก่อนอื่นเรามาเช็คอุปกรณ์กันก่อน ในซองมี ฟิล์ม FOCUS PAPER LIKE 1 ชิ้น และผ้าไมโครไฟเบอร์สำหรับทำความสะอาด 1 ชิ้น และสิ่งเราจะต้องเตรียมเองก็คือ

  • ผ้าสำหรับชุบน้ำเช็ดคราบออกจากหน้าจอ
  • สก็อตเทปสำหรับดึงฝุ่นก่อนติดตามฟิล์มกระดาษ 
  • โคมไฟอ่านหนังสือเพิ่มความสว่างระหว่างการติดตั้ง
  • พื้นที่ติดตั้งที่สะอาดไร้ฝุ่นให้ได้มากที่สุด

ขั้นตอนการติดฟิล์มก็เริ่มต้นด้วยทำความสะอาดด้วยผ้าชุบน้ำให้เปียกหมาด ๆ แล้วเช็ดด้วยผ้าแห้งอีกครั้ง จนหน้าจอสะอาดหมดจด หากมีฝุ่นเล็ก ๆ ให้นำสก็อตเทปแปะเอาฝุ่นออก 

จากนั้นให้เรานำฟิล์มมาเล็งกับหน้าจอ iPad โดยให้รูของฟิล์มตรงกับรูกล้องบนหน้าจอ iPad 

จากนั้นดึงฟิล์มเลเยอร์ที่ 1 ออก ประมาณค่อนครึ่ง แล้วทาบตัวฟิล์มลงไปติดกับ iPad ระหว่างนั้นให้เช็คฝุ่นบนหน้าจอด้วย กำจัดฝุ่นด้วยสก๊อตเทปใส แล้วไล่ทาบฟิล์มให้แนบกับหน้าจอ (ขั้นตอนนี้แนะนำให้หายใจลึก ๆ และใจเย็นๆ )

เมื่อติดเสร็จเรียบร้อยแล้วให้ดึงฟิล์มเลเยอร์ที่ 2 ออก แล้วเช็ครายละเอียดให้เรียบร้อย หากมีฟองอากาศแนะนำให้ใช้ผ้าคลุมบัตรเอทีเอ็มค่อย ๆ ไล่ฟองไปทางขอบหน้าจอ

เพียงเท่านี้เราก็สามารถติดฟิล์มลงบนหน้าจอ iPad ได้อย่างรวดเร็ว ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที iPad ก็จะได้รับการป้องกันหน้าจอ พร้อมทำงานวาดเขียนต่อไป

ทดสอบใช้งาน FOCUS PAPER LIKE หลังจากติดแล้ว

เมื่อติดเสร็จแล้วเรามาลองทดสอบใช้งานกันบ้าง ก่อนอื่นต้องพูดถึงเนื้อสัมผัสของฟิล์มกันก่อนว่า ฟิล์ม FOCUS PAPER LIKE จะมีสัมผัสคล้าย ๆ กับฟิล์มแบบด้านแต่จะมีความฝืดที่มากกว่า ด้วยความด้านจึงช่วยลดการสะท้อนของหน้าจอเมื่อใช้งานกลางแจ้ง หรือการสะท้อนไฟและไม่เกิดรอยนิ้วมือได้ง่าย

ส่วนจุดเด่นของฟิล์มตัวนี้ก็คือเรื่องของสัมผัสในการเขียนด้วย Apple Pencil ที่ให้สัมผัสเหมือนเขียนบนกระดาษจริง จากการทดลองวาดและเขียนบนฟิล์ม FOCUS PAPER LIKE รู้สึกได้เลยว่าการลากลากเส้นหรือการควบคุมดินสอทำได้แม่นยำกว่าการวาดบนฟิล์มปกติ

เมื่อทดลองเขียนบนฟิล์มใสปกติแล้วมีความลื่นทำให้หัวดินสอไถลได้ง่าย เส้นไม่นิ่ง แต่เมื่อลองเขียนบนฟิล์ม PAPER LIKE กลับเขียนง่าย หัวดินสอนิ่งและไม่ไถล ให้ความรู้สึกเหมือนเขียนบนกระดาษจริง ๆ ควบคุมได้ง่ายมากกว่า

ฟิล์ม FOCUS PAPER LIKE จึงตอบโจทย์ผู้ที่ต้องใช้ iPad วาดเขียนร่วมกับ Apple Pencil อยู่เป็นประจำ สามารถวาดเขียนได้ไหลลื่น ถนัดมือ เหมือนที่เราคุ้นเคยเขียนบนกระดาษ

