ยังไม่มี Smart Watch ไหน ที่สามารถตรวจวินิฉัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้ แต่บางรุ่น สามารถบอกสัญญาณเบื้องต้นกับคุณได้
Smart Watch ของคุณตรวจภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้หรือไม่
ผู้ใช้จำนวนมากอาจไม่รู้ตัวว่ากำลังเผชิญกับ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) เพราะในบางกรณีอาการที่สังเกตได้มีเพียงความรู้สึกอ่อนเพลีย แม้นอนหลับเต็มคืนแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีสัญญาณอื่น ๆ ที่บ่งชี้ โดยอาจทราบได้จากการสวมใส่อุปกรณ์อัจฉริยะ ที่มีความสามารถตรวจสอบอาการเหล่านี้ได้ที่บ่งชี้ว่าควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์
ภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นความผิดปกติที่การหายใจหยุดหรือถูกรบกวนซ้ำ ๆ ระหว่างการนอนหลับ (คำว่า “Apnea” มาจากภาษากรีกที่แปลว่า “ปราศจากลมหายใจ”) อาการนี้มักจะกินเวลาครั้งละอย่างน้อย 10 วินาที และสามารถเกิดขึ้นได้หลายสิบครั้งต่อชั่วโมง นอกเหนือจากความเสี่ยงด้านสุขภาพและอาการที่ไม่พึงประสงค์แล้ว ภาวะนี้ยังสร้างความลำบากให้กับคู่นอนได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการนอนกรน อาการหายใจเฮือก หรือพฤติกรรมกระสับกระส่ายอื่น ๆ ซึ่งทำให้ทั้งสองคนนอนหลับได้ไม่เต็มอิ่ม
การยืนยันการวินิจฉัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับจำเป็นต้องได้รับการตรวจทางการแพทย์ ซึ่งในบางกรณีหมายถึงการต้องไปค้างคืนในห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจการนอนหลับ (Sleep lab) โดยมีการติดสายไฟและเซนเซอร์หลายชนิดตลอดคืน
สิ่งที่สมาร์ทวอทช์สำหรับผู้บริโภคบางรุ่นสามารถทำได้คือ คือการตรวจคัดกรองสัญญาณที่อาจสอดคล้องกับภาวะดังกล่าว หากตรวจพบความผิดปกติ ผู้ใช้ควรเข้าพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ
แม้สมาร์ทวอทช์หลายรุ่นจะสามารถติดตามการนอนหลับได้ แต่ฟีเจอร์การคัดกรองภาวะหยุดหายใจขณะหลับนั้นพบได้ไม่มาก ในความเป็นจริง ผู้ผลิตสมาร์ทวอทช์รายใหญ่เพียง 2 รายที่มีฟีเจอร์แจ้งเตือนภาวะหยุดหายใจขณะหลับและได้รับการรับรองจาก FDA (องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ) ก็คือสองยักษ์ใหญ่ในวงการอย่าง Apple และ Samsung
โดย Samsung ได้รับการอนุมัติแบบ De Novo สำหรับฟีเจอร์ Sleep Apnea ในปี 2024 ส่วน Apple ได้รับการรับรองแบบ FDA Clearance (510(k)) สำหรับฟีเจอร์แจ้งเตือนภาวะหยุดหายใจขณะหลับในเวลาต่อมา
Apple Watch

ที่มา: Apple Support
Apple เปิดให้ใช้งานฟีเจอร์แจ้งเตือนภาวะหยุดหายใจขณะหลับบน Apple Watch Series 9 และใหม่กว่า, Apple Watch Ultra 2 และ 3 รวมถึง Apple Watch SE 3
ฟีเจอร์นี้ใช้เซ็นเซอร์ Accelerometer เพื่อตรวจจับการรบกวนของการหายใจที่มีลักษณะสอดคล้องกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับระดับปานกลางถึงรุนแรง โดย Apple ได้ระบุว่าฟีเจอร์นี้ไม่ได้ใช้เพื่อวินิจฉัยโรค
ผู้ใช้จำเป็นต้องติดตั้ง watchOS เวอร์ชันล่าสุดบน Apple Watch ที่รองรับ และ iOS เวอร์ชันล่าสุดบน iPhone ที่ได้จับคู่ไว้ โดยฟีเจอร์นี้ออกแบบมาสำหรับผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ก่อนเริ่มใช้งาน ผู้ใช้ต้องตั้งค่าการติดตามการนอนหลับ และบันทึกข้อมูลการนอนอย่างน้อย 10 คืน ภายในช่วงเวลา 30 วัน จึงจะสามารถรับการแจ้งเตือนได้
โดยผลการตรวจจะถูกแบ่งเป็นสองระดับ ได้แก่ Elevated (สูง) และ Not Elevated (ไม่สูง) หากระบบตรวจพบผลแบบ Elevated อย่างต่อเนื่อง ผู้ใช้จะได้รับการแจ้งเตือน หลังจากนั้นควรเข้าพบแพทย์เพื่อรับการตรวจเพิ่มเติม
ผู้ใช้สามารถเปิดใช้งานฟีเจอร์ได้จากแอป Health บน iPhone โดยไปที่ Search > Respiratory แล้วแตะ Set Up ในหัวข้อ Sleep Apnea Notifications หากขึ้นคำว่า On แสดงว่าฟีเจอร์ถูกตั้งค่าไว้แล้ว
และ ข้อมูลการรบกวนของการหายใจสามารถดูย้อนหลังได้ใน Health > Respiratory > Breathing Disturbances
Samsung Galaxy Watch

