ใน ,

Apple เปิดตัวชิป M6 และ M5 Ultra อัปเกรดประสิทธิภาพ และการประมวลผล AI ครั้งใหญ่

Apple เปิดตัว ชิป M6 สถาปัตยกรรม 2 นาโนเมตร และ M5 Ultra แบบ Quad-die ยกระดับประสิทธิภาพด้าน AI กราฟิก และงานระดับโปร

Apple เปิดตัวชิป M6 และ M5 Ultra อัปเกรดประสิทธิภาพ และการประมวลผล AI ครั้งใหญ่

Apple เปิดตัวชิป M6 สำหรับ Mac mini รุ่นใหม่ และชิป M5 Ultra สำหรับ Mac Studio รุ่นใหม่ โดยมุ่งยกระดับทั้งประสิทธิภาพ การประมวลผล AI บนอุปกรณ์ และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

M6 เป็นชิป Apple Silicon รุ่นแรกที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี 2 นาโนเมตร มาพร้อม CPU แบบ 12-core, GPU แบบ 12-core พร้อม Neural Accelerator, Dual 16-core Neural Engine และรองรับแบนด์วิดท์หน่วยความจำรวมสูงสุด 170GB/s

ส่วน M5 Ultra เป็นชิป “ที่ทรงพลังที่สุดของ Apple ในปัจจุบัน” ใช้เทคโนโลยี UltraFusion รุ่นใหม่ เพื่อสร้างสถาปัตยกรรมแบบ Quad-die เป็นครั้งแรกบนชิปตระกูล M รองรับ CPU สูงสุด 36-core, GPU สูงสุด 80-core และแบนด์วิดท์หน่วยความจำรวมสูงถึง 1.2TB/s เพิ่มขึ้น 50% จาก M3 Ultra

ชิป M6

M6 ชิป 2 นาโนเมตร พร้อม Dual 16-core Neural Engine

ชิป M6 ออกแบบมาสำหรับผู้ใช้ทั่วไป นักเรียน นักพัฒนา ผู้ที่สนใจ AI และภาคธุรกิจ โดยเน้นความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพ การประหยัดพลังงาน และการประมวลผล AI บนอุปกรณ์

กระบวนการผลิตระดับ 2 นาโนเมตรช่วยเพิ่มความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์บน Die ที่มีขนาดเล็กลง ส่งผลให้ประสิทธิภาพ และการใช้พลังงานดีขึ้น พร้อมเพิ่ม Dual 16-core Neural Engine ซึ่งให้ประสิทธิภาพการประมวลผลสูงสุดเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าจากรุ่นก่อนหน้า

Framework ของระบบสามารถเรียกใช้ Neural Engine ทั้งสองชุดพร้อมกัน ช่วยให้แอปประมวลผลโมเดล AI ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

CPU แบบ 12-core ของ M6 มีจำนวน Core เพิ่มจาก M5 อีก 2-core ประกอบด้วย Super Core จำนวน 2-core, Performance Core จำนวน 4-core และ Efficiency Core จำนวน 6-core

Apple ระบุว่า M6 ให้ประสิทธิภาพ Single-thread สูงที่สุดในโลก พร้อมประสิทธิภาพ Multithread เร็วขึ้นสูงสุด 1.2 เท่าเมื่อเทียบกับ M5 และสูงสุด 2.4 เท่าเมื่อเทียบกับ M1 เหมาะกับงานอย่างการแต่งภาพ การ Compile Code การจัดทำดัชนีไฟล์ และงาน Agentic AI

GPU แรงขึ้น พร้อมแบนด์วิดท์หน่วยความจำ 170GB/s

M6 มาพร้อม GPU แบบ 12-core เพิ่มขึ้นจาก M5 จำนวน 2-core และมี Neural Accelerator อยู่ภายใน GPU ทุก Core ทำให้ประสิทธิภาพสูงสุดในการประมวลผล AI ผ่าน GPU เพิ่มขึ้นเกือบ 30% จาก M5 และมากกว่า 8 เท่าเมื่อเทียบกับ M1

ชิปยังรองรับสถาปัตยกรรม Shader Core รุ่นใหม่, Dynamic Caching และ Hardware-accelerated Ray Tracing ช่วยเพิ่มความสมจริงของภาพ ลดเวลา Render และเพิ่ม Frame Rate สำหรับการเล่นเกม พร้อมเพิ่มอัตราการประมวลผล Geometry ขึ้น 50% สำหรับงานกราฟิกที่ซับซ้อน