หากพูดถึงในแง่ความคมชัดหากเปรียบเทียบกับฟิล์มใส่หรือฟิล์มกระจกจะพบว่า FOCUS PAPER LIKE นั้นจะไม่ชัดเคลียเท่ากับฟิล์มใสเหล่านั้น แต่ฟิล์มนี้ก็ยังสามารถใช้งานดูเนื้อหาได้อย่างปกติ ความเห็นส่วนตัวหากลองเปรียบเทียบกับฟิล์มกระจกแบบด้านจะพบว่า FOCUS PAPER LIKE ใช้งานสบายตากว่า

นอกจากนี้ ทาง Focus ยังมีฟิล์มด้านหลังชนิด 3M แถมให้ในสินค้าบางรุ่น เพื่อการปกป้องที่ดีขึ้น เรียกได้ว่าคุ้มสุดๆ สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จากทางเว็บไซต์ www.focusshield.com ได้เลย

สรุป

ฟิล์มกระดาษหรือ Paper Like สำหรับ iPad จาก Focus รุ่นที่ทดสอบนี้เป็นโมเดลเดียวกับ iPad Pro ปี 2018 ซึ่งนำมาใช้งานกับ iPad Pro ปี 2020 ได้อย่างไม่มีปัญหา 

เนื้อฟิล์มมีความสากและฝืดมากกว่าฟิล์มใสและฟิล์มด้าน (ฟิล์มด้านไม่สากเท่า Paper Like แน่นอน) ซึ่งหน้าที่หลักของฟิล์มกระดาษนี้จะเพิ่มความหนืดให้ความรู้สึกตอนสัมผัสเหมือนว่าเรากำลังจดหรือวาดอยู่บนกระดาษจริง เหมาะสำหรับงานวาดและจดบึนทึกโดยเฉพาะ 

ความชัดของตัวฟิล์มถือว่าอยู่ในระดับดีซึ่งสามารถใช้งานทั่วไปอย่างการเล่นเกม ดูรายการต่าง ๆ หรือซีรีส์ได้อย่างไร้ปัญหาเพียงแค่ไม่ชัดเท่าฟิล์มใสหรือฟิล์มกระจกเท่านั้น

นอกจากนี้จุดที่ต้องพิจารณาคือฟิล์มกระดาษจะทำให้ปลายปากกา (Apple Pencil Tip) นั้นเกิดการสึกหรอได้ง่ายกว่าฟิล์มใสหรือฟิล์มกระจกเนื่องจากเนื้อฟิล์มมีความฝืดกว่านั่นเอง ทั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ดังนั้นหากปลายปากกาเกิดสึกหรอขึ้นมาก็สามารถหาซื้อมาเปลี่ยนได้

iPad รุ่นที่รองรับฟิล์ม FOCUS PAPER LIKE และราคา

  • iPad Pro 12.9″ (2018 และ 2020) – 650 บาท
  • iPad Pro 11″ (2018 และ 2020) – 590 บาท
  • iPad Pro 10.5″, iPad Air 3 – 590 บาท
  • iPad รุ่นที่ 7 10.2″ (2019) – 590 บาท
  • iPad Air และ iPad Air 2 – 590
  • iPad รุ่นที่ 5, รุ่นที่ 6 9.7″ – 590 บาท
  • iPad mini 4 และ iPad mini 5 – 550 บาท

สำหรับฟิล์มรุ่นถนอมสายตาจะบวกเพิ่มอีก 100 บาท

สามารถหาซื้อได้ที่

พิเศษเมื่อซื้อผ่านหน้าเว็บไซต์ กรอกรหัส imodipad เพื่อรับส่วนลด 100 บาท ใช้ได้ถึงวันที่ 31 พ.ค. 2563 เท่านั้น

นอกจากนี้ FOCUS PAPER LIKE มีจำหน่ายที่ร้านตัวแทนทั่วประเทศ

สำหรับใครที่มี iPad ก็แนะนำว่าให้หาฟิล์มกันรอยมาติดหน้าจอให้เรียบร้อย ซึ่งในช่วงที่ไม่ได้ออกไปข้างนอกนี้ก็สามารถสั่งออนไลน์มาติดง่าย ๆ ตามวิธีที่ทีมงานแนะนำกันได้เลย

เขียนโดย Zakura Kim

Bachelor degree of science, Software engineering major, Payap University