ที่มา: Samsung
Samsung มีฟีเจอร์ตรวจคัดกรองสัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้นระดับปานกลางถึงรุนแรงเช่นกัน โดยรองรับ Galaxy Watch 4 และรุ่นใหม่กว่า แต่ไม่รองรับอุปกรณ์ตระกูล Galaxy Fit
การใช้งานจำเป็นต้องจับคู่กับสมาร์ตโฟน Galaxy ที่ติดตั้งแอป Samsung Health Monitor และออกแบบมาสำหรับผู้มีอายุ 22 ปีขึ้นไป ผู้ใช้สามารถเปิดใช้งานได้จากเมนู Sleep Apnea ในแอป Samsung Health Monitor
ระบบของ Samsung ใช้ข้อมูลน้อยกว่า Apple โดยต้องบันทึกการนอนเพียง 2 คืน ภายในระยะเวลา 10 วัน และแต่ละคืนต้องนอนอย่างน้อย 4 ชั่วโมง เมื่อประมวลผลเสร็จ ผลลัพธ์จะแสดงในหัวข้อ Sleep Apnea ของแอป Samsung Health Monitor และหลังจากแสดงผลแล้ว ฟีเจอร์จะปิดตัวเองโดยอัตโนมัติ ผู้ใช้สามารถเปิดใช้งานใหม่ได้ในภายหลัง
Withings ScanWatch

ที่มา: Withings
Withings เป็นผู้ผลิตอีกรายที่มีนาฬิกาไฮบริดสำหรับติดตามสุขภาพ ซึ่งสามารถตรวจวัดความผิดปกติของการหายใจระหว่างนอนที่อาจเกี่ยวข้องกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
ในปี 2021 Withings ScanWatch ได้รับการรับรองจาก FDA สำหรับการติดตามความผิดปกติของการหายใจ อย่างไรก็ตาม ซึ่งบริษัทไม่ได้ทำตลาดฟีเจอร์นี้ในฐานะระบบแจ้งเตือนภาวะหยุดหายใจขณะหลับเหมือน Apple และ Samsung แต่หากพบความผิดปกติ ก็อาจเป็นสัญญาณว่าควรเข้าพบแพทย์
นอกจากนี้ Withings ScanWatch ยังเป็นนาฬิกาไฮบริดที่ผสานหน้าปัดแบบอะนาล็อกเข้ากับจอ OLED ขนาด 0.63 นิ้ว เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการให้นาฬิกาที่ดูเหมือนสมาร์ตโฟนขนาดเล็กบนข้อมือ
อุปกรณ์อื่น ๆ
Garmin – มีฟีเจอร์บันทึกความแปรปรวนของการหายใจระหว่างนอนบนสมาร์ตวอทช์บางรุ่น โดยรองรับนาฬิกาหลายซีรีส์ เช่น Forerunner, Fenix และ Venu อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์นี้ ไม่ได้ระบุว่าผ่านการรับรองจาก FDA หรือไม่
Oura Ring – ได้เพิ่มฟีเจอร์ตรวจจับความผิดปกติของการหายใจตั้งแต่ปี 2024 โดยใช้การตรวจจับระดับออกซิเจนในเลือดที่ลดลงเพื่อระบุความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น แต่ฟีเจอร์นี้ไม่ได้รับการรับรองจาก FDA และไม่ได้ทำตลาดในฐานะเครื่องมือตรวจคัดกรองภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
Fitbit และ Whoop – มีระบบติดตามการนอนและข้อมูลการฟื้นตัว รวมถึงการติดตามอัตราการหายใจระหว่างนอน แต่ยังไม่มีฟีเจอร์ด้านระบบทางเดินหายใจที่ผ่านการรับรองจาก FDA ในระดับเดียวกับ Apple, Samsung หรือ Withings
แม้ว่าจะมีผู้ผลิตรายอื่นกำลังพัฒนาหรือเตรียมยื่นขอการรับรองจาก FDA แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายใดเข้าร่วมกลุ่มผู้ผลิตที่ได้รับการรับรองสำเร็จ
สมาร์ตวอทช์ช่วยคัดกรอง แต่ไม่ใช่การวินิจฉัย
แม้ว่าสมาร์ตวอทช์บางรุ่นจะสามารถตรวจพบสัญญาณที่อาจเกี่ยวข้องกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้ แต่ผลลัพธ์ดังกล่าวไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยทางการแพทย์ ผู้ใช้ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตนเอง
ที่มา: Engadget
