, , ,

6 สิ่งที่ต้องเตรียมบน iPhone เวลาไปเที่ยวต่างประเทศ


Prepare Iphone Before International Travel

สำหรับมือใหม่ที่มีแผนเตรียมไปเที่ยวทริปต่างประเทศ ต้องชม 6 สิ่งที่ต้องเตรียมบน iPhone เวลาไปเที่ยวต่างประเทศ แน่นอนว่า iPhone จะต้องเป็นตัวช่วยหลักเวลาที่คุณไปอยู่ต่างแดน ทั้งการใช้งานอินเตอร์เน็ต เล่นโซเชียล ค้นหาข้อมูลต่างๆ แต่ก่อนจะไปนั้นเราต้องเตรียมอะไรบ้าง มาชมกัน

6 สิ่งที่ต้องเตรียมบน iPhone เวลาไปเที่ยวต่างประเทศ

1. ซื้อซิมต่างประเทศ

การซื้อซิมการ์ดเพื่อใช้อินเตอร์ในต่างประเทศเป็นที่นิยมมากที่สุด เนื่องจากความสะดวกและง่ายในการใช้งาน ซึ่งผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์ในประเทศไทยก็มีซิมสำหรับใช้งานในต่างประเทศจำหน่ายพร้อมกับแพ็กเกจอินเตอร์เน็ตที่ค่อนข้างจะครอบคลุมในการท่องเที่ยว เช่น ใช้งานอินเตอร์เน็ตได้ทั้งหมด 10GB เป็นระยะเวลา 8 วัน ก็น่าจะเพียงพอในการเที่ยวอยู่แล้ว

Prepare Iphone Before International Travel 1

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนซื้อซิมก็คือ ซิมที่ซื้อต้องใช้งานในประเทศที่เราจะไปได้ แพ็กเกจครอบคลุมกับความต้องการในการใช้งานของเราหรือไม่ และซิมต้องใส่กับโทรศัพท์ของเราได้ แนะนำว่าให้สอบถามพนักงานให้เรียบร้อยก่อนนะคะ

2. ปิด Data Roaming

การใช้บริการ Data Roaming เป็นการเชื่อมต่อเครือข่ายมือถือของผู้ให้บริการอื่นๆ ที่ไม่ใช่เครือข่ายโทรศัพท์ของเรา เวลาที่เครือข่ายของเราไม่สัญญาณ โทรศัพท์ก็จะจับกับเครือข่ายอื่นที่มีการตกลงกับเครือข่ายผู้ให้บริการของเราไว้แล้ว ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงมาก แพงมากๆๆๆ คิดการใช้งานเป็นนาที ซึ่งนาทีละหลักร้อยกันเลยทีเดียว ดังนั้นอย่าเผลอเปิด Data Roaming กันนะคะ วิธีปิดก็ง่ายๆ เลย

Prepare Iphone Before International Travel 5

ไปที่ การตั้งค่า (Setting) > เซลลูลาร์ (Cellular) > ปิด ดาตาโรมมิ่ง (Data Roaming)

3. เช่า Pocket Wi-Fi

หากคุณไม่ต้องการซื้อซิมต่างประเทศ Pocket Wi-Fi ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการใช้งานอินเตอร์ในต่างประเทสได้ ปัจจุบันการให้บริการเช่า Pocket Wi-Fi ในประเทศไทยมีเยอะมากมาย แถมราคายังไม่แพงอีกด้วย การบริการรับของและส่งคืนก็สามารถทำได้ง่าย ซึ่งบางเจ้าอาจจะเปิดร้านภายในสนามบินเลย สะดวกต่อนักเดินทางเป็นอย่างมาก ยิ่งเดินทางไปกันหลายคน การใช้ Pocket Wi-Fi ยิ่งคุ้มค่ามากๆ เนื่องจากเราสามารถแชร์กันใช้งานได้

Prepare Iphone Before International Travel 3

ข้อดีของ Pocket Wi-Fi คือ สะดวกต่อการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่หลากหลาย เช่น โทรศัพท์ โน๊ตบุ๊ค iPad เป็นต้น ผู้ใช้ไม่ต้องเปิด Wi-Fi Hotspot จากโทรศัพท์เพื่อแชร์ และข้อดีอีกอย่างหนึ่งก็คือผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องซื้อซิมต่างประเทศแล้วนำไปเปลี่ยนในโทรศัพท์ ซึ่งมีความเสี่ยงที่ซิมหลักอาจจะหายได้

4. iMessage และ Facetime ใช้ฟรี เมื่อมี Wi-Fi

หากเราเชื่อมต่อกับ Wi-Fi ไม่ว่าจะเป็น Pocket-Wi ที่เช่ามาหรือ Wi-Fi ฟรีตามร้านคาเฟ่ การติดต่อสื่อสารกับเพื่อนหรือคนในครอบครัวที่อยู่ต่างประเทศก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะการส่งข้อความผ่าน iMessage ก็สามารถทำได้ฟรี หากส่งไปยัง iPhone เหมือนกัน และ Facetime ก็สามารถคุยกันแบบวิดีโอคอลได้ฟรีเช่นกัน เพียงแค่มี Wi-Fi ให้เชื่อมต่อ การคุยกันข้ามประเทศก็ไม่ต้องมีค่าใช้จ่าย

Prepare Iphone Before International Travel 2

เราสามารถตั้งค่าให้ Facetime ใช้งานได้เมื่อต่อ Wi-Fi เท่านั้น โดยไปที่การตั้งค่า (Settings) > เซลลูลาร์ (Cellular) > ปิด Facetime

5. ดาวน์โหลดแอปที่จำเป็น

แน่นอนว่าการไปต่างประเทศที่ไม่ใช่ถิ่นฐานบ้านเรา ก็ย่อมมีสิ่งแปลกใหม่หรือสิ่งที่เราไม่คุ้นชิน อย่างเช่น เรื่องของภาษา สถานที่ สกุลเงิน ดังนั้นนอกจากเราจะวางแผนเรื่องเสื้อผ้า ที่พัก สถานที่ท่องเที่ยวแล้ว เรายังต้องโหลดแอปที่จำเป็นไปด้วย เช่น แอปแปลภาษา แอปแผนที่ แอปแปลงสกุลเงิน แอปแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว แอปจัดการไฟลท์บิน แอปพยากรณ์อากาศ เป็นต้น เพื่อให้การเดินทางท่องเที่ยวของคุณนั้นราบรื่น

Prepare Iphone Before International Travel 6

6. ดาวน์โหลดแผนที่ เอาไว้ดูแบบออฟไลน์

หลังจากที่เราวางแผนว่าจะไปตามสถานที่ต่างๆ แนะนำว่าให้ดาวน์โหลดแผนที่เก็บไว้ตามจุดที่ต้องการไปจากแอป Google Maps เช่น สถานีรถไฟ ที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว เป็นต้น เพื่อเอาไว้ดูแบบออฟไลน์ เผื่อว่าเวลาที่ถึงปลายทางเกิดเหตุฉุกเฉิน อินเตอร์เน็ตหรือเซลลูลาร์จากโทรศัพท์อาจจะขัดข้อง และหา Wi-Fi เชื่อมต่อไม่ได้ เราก็สามารถเปิดดูแผนที่แบบออฟไลน์ได้

Prepare Iphone Before International Travel 4

ทั้งหมดนี้ก็เป็นการแนะนำการเตรียมความพร้อมให้กับ iPhone สำหรับมือใหม่ที่กำลังจะไปเที่ยวต่างประเทศ เพื่อให้ทริปของคุณสนุกสนานและราบรื่นไปด้วยดี ไม่มีแป๊ก หากใครมีข้อแนะนำดีๆ เพิ่มเติม ก็สามารถคอมเมนท์ด้านล่าง เพื่อแชร์ให้คนอื่นได้ทราบกันจ้า

ขอบคุณ idropnews

ความคิดเห็น - Like เพจ iPhoneMod.net

Written by Zakura Kim

Bachelor degree of science, Software engineering major, Payap University