, , ,

รีวิว – USG Retina Optimized “ฟิล์มกันรอยที่ไม่ธรรมดา”


ฟิล์มกันรอย เรื่องที่แสนจะธรรมดาที่ใคร ๆ หลายคนทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ได้ เดิมทีฟิล์มกันรอยมีหน้าที่เพียงแค่ปกปิดหน้าจอ เพื่อไม่ให้เป็นรอยหรือพูดง่าย ๆ ก็คือการเป็นตัวตายตัวแทนของหน้าจอเรานั่นเอง แต่ในปัจจุบันต่างมีฟิล์มกันรอยมากมายหลายแบรนด์ซึ่งคุณสมบัตรก็แตกต่างกันไป โดยวันนี้เราจะมารีวิว USG Retina Optimized หรือก็คือฟิล์มที่เขาว่ากันว่า “โคตรทน” นั่นเอง

USG-Retina-Optimized (1)

“USG Tempered Glass Film” สามารถสั่งซื้อได้ที่ Mr.Caseman By Rajah Phoenix โดยราคาจะอยู่ที่ 980 บาท

USG-Retina-Optimized (2)

สำหรับตัวนี้จะเป็น Special Edition Only for iPhone 5 เลยครับ ซึ่งผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่ามันพิเศษยังไง – -* (เดาว่าอาจใช้ฟิล์มออกแบบโดยเฉพาะ)

USG-Retina-Optimized (3)

คุณสมบัติเบื้องต้นของมันคือนอกจากจะทำจากกระจก Tempered Glass แล้วยังสามารถกันรอยนิ้วมือ และยังทนแรงขีดข่วนได้ถึง 9H ด้วยกันเลยทีเดียวจะว่าไปแล้วมันก็เหมือนกับตอนที่ รีวิว – USG Tempered Glass Film “ปกป้องหน้าจอ iPhone 5″ อยู่เหมือนกันแฮะ

USG-Retina-Optimized (4)

เท่าที่นึกออกรู้สึกว่ารุ่นนี้จะบางกว่าเดิมคือมันยังงออยู่ได้บ้าง ไม่เหมือน รีวิว – USG Tempered Glass Film “ปกป้องหน้าจอ iPhone 5″ ที่ออกแนวแข็งชนิดไม่ยอมงอ

USG-Retina-Optimized (5)

อันนี้เป็นแบบตัวเดิม ๆ นะครับ ผมติดฟิล์ม USG รุ่นมาตรฐาน (สีชมพู) ซึ่งแน่นอนว่าความคมชัดอาจจะสู้รุ่นที่จะรีวิวนี้ไม่ได้แน่นอน

USG-Retina-Optimized (6)

ดูใกล้ ๆ อีกภาพหนึ่งนะครับ สำหรับสภาพฟิล์มเดิม ๆ

USG-Retina-Optimized (7)

วิธีการติดตั้งฟิล์มไม่ยากครับ ทำด้วยตัวเองได้ ผมก็ไม่ค่อยได้ทำเหมือนกันลองทำดูก็ไม่ยากแฮะ

USG-Retina-Optimized (8)

ฟิล์มที่แถมมาครับ แกะแล้วติดตั้งตามขั้นตอนได้เลย

USG-Retina-Optimized (9)

การพัฒนาอีกขั้นคือ Dust Remover ที่ปรับปรุงใหม่สามารถแปะลง iPhone 5 ได้ทั้งหน้าจอเลย แล้วดึงออกทีเดียวเพื่อดึงฝุ่นออก (สะดวกเหมือนกันนะ) ตรงนี้ผมชอบมากครับ

USG-Retina-Optimized (10)

เช็ดหน้าจอ iPhone 5 ให้สะอาดที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วก็ทำการติด Dust Remover ไปเลยครับ

USG-Retina-Optimized (11)

อันนี้เป็นวิธีการที่ผิดนะครับ เนื่องจากผมติดกลับด้าน แต่ติดถูกด้านมันจะไม่เป็นฟองแบบนี้ครับ – -*

USG-Retina-Optimized (12)

ติดเสร็จเรียบร้อยครับ ยังรู้สึกไม่ค่อยต่างเท่าไหร่หากมองไกล ๆ แต่ความรู้สึกที่ได้ตอนทัชสกรีนรู้สึกว่ามันลื่นนิ้วขึ้นเยอะมากครับ

USG-Retina-Optimized (13)

สีและความคมชัดที่ได้แทบไม่รู้สึกว่าต่างกับตอนไม่ติดฟิล์มเลย โดยรวมแล้วประทับใจมากครับ แต่สิ่งที่ไม่ชอบก็คือ “มันปิดรูกล้องหน้า” ครับ เอาเข้าจริง ๆ คือตอนถ่ายแม้ว่าจะไม่รู้สึกก็ตาม แต่ผมไม่ค่อยชอบเท่าไหร่น่ะครับอารมณ์มันไม่ได้ ส่วนเรื่องเซ็นเซอร์วัดแสงทดสอบแล้วยังทำงานได้ปกติไม่มีปัญหาครับ

USG-Retina-Optimized (14)

ทดสอบขูดขีดด้วยกุญแจบ้าน ๆ ธรรมดาปรากฎว่าไม่มีรอยเหมือนกันครับ ถ้าเป็นฟิล์มธรรมดาก็คงโชว์เน่าไปนานแล้ว แต่ตอนทดสอบสัปดาห์ท้าย ๆ เอามุมฟุตเหล็กขูดก็เป็นรอยเหมือนกันแฮะ แสดงว่าดีระดับหนึ่งแต่ไม่ค่อยสมราคาคุยเท่าไหร่

เท่าที่ทดสอบแบบไม่โหดเวอร์เท่าไหร่ตามคลิปที่ผมถ่ายนั้น ปรากฎว่าไม่มีรอยครับ (ถึงแม้ว่าจะแพ้มุมฟุตเหล็กก็ตาม) แต่เมื่อชั่งน้ำหนักแล้วเทียบกับราคาก็ถือว่าผ่านเลยทีเดียว

สรุป : ราคาถูกขึ้นมาและซื้อง่ายขึ้นเยอะครับสำหรับตัวนี้ ความหนาแบบเก่า ๆ เริ่มไม่มีให้เห็นแล้ว แต่ก็แลกกับความทนทานรองลงมา หากใครจะซื้อใช้ก็คิดง่าย ๆ ครับว่าเราซื้ออารมณ์ตอนทัชสกรีนและความทนทานจากคุณสมบัติกระจก สรุปโดยรวมแล้วผมให้ผ่านเลยนะตัวนี้ถ้าหากคุณใช้เครื่องไม่โหดมากถึงขนาดเอาไปรบ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อะไรประมาณนี้ คิดว่าน่าจะเอาอยู่ครับ

ขอขอบคุณ : Mr.Caseman By Rajah Phoenix ที่เอิ้อเฟื้อฟิล์มคุณภาพมาให้ทีมงานได้ทดสอบ หากท่านสนใจสินค้าตัวที่ทีมงานรีวิวนี้สามารถดูสถานที่ซื้อได้ที่

Mr.Caseman Shop [ Be trend ]

  • เดอะมอล์ ท่าพระ
  • เดอะมอล์ บางกะปิ
  • เดอะมอล์ บางแค
  • เดอะมอล์ งามวงศ์วาน
  • สยามพารากอน
  • เอ็มโพเรียม

iStudio by Copperwired และ .iLife

ความคิดเห็น - Like เพจ iPhoneMod.net

Written by yugioh2500

หากตรงไหนแปลหรือเขียนผิดสามารถชี้แนะได้ครับ
ติดต่อ-สอบถาม-พูดคุย-แลกเปลี่ยนกันได้ที่
Twitter: @yugioh2500

5 Comments

  1. 1.บางกว่า USG Tempered Glass Film เยอะหรือเปล่า
    2.เวลาติดผมยังงงๆอยู่ว่า เอาหมายเลขไหนหงายขึ้นบนครับ

    • หนากว่าฟิล์มธรรมดาเล็กน้อยครับ^^

  2. สัมผัสเหมือนกับ tempered glass เลยหรือเปล่าครับ

  3. คิดไม่ออกว่าระหว่าง USG Retina Optimized กับ Spigen SGP GLAS.t Slim จะเอาตัวไหนดี