, ,

พรีวิว EnGenius รุ่น EWS357AP Access Point Wi-Fi 6 (802.11AX) รับส่งข้อมูลได้เร็วปี๊ด


Engenius Ews357ap Preview Cover

บทความนี้จะเป็นพรีวิวสั้น ๆ ของ Access Point (ตัวกระจายสัญญาณ Wi-Fi) ที่รองรับการส่งสัญญาณมาตรฐานใหม่ของ IEEE 802.11AX (Wi-Fi 6) ที่เป็นการต่อยอดจาก IEEE 802.11AC (Wi-Fi 5) ที่ใช้งานกันค่อนข้างแพร่หลายในปัจจุบัน ในบทความนี้จะพยายามพูดถึงจุดสำคัญ ๆ ที่ผู้ใช้ทั่วไปควรรู้เกี่ยวกับมาตรฐาน Wi-Fi 6 นี้ และทดสอบประสิทธิภาพที่ได้จาก Access Point EnGenius EWS357AP ตัวนี้กับอุปกรณ์อย่าง iPhone และ Mac กันครับ

พรีวิว EnGenius รุ่น EWS357AP Access Point Wi-Fi 6 (802.11AX) รับส่งข้อมูลได้เร็วปี๊ด

บทความนี้เป็นความเห็นและการทดสอบส่วนตัวไม่ได้รับการสนับสนุนจากทาง EnGenius แต่อย่างใด

เริ่มเลยแล้วกัน?

1. ทำไมถึงหา Access Point นี้มาใช้งาน?

เพราะว่าอ่านรีวิวของเพื่อนจากกลุ่ม Telecomlover ได้นำ Access Point ตัวนี้มาลองก็เลยอยากเล่นบ้าง เพราะเท่าที่รู้มาคือ Wi-Fi 6 นั้นเป็นมาตรฐานใหม่ (IEEE 802.11AX) ซึ่งแน่นอนว่าในอนาคตอันใกล้นี้ก็จะถูกใช้งานกันอย่างมากขึ้น จุดหลักที่สำคัญคือช่องสัญญาณที่กว้างขึ้นทำให้รับส่งข้อมูลได้เร็วขึ้นกว่าเดิม (ปัจจุบันใช้ Access Point IEEE 802.11AC หรือว่า Wi-Fi 5 อยู่)

2. แล้ว 802.11AX หรือ Wi-Fi 6 คืออะไร และดียังไง?

Wifi 6

ก่อนพูดถึง Wi-Fi 6 ไปดูมาตรฐานชื่อเรียก Wi-Fi แต่ละรุ่นกันก่อนครับ ซึ่งตามมาตรฐาน WiFi Alliance ได้ปรับการชื่อเรียกใหม่ดังต่อไปนี้

  • 802.11b ใช้ชื่อว่า Wi-Fi 1
  • 802.11a ใช้ชื่อว่า Wi-Fi 2
  • 802.11g ใช้ชื่อว่า Wi-Fi 3
  • 802.11n ใช้ชื่อว่า Wi-Fi 4 (ได้รับความนิยม)
  • 802.11ac ใช้ชื่อว่า Wi-Fi 5 (ได้รับความนิยม)
  • 802.11ax ใช้ชื่อว่า Wi-Fi 6

ต่อไปขออนุญาตยกคำอธิบายเรื่อง Wi-Fi 6 จาก Techtalkthai มาให้อ่านแล้วกันนะครับ อธิบายไว้ชัดเจนดี

802.11ax เป็นมาตรฐานที่พัฒนาต่อยอดจาก 802.11ac ที่รองรับการรับส่งข้อมูลแบบ MIMO สูงสุดที่ 4 Spatial Streams โดยเพิ่มประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูลต่อ Stream ให้มากกว่าเดิมอีกหลายเท่า ซึ่งมาตรฐาน 802.11ax ยังคงใช้ช่วงคลื่นความถี่ 5 GHz เช่นเดียวกับ 802.11ac เนื่องจากมีช่องสัญญาณที่กว้าง (80 และ 160 MHz) และเลือกใช้ได้เป็นจำนวนมาก

สรุปสั้น ๆ สำหรับ Wi-Fi 6 คือ

เร็วขึ้น สัญญาณกว้างขึ้นและใช้ได้ทั้งคลื่น 2.4GHz และ 5GHz

ความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงสุดที่เคยทดสอบได้นั้นหลัก 10.xGbps กันเลยทีเดียว ซึ่งเร็วกว่า Wi-Fi 5 ถึง 8 เท่าเลยทีเดียว

หลังจากรู้จักกับ Wi-Fi 6 กันเป็นที่เรียบร้อย ต่อไปมาชม Access Point ที่มาพร้อมเทคโนโลยีนี้กันครับ

3. แกะกล่อง Access PointEn Genius EWS357AP สเปคใหม่ Wi-Fi 6 802.11AX

Access Point ตัวนี้เหมาะสำหรับการใช้งานในระดับองค์กรแต่ถ้านำมาใช้ที่บ้านซึ่งมีอุปกรณ์เยอะ ๆ นั้นก็คือว่าเหมาะสม อุปกรณ์มีให้เลือกอยู่หลายซีรีย์เช่นกัน แต่เราจะพูดถึงเฉพาะรุ่น EWS357AP ที่ได้มาใช้งานเท่านั้น

ข้อที่ควรทราบ แม้ว่า Access Point ตัวนี้จะมาพร้อม Wi-Fi 6 แต่ว่ายังรองรับมาตรฐานเก่าอย่าง Wi-Fi 3, Wi-4, Wi-Fi 5 ด้วย

สเปคคร่าว ๆ ของรุ่นนี้

Engenius Ews357ap Specification

Engenius Ews357ap Specification 02

สำหรับสเปคทั้งหมดอ่านได้ที่นี่

Engenius Ews357ap Preview 1244152 Engenius Ews357ap Preview 1244154 Engenius Ews357ap Preview 1244156

อุปกรณ์ที่มีในกล่อง

  • Access Point EnGenius EWS357AP จำนวน 1 เครื่อง
  • คู่มือแนะนำการติดตั้งภาษาอังกฤษ
  • แท่นสำหรับการติดตั้งกับผนังและฝ้าเพดาน อย่างละ 1 ชิ้น
  • สกรูสำหรับยึดแท่น

สิ่งที่ต้องหาเพิ่มเติมคือ

  • สาย RJ45
  • Switch PoE ที่จ่ายไฟให้กับ Access Point นี้ (EWS357AP ใช้ PoE มาตรฐาน 802.3af ได้)
  • ถ้าไม่มี Swicth จ่ายไฟแบบ PoE สามารถใช้อะแดปเตอร์ AC ขนาด 12V/1.25A ได้ ส่วนในