xAI เปิดตัว Voice Agent Builder แพลตฟอร์ม No-Code สำหรับสร้าง AI Voice Agent บน Grok Voice รองรับการรับสาย ตอบคำถาม และเชื่อมต่อเครื่องมือหรือ API ขององค์กรได้ภายในไม่กี่นาที
Voice Agent Builder
xAI เปิดตัว Voice Agent Builder เวอร์ชันทดสอบ (Beta) แพลตฟอร์มแบบ No-Code สำหรับสร้าง AI Voice Agent บน Grok Voice ช่วยให้นักพัฒนาและธุรกิจสามารถสร้างผู้ช่วย AI สำหรับรับสายและสนทนากับลูกค้าได้โดยไม่ต้องพัฒนาระบบทั้งหมดตั้งแต่ต้น

ที่มาของภาพ: xAI
เพียงกำหนดรูปแบบการสนทนาเป็นภาษาธรรมชาติ อัปโหลดเอกสาร และเชื่อมต่อเครื่องมือหรือ API ที่ใช้งานอยู่ ก็สามารถสร้างเอเจนต์ที่พร้อมใช้งานได้ภายในเวลาประมาณ 2 นาที
แพลตฟอร์มรองรับการสร้าง Knowledge Base จากเอกสารหลายรูปแบบ เช่น Word, PowerPoint, Excel, HTML, JSON และ Markdown เพื่อให้ AI ดึงข้อมูลมาตอบคำถามระหว่างการสนทนาได้แบบเรียลไทม์ อีกทั้งยังสามารถแชร์ชุดข้อมูลเดียวกันให้เอเจนต์หลายตัวใช้งานร่วมกัน ช่วยลดความซ้ำซ้อนในการตั้งค่า
นอกจากตอบคำถามแล้ว Voice Agent Builder ยังสามารถดำเนินงานแทนผู้ใช้ผ่าน Tools และ Connectors เช่น จองนัดหมายผ่าน Google Calendar หรือ Outlook Calendar ตรวจสอบสถานะคำสั่งซื้อและคืนเงินผ่าน API ขององค์กร

ที่มาของภาพ: xAI
ค้นหาข้อมูลล่าสุดจากเว็บหรือ X รวมถึงเชื่อมต่อกับ Google Drive, OneDrive, Linear และ Notion เพื่อดึงข้อมูลหรือจัดการงานได้โดยอัตโนมัติ
หากจำเป็น AI ยังสามารถโอนสายให้เจ้าหน้าที่ พร้อมส่งการแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ให้ทีมงานติดตามการทำงานได้
ด้านการใช้งาน ระบบมีเสียงให้เลือกมากกว่า 80 รูปแบบ หรือสร้างเสียงเลียนแบบแบรนด์จากตัวอย่างเสียงเพียง 2 นาที รองรับหมายเลขโทรศัพท์สำหรับทดสอบ รวมถึงการเชื่อมต่อหมายเลขเดิมผ่าน SIP และสามารถทดสอบการทำงานผ่านเว็บเบราว์เซอร์ได้โดยไม่ต้องโทรศัพท์จริง

ที่มาของภาพ: xAI
ทุกสายสนทนาจะถูกบันทึกเสียงและถอดข้อความอัตโนมัติ ผู้ใช้สามารถตรวจสอบบทสนทนา ฟังเสียงย้อนหลัง และดูว่า AI ใช้เครื่องมือใดระหว่างการทำงาน พร้อมตั้งค่า Guardrails เพื่อกำหนดข้อจำกัด เช่น ป้องกันการเปิดเผยข้อมูลสำคัญหรือไม่ให้ตอบคำถามนอกขอบเขตที่กำหนด
สำหรับค่าบริการ xAI คิดตามอัตรา API ที่ 0.05 ดอลลาร์สหรัฐต่อนาทีของเสียง โดยไม่มีค่าบริการแพลตฟอร์มเพิ่มเติม ขณะที่การใช้งานผ่านหมายเลขโทรศัพท์ที่ระบบจัดสรรให้มีค่าโทรศัพท์เพิ่ม 0.01 ดอลลาร์สหรัฐต่อนาที
โดยบริษัทระบุว่าแนวทางนี้ช่วยให้การคิดค่าใช้จ่ายเรียบง่ายกว่าระบบ Voice AI ที่คิดค่าบริการแยกในแต่ละองค์ประกอบ เช่น Speech-to-Text, โมเดลภาษา และ Text-to-Speech
ที่มา: xAI
