Apple ปรับโครงสร้างกลยุทธ์ AI ครั้งใหญ่ภายใต้การนำของ Craig Federighi หัวหน้าฝ่ายซอฟต์แวร์ เร่งแผนยกเครื่อง Siri โดยใช้โมเดล AI ภายนอก หลังเผชิญความล่าช้าภายในและการขัดแย้งเชิงองค์กรมานานหลายปี
Apple ปรับกลยุทธ์ AI ครั้งใหญ่ โดยให้ Craig Federighi คุมทิศทางทั้งหมด
The Information รายงานว่าแนวทางด้าน AI ของ Apple นั้นมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ โดย Craig Federighi หัวหน้าฝ่ายซอฟต์แวร์ของ Apple จะเป็นหัวใจหลัก เข้ามาดูแลเรื่อง AI โดยตรง กำหนดอนาคตของ Siri และฟีเจอร์ Apple Intelligence และอื่น ๆ
รายงานเผยว่า Federighi ได้กล่าวในการประชุมร่วมกันของทีมซอฟต์แวร์และทีม AI ของ Apple โดยแสดงความกระตือรือร้นในการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็ส่งสัญญาณถึงความไม่พอใจกับความก้าวหน้าด้าน AI ของบริษัท (บางคนในทีมมองว่าเป็นการตำหนิ)

Federighi เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ Apple เลือกใช้ Gemini ของ Google มาเป็นรากฐานของการพัฒนา Siri เวอร์ชันปรับปรุงใหม่ ที่จะช่วยให้ Apple สามารถเปิดตัว Siri เวอร์ชันใหม่ได้ภายในปี 2026 นี้ หลังจากที่ถูกเลื่อนเปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 2025

รายงานเผยว่ามีความกังวลภายในเกี่ยวกับการโยกงานด้าน AI ของ Apple มาให้ Federighi ดูแล, หนึ่งในผู้ที่เคยทำงานกับ Federighi เผยว่า Federighi เป็นคนที่ให้ความสำคัญเรื่องต้นทุน จะไม่ลงทุนกับงานที่ไม่แน่นอน ซึ่งแตกต่างกับคู่แข่งอย่าง Google, OpenAI, Meta ที่ลงทุนด้านงาน AI อย่างมหาศาลทั้งด้าน Data Center, ชิป และทีมวิจัย AI

Apple พยายามจำกัดการใช้งานจ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานของ AI แต่ไปเน้นให้ระบบสามารถประมวลผลได้จบที่ตัวอุปกรณ์ และระบบ Private Cloud Compute ซึ่งใช้ชิป Apple Silicon, โดยรายงานเผยว่า Apple จะรอให้ต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน และค่าจ้างบุคลากรด้าน AI ลดลง จึงจะลงทุนแบบเต็มที่
รายงานเผยว่า Federighi มองว่า AI เป็นสิ่งที่คาดเดา และควบคุมได้ยาก ซึ่งตัวเขาเองชอบซอฟต์แวร์ที่สามารถกำหนดบทบาท รูปแบบการทำงานได้ชัดเจน และตัวเขาเองก็ปฏิเสธในการที่ใช้ AI มาเป็นตัวช่วยในการจัดเรียงหน้าจอโฮมของ iPhone ด้วย พร้อมให้เหตุผลว่าจะทำให้ผู้ใช้สับสน

เมื่อปี 2019, Federighi เคยปฏิเสธไอเดียหน้าจอของ Vision Pro ที่ขับเคลื่อนด้วย AI มาก่อน และ Mike Rockwell (ผู้พัฒนา Vision Pro) วิจารณ์เขาว่า เป็นคนอนุรักษ์นิยมเกินไป ซึ่งสุดท้าย Rockwell ก็ถูกโยกมาดูแลเรื่อง Siri และทำงานกับ Federighi
แม้ Federighi จะไม่แน่ใจเกี่ยวกับทิศทางของ AI แต่ท่าทีก็เปลี่ยนไปหลังจากเห็นการเปิดตัว ChatGPT ในปี 2022, โดยผู้ใกล้ชิดของ Federighi เผยว่า ตัวเขาเชื่อมั่นในความสามารถของ LLM หลังจากได้ทดลองใช้ และได้สั่งการให้ทีมงานหาวิธีที่จะนำสิ่งนี้มาใส่ในผลิตภัณฑ์ของ Apple

รายงานเผยว่า Federighi สรุปว่าโมเดล AI ของ Apple ทำงานร่วมกับผลิตภัณฑ์ได้ไม่ดีพอ ซึ่งทีมงานบนคนเผยว่าไม่ได้รับคำแนะนำที่ชัดเจนพอในการนำโมเดล AI ไปใช้งานจริง และในช่วงที่ Apple โยกงาน Siri จาก Giannandrea มาให้ Rockwell ที่อยู่ภายใต้การดูแลของ Federighi นั้น ก็มีการสั่งการให้ทีมงานไปประเมินความเป็นไปได้ ในการรวมโมเดล AI จากภายนอกมาใช้
แม้ Apple จะร่วมมือกับ Google ด้าน AI แต่ Apple เองก็มีแผนที่จะพัฒนาโมเดล AI ของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำไปใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์, มีรายงานว่า Apple ต้องการที่ย่อขนาด ปรับแต่งโมเดล AI จากความร่วมมือ เพื่อให้ทำงานได้อย่างสมบูรณ์บนอุปกรณ์ของตัวเอง ซึ่งจะลดการพึ่งพาในระยะยาว และเพื่อให้งานด้านนี้สำเร็จก็มีข่าวว่า Apple กำลังหาซื้อกิจการบริษัท AI ที่ความสามารถในการปรับแต่งโมเดล AI ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ที่มา: MacRumors