M6 รองรับหน่วยความจำรวมสูงสุด 32GB และมีแบนด์วิดท์สูงสุด 170GB/s เพิ่มขึ้น 10% จาก M5 และ 2.5 เท่าจาก M1 รองรับการทำงานหลายแอปพร้อมกัน รวมถึงการเรียกใช้ LLM และ Agentic AI บนอุปกรณ์ได้อย่างเป็นส่วนตัว

ชิป M5 Ultra

M5 Ultra ใช้สถาปัตยกรรม Quad-die ครั้งแรก

M5 Ultra ออกแบบมาสำหรับงานระดับโปร และ AI ที่ต้องใช้ประสิทธิภาพสูง เช่น งาน 3D Rendering, Visual Effects, การวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ และการเรียกใช้โมเดล AI ขนาดใหญ่บนอุปกรณ์

ชิปใช้เทคโนโลยี UltraFusion เชื่อมต่อชิป M5 Max แบบ Dual-die จำนวน 2 ชุดเข้าด้วยกัน กลายเป็นสถาปัตยกรรม Quad-die ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของ Apple Silicon

UltraFusion เพิ่มแบนด์วิดท์ระหว่าง Die เป็นมากกว่า 4.4TB/s และเพิ่มความหนาแน่นของการเชื่อมต่อมากกว่า 6 เท่า ทำให้ชิปทั้ง 4 Die สามารถทำงานเสมือนเป็นหน่วยประมวลผลเดียวกัน

CPU รองรับสูงสุด 36-core ประกอบด้วย Super Core จำนวน 12-core และ Performance Core จำนวน 24-core ให้ประสิทธิภาพ Single-thread สูงขึ้นสูงสุด 1.25 เท่า และ Multithread สูงขึ้นสูงสุด 1.3 เท่าเมื่อเทียบกับ M3 Ultra

GPU สูงสุด 80-core และหน่วยความจำรวมสูงสุด 512GB

M5 Ultra มาพร้อม GPU สูงสุด 80-core โดยมี Neural Accelerator ในทุก Core ให้ประสิทธิภาพสูงสุดด้าน AI เพิ่มขึ้นสูงสุด 4.5 เท่าจาก M3 Ultra และมากกว่า 6 เท่าจาก M1 Ultra

GPU รองรับ Shader Core รุ่นใหม่, Dynamic Caching รุ่นที่ 2, Hardware-accelerated Mesh Shading และ Ray Tracing รุ่นที่ 3 ทำให้ประสิทธิภาพกราฟิกเร็วขึ้นสูงสุด 40% จาก M3 Ultra

ด้าน Media Engine รองรับการประมวลผล H.264, HEVC, Hardware-accelerated AV1 Decode รวมถึง ProRes Encode และ Decode จำนวน 4 ชุด เหมาะกับงานตัดต่อวิดีโอความละเอียดสูง นอกจากนี้ยังมี Neural Engine แบบ 32-core สำหรับประมวลผลงาน AI บนอุปกรณ์

M5 Ultra รองรับหน่วยความจำรวมสูงสุด 512GB และแบนด์วิดท์สูงถึง 1.2TB/s เพิ่มขึ้น 50% จาก M3 Ultra ผู้ใช้จึงสามารถเก็บชุดข้อมูลขนาดใหญ่ไว้ในหน่วยความจำ เพิ่มความเร็วในการประมวลผล Token และเรียกใช้ LLM ที่มีพารามิเตอร์หลายแสนล้านตัวบนอุปกรณ์ได้

รองรับเครื่องมือสำหรับนักพัฒนา

Framework และเครื่องมือของ Apple ได้แก่ Core AI, Core ML, Metal และ Xcode สามารถใช้ประโยชน์จากฮาร์ดแวร์ของชิปทั้งสองรุ่นได้โดยตรง

นักพัฒนาสามารถเรียกใช้และ Fine-tune โมเดล AI ขนาดใหญ่บน Mac โดยเครื่องมือของ Apple จะจัดสรรงานระหว่าง CPU, GPU และ Neural Engine ให้อัตโนมัติ พร้อมรองรับทั้ง Apple Foundation Models และโมเดล AI ที่นักพัฒนาสร้างขึ้นเอง

ตัวเลขประสิทธิภาพของ M6 และ M5 Ultra มาจากการทดสอบของ Apple ในเดือน ส.ค. 2026 โดยใช้เครื่องรุ่นก่อนการผลิตและ Benchmark ที่กำหนด ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันตามระบบและลักษณะการใช้งาน

ความคิดเห็น - Like เพจ iPhoneMod.net

เขียนโดย Thitirath Kinaret

เต้นท์ iMoD : ป.ตรี วิศวกรรมซอฟต์แวร์ ป.โท บริหารธุรกิจ ม.พายัพ ชอบความสวยงามแบบเรียบง่าย ตามแบบฉบับของ Apple @Contact : facebook.com/tentzy