, ,

iPhone 11 รุ่นใหม่กับ iPhone XS เรือธงปีที่แล้ว เลือกรุ่นไหนดี ?


71302900 392191041453874 9198227052036096000 N

เปิดตัวกันไปแล้วกับ iPhone 11 และสุดท้าย iPhone XS ก็ถูกเลิกขายไปตามระเบียบ พร้อมกับ iPhone 7 ด้วยเช่นกัน (ส่วนรุ่น iPhone 8 ยังคงขายอยู่) และด้วยความที่หลายร้านก็เริ่มจัดการล้างสต๊อก ทำให้ราคาออกมาเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นรุ่นที่ด้อยกว่าแต่ก็ยังมีหลายส่วนที่น่าสนใจโดยเฉพาะกับ “ราคา”

Iphone 11 Iphone 11 Pro Iphone 11 Pro Max Short Supply Premium Model In Pre Order Date Img 4

เปรียบเทียบราคา

iPhone 11 มีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 24,900 บาท สำหรับรุ่น 64 GB แต่สำหรับ iPhone XS เลิกขายไปแล้ว จึงเป็นเรื่องยากในการตั้งราคา (บางค่ายมือถือก็มีการผูกโปรแตกต่างกันไป) จึงขอใช้ราคากลาง MBK ที่ราคา 31,900 บาท เท่ากับว่ามีส่วนต่างระหว่างสองรุ่นอยู่ที่ 7,000 บาท ดังนั้นหากคุณต้องการราคาประหยัด iPhone 11 ชนะด้านขาดลอย

1568137966300

หน้าจอ

ถึงแม้ว่า iPhone 11 จะสดใหม่กว่า แต่หน้าจอยังเป็นรุ่นเก่าแบบเดียวกับ iPhone XR ซึ่งมีคุณภาพที่ด้อยกว่า (แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงเป็นหน้าจอ LCD ที่ดีที่สุด) ส่วนสำหรับ iPhone XS เป็นหน้าจอ OLED ที่เคยได้รางวัลจาก DisplayMate ในปีที่แล้ว (ตอนนี้เสียแชมป์ไปแล้วแต่ก็ยังเป็นจอที่ดีอยู่ดี)

  • iPhone 11 หน้าจอ Liquid Retina HD ขนาด 6.1″
  • iPhone XS หน้าจอ Super Retina HD ขนาด 5.8″

จะเห็นได้ว่ามีขนาดต่างกันอยู่เล็กน้อย อันนี้แล้วแต่คนชอบเลยจริง ๆ แต่ถ้าหากวัดคุณภาพยังไงก็ต้อง iPhone XS ที่รองรับ HDR ที่จะทำให้ได้อัตราส่วนคอนทราสต์ที่สูงกว่ามาก ดำสนิท + ขาวสว่าง และหากเทียบความละเอียดก็ยิ่งชนะ (458 ppi กับ 326 ppi) เท่ากับว่ายกนี้ให้ iPhone XS รุ่นเก่าชนะไป

1568140963219

วัสดุ ขนาด และน้ำหนัก

หากเทียบคุณภาพวัสดุ iPhone XS เป็นรุ่นแพงถึงแม้ว่าจะเก่ากว่าแต่ก็วัสดุดีกว่าเพราะขอบใช้ “สแตนเลส” ส่วนรุ่นถูกกว่าอย่าง iPhone 11 หรือแม้แต่ XR, 8 จะเป็นการใช้ขอบ “อลูมิเนียม” ที่ไม่ได้ให้ความเงางามและผิวสัมผัสที่ดีเท่า ส่วนเรื่องขนาด ความหนา น้ำหนัก iPhone XS ชนะทุกด้าน แต่ถึงอย่างไรทั้งสองก็กันน้ำ IP68 ได้เท่ากัน

Lcimg 41163ec8 625d 40ab 83d7 C16a49949fa4

ประสิทธิภาพ

ยังไม่มีการแกะเครื่องอย่างเป็นทางการแต่เชื่อว่า iPhone 11 จะมาพร้อม RAM ขนาด 4 GB เท่ากันทุกรุ่นรวมถึงรุ่นก่อนหน้า แต่สิ่งที่ใหม่คือหน่วยประมวลผล A13 Bionic และ Neural Engine (Gen 3) ที่มีจุดเด่นตรงที่เร็วขึ้น 20% แถมยังกินไฟน้อยกว่าราว 40% งานนี้ยกให้ iPhone 11 ชนะขาดแบบไม่ต้องสงสัย

1568140871513

กล้องหลัง

อันนี้น่าลำบากใจเพราะทั้งสองมีกล้องหลักระยะเดียวกัน (รูรับแสงเท่ากันและน่าจะเป็นตัวเดียวกันด้วย หากจะต่างคงเป็นเรื่องชิพที่ปรับแต่งภาพได้ดีกว่า) ส่วนกล้องรองทั้งสองมาคนละประเภทกันเลยทีเดียว

  • iPhone 11 กล้องอัลตร้าไวด์ เก็บภาพมุมกว้าง ƒ/2.4
  • iPhone XS กล้องเทเลโฟโต้ ซูมออปติคอลสองเท่า ƒ/2.4

หากคุณชอบถ่ายที่ไกล ๆ อย่างเช่นงานคอนเสิร์ต เน้นการซูมภาพ iPhone XS จะตอบโจทย์กว่า แต่ถึงอย่างไรเราก็ยังคงแนะนำ iPhone 11 ด้วยคุณสมบัติกล้องหลายอย่างที่ดีกว่าเกือบทุกประการ ตั้งแต่การถ่ายภาพ HDR, โหมดกลางคืน, การปรับภาพแบบอัตโนมัติ, ฯลฯ

แต่ถึงกระนั้นกล้องเก่าของ iPhone XS ก็ใช่ว่าจะหาประโยชน์ไม่ได้ เพราะการถ่ายในระยะเทเลโฟโต้ จะช่วยในการเบลอฉากหลังที่มากกว่า แต่แลกมากับมุมที่แคบลง จึงเหมาะกับการถ่ายภาพบุคคลมากที่สุด เน้นพื้นหลังละลายและชูตัวแบบให้เด่นขึ้น

แต่ส่วนตัวผมชอบกล้องอัลตร้าไวด์ของ iPhone 11 มากกว่า เพราะสารพัดประโยชน์มากกว่า สามารถเก็บภาพวิวมุมกว้างได้มากขึ้น ยิ่งในบางสถานการณ์ที่เราไม่สามารถถอยหลังได้ แถมยังช่วยสร้างมุมมองแปลก ๆ ให้กับภาพ แถมนี่ยังเป็นครั้งแรกของกล้องไอโฟนที่เป็นมุมกว้างอีกด้วย

Iphone 11 Slofie

กล้องหน้า

iPhone 11 มีกล้องหน้าที่ดีกว่า iPhone XS ในทุกด้าน เริ่มตั้งแต่ความละเอียด 12 MP (iPhone XS ความละเอียด 7 MP) แถมยังรองรับการถ่ายวิดีโอ 4K สูงสุด 60 fps สามารถถ่าย “Slofies” ที่กำลังได้รับความนิยมใน Social Network ของต่างประเทศ

Iphone 11 Iphone 11 Pro Battery Performance Improvement

แบตเตอรี่

ความจุแบตเตอรี่ iPhone 11 อยู่ที่ 3,110 mAh และ iPhone XS อยู่ที่ 2,658 mAh แต่ความจริงคุณไม่ต้องสนใจก็ได้ เพราะใช้งานจริงมีปัจจัยอื่นทั้งเรื่องหน้าจอและหน่วยประมวลผล สรุปก็คือ iPhone 11 ใช้งานได้ประมาณ 17 ชั่วโมงยาวนานกว่า iPhone XS ประมาณ 3 ชั่วโมง (หากเทียบกับ iPhone XR ยาวนานกว่า 1 ชั่วโมง)

Apple Sep Event Iphone 11 1000910

อื่น ๆ

iPhone 11 ยังคงมีจุดเด่นเล็กน้อยที่ไม่ได้กล่าวถึงอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นชิพ U1 ในการรับรู้ตำแหน่งในระดับก้าว (iOS 13.1 จะมีคุณสมบัติชัดเจนมากขึ้น เช่น AirDrop) การทำงาน Face ID ที่เร็วกว่าเดิม 30% (แถมใช้งานแนวเอียงหรือนอนได้ด้วย) ระบบเสียง Dolby Atmos รวมถึงชิพ Wi‑Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รุ่นใหม่

สรุปเถอะเหนื่อยแล้ว

ความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนยังไงก็คงเลือก iPhone 11 ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีบางข้อที่ด้อยกว่า ที่เห็นได้ชัดก็คือเรื่องหน้าจอและวัสดุ แต่ทั้งนี้ก็ยังมีหลายเรื่องที่ดีกว่าชดเชยให้อีกเพียบ (โดยเฉพาะราคาที่เป็นมิตร) ถ้าจะซื้อยังไงก็คงเลือก iPhone 11 มากกว่า iPhone XS ยกเว้นเสียแต่ว่ามีส่วนลดที่จูงใจมากกว่านี้ อย่างน้อยก็ควรราคาเท่ากับ iPhone 11 หรือขายถูกกว่าถึงจะน่าสนใจ … แล้วผู้อ่านคิดเช่นไรครับ ?

ความคิดเห็น - Like เพจ iPhoneMod.net

Written by yugioh2500

หากตรงไหนแปลหรือเขียนผิดสามารถชี้แนะได้ครับ
ติดต่อ-สอบถาม-พูดคุย-แลกเปลี่ยนกันได้ที่
Twitter: @yugioh2500