ใน , ,

ผู้สมัครสมาชิก YouTube TV ชนะคดี Disney ปมขึ้นราคาค่าสตรีมมิ่งพุ่ง

ผู้สมัครสมาชิก YouTube TV ชนะคดี Disney ปมขึ้นราคาค่าสตรีมมิ่งพุ่ง ล่าสุดยอมจ่าย 50 ล้านดอลลาร์เพื่อยุติข้อพิพาทและชดเชยให้ผู้ได้รับผลกระทบ

ผู้สมัครสมาชิก YouTube TV ชนะคดี Disney ปมขึ้นราคาค่าสตรีมมิ่งพุ่ง

กลุ่มผู้สมัครสมาชิก YouTube TV ชนะคดีแบบกลุ่ม

ArsTechnica รายงานว่า กลุ่มผู้สมาชิก YouTube TV ยื่นฟ้อง Disney แบบกลุ่ม (Class Action) เมื่อปลายปี 2022 โดยระบุว่า Disney มีบทบาทสำคัญในการทำให้ค่าบริการสตรีมมิ่งรายการสดอย่าง YouTube TV และ Hulu + Live TV แพงขึ้น ผ่านข้อตกลงที่ขัดต่อการแข่งขัน เช่น การบังคับให้พาร์ทเนอร์ต้องรวมช่อง ESPN ในแพ็คเกจเริ่มต้น ซึ่งส่งผลให้ราคาบริการพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย

ในคำร้องระบุเนื้อหาสำคัญส่วนหนึ่งว่า:

“…ข้อกำหนดในการนำช่องรายการมาออกอากาศเหล่านี้ครอบคลุมคู่แข่งรายสำคัญทั้งหมดของ Disney ในตลาด SLPTV ช่วยให้ Disney ใช้ ESPN และ Hulu กำหนดเพดานราคาขั้นต่ำและสร้างภาวะเงินเฟ้อของราคาทั้งตลาดผ่านการปรับขึ้นราคาผลิตภัณฑ์ของตนเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ Disney ทำมาตลอด 3 ปีนับตั้งแต่เข้าควบคุมบริหาร Hulu”

คำฟ้องนี้เกิดขึ้นหลังจาก YouTube TV ปรับราคาจาก 35 เป็น 65 ดอลลาร์ ทันทีที่มีการเพิ่มช่องในเครือ Disney อย่าง ESPN เข้าไป โดยในปี 2021 YouTube TV เคยระบุว่าราคาแพ็คเกจเริ่มต้นจะถูกลงถึง 15 ดอลลาร์ หากไม่มีรายการของ Disney รวมอยู่ด้วย

นอกจากนี้ YouTube TV เคยทวีตแจ้งว่าข้อกำหนดจากเครือข่ายที่บังคับให้นำพอร์ตโฟลิโอช่องรายการทั้งหมดมาออกอากาศ เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ภาพรวมของราคาค่าบริการสูงขึ้น

Disney ยอมจ่าย 50 ล้านดอลลาร์ยุติข้อพิพาท

แม้ Disney จะไม่ยอมรับความผิด แต่ตกลงจ่ายเงินยอมความ 50 ล้านดอลลาร์ โดยผู้สมัครสมาชิก YouTube TV (รวมถึง DirecTV Stream และ Now) ระหว่าง 1 เม.ย 2019 ถึง 31 มี.ค. 2026 จะมีสิทธิ์ได้รับส่วนแบ่งชดเชยจากเงินจำนวนนี้

ข้อตกลงยังระบุให้ Disney ต้อง “พิจารณา” ข้อเสนอให้พาร์ทเนอร์สามารถเลือกช่องรายการจำนวนน้อยลงรวมถึง ESPN มาออกอากาศได้ แต่ปัจจุบันยังไม่มีข้อกำหนดที่บังคับให้ต้องดำเนินการจริง

ประเด็นนี้เคยบานปลายช่วงปลายปี 2025 เมื่อผู้บริหาร YouTube TV วิจารณ์ Disney ว่า “ก้าวร้าวอย่างไม่จำเป็น” ในระหว่างการเจรจา จนทำให้ช่องในเครือ Disney จอดำเกือบ 2 สัปดาห์ก่อนจะบรรลุข้อตกลงใหม่ได้สำเร็จ

ที่มา: 9to5Google

ความคิดเห็น - Like เพจ iPhoneMod.net

เขียนโดย Sasithakan Sritonthip

Modern Management, College of Art Media and Technology , Chiangmai University