นี่เป็นคลิปสไตล์พอดแคสต์ที่ผมต้อม iMoD ft. Ceemeagain นั่งคุยกันยาว ๆ ถอดบทเรียน WWDC26 ว่า Apple กำลังเปลี่ยนจุดยืนเรื่อง AI และความง่าย โดยเฉพาะ Siri ใหม่ที่จะเปิดให้ใช้งานทั่วโลกเดือนกันยายนนี้
สรุป WWDC26 ในมุม iMoD ft. Ceemeagain
พี่ซีมองว่า WWDC26 โดนโห่ตอนแรกเหมือนทุกปี แต่ถ้าตัดสินเร็วเกินไปจะพลาดมุมที่ Apple ยังซ่อนไว้ โดยเฉพาะเรื่อง On-device AI ที่ซิลิคอนดีไซน์มาเพื่อรับโหลดตรงนี้อยู่แล้ว ส่วนตัวผู้ใช้อย่าง Ceemeagain ก็ยอมรับว่าความเร็วปัจจุบันเพียงพอระดับหนึ่ง และถ้าวันหนึ่งทุกคนวิ่งเข้าเซิร์ฟเวอร์พร้อมกัน Apple จะบริหารจัดการ token ได้ดีกว่าเพราะรู้ขีดจำกัดฮาร์ดแวร์ตัวเองดี
Siri ไร้ขีดจำกัดจริงหรือ?
ทั้งคู่เห็นตรงกันว่าซักที่ผ่านมา Siri ทำได้แค่คำถามปลายปิด แต่รอบนี้เป้าคือตอบคำถามปลายเปิดได้ทุกเรื่อง คำถามคือโมเดลที่ใช้คืออะไร ต่อรองกับใคร และจะล็อกฟีเจอร์ไหนไว้ให้ developer รายใดเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นความลับที่ Apple ไม่เปิดเผย แต่ดูจากงบวิศวกรรมระดับพันล้านดอลลาร์ น่าจะมีการเตรียมมาหลายปี
On-device vs Server ไม่ใช่คู่ขัดแย้ง
หลายคนกังวลว่า Apple จะส่งทุกอย่างขึ้นเซิร์ฟเวอร์จนล่ม แต่พี่ซีชี้ว่า Apple จะผสม On-device กับ Private Cloud Compute ตามงานแต่ละแบบ ฟีเจอร์ที่ทำบนเครื่องได้ก็ทำเลย ส่วนที่ต้องใช้โมเดลใหญ่จริงๆ ค่อยส่งขึ้นคลาวด์ ซึ่งต่างจากคู่แข่งที่เซิร์ฟเวอร์เป็นทางเดียว
ถ้า Siri ส่งข้อความได้แค่ iMessage แต่เข้า Line, WhatsApp หรือ Gmail ไม่ได้ คนส่วนใหญ่ก็ไม่ใช้ พี่ซียกตัวอย่างว่านี่คือโอกาสทองของ third-party ที่จะดึงผู้ใช้ให้อยู่กับแอปตัวเอง แต่ในทางกลับกัน ถ้า Apple ทำเองหมด developer ก็อาจตายหลายราย เหมือนอุตสาหกรรมรถยนต์ที่เปลี่ยนจากเครื่องยนต์สันดาปเป็น EV แล้ว supplier หลายส่วนหายไปทันที รอบนี้ Apple ลดความหยิ่งลงนิดหนึ่ง เพื่อให้ระบบเดินต่อได้
Shortcuts คือพลังที่ Apple ปล่อยทิ้งไว้นานเกินไป
Ceemeagain ทดลองใช้ Shortcuts แล้วรู้สึกว่ามัน powerful มาก ถ้าใครเคยใช้มาตั้งแต่ยุคแรกจนถึง iOS 17 จะเห็นว่ามันถึงเวลาเรียกใช้จริงจัง โดยเฉพาะแบบ no-code ที่ให้คนทั่วไปสั่งงานแอปได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ด สิ่งที่รอคือให้รองรับภาษาไทยเต็มรูปแบบ
พี่ซีตั้งข้อสังเกตว่าหลายแอปพยายามติดป้าย AI เพื่อการตลาด แต่ผู้บริโภคจริงๆ ไม่ได้สนใจว่าข้างหลังใช้ AI หรือไม่ สนใจแค่ผลลัพธ์เร็วและใช้งานได้ CapCut ที่ไม่โฆษณาว่าเป็น AI กลับทำงานได้ดีกว่าหลายแอปที่ชูป้าย AI เต็มหน้า การตัดสินใจแค่ว่ามี AI ใช่ไหมจึงเป็นการมองตื้นเกินไป ที่สำคัญคือเครื่องมือตอบโจทย์การใช้งานจริงหรือเปล่า
ไม่มีเครื่องมือไหน perfect สำหรับทุกคน
ทั้งสองปิดท้ายด้วยมุมมองเดียวกันว่า ไม่ว่าจะเลือกใช้โมเดลไหน อุปกรณ์ใด หรือแอปอะไร ขอแค่ตอบโจทย์การทำงานและชีวิตได้ก็พอ AI ที่แพงที่สุดในโลกอาจไม่เหมาะกับทุกคน Gemma 4 หรือโมเดลฟรีที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้ก็เพียงพอ การแข่งขันของแบรนด์ไอทีที่ดีคือปล่อยให้แข่งกันเต็มที่ เพราะผู้บริโภคจะได้ประโยชน์สูงสุด
นอกจาก Siri แล้ว พี่ซีทิ้งท้ายว่าน่าจะเห็นรหัสใน iOS ที่บ่งบอกถึง iPhone จอพับ เพราะค่ายเคสจีนเริ่มทำโมลเดิมออกมาแล้ว ส่วน Ceemeagain ชี้ว่า iMoD กำลังขยายเครือข่ายนักข่าวไปเวียดนาม มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ตามขนาดตลาดที่เติบโต ทั้งคู่ฝากให้คนดูอย่าตัดสินทุกอย่างเร็วเกินไป ฟังให้ครบทุกมุมแล้วเลือกเครื่องมือที่เหมาะกับตัวเองที่สุด
อยากให้ทุกคนได้นั่งลองฟังจนจบแล้วคิดตามจากนั้นมาแลกเปลี่ยนข้อมูลกันครับ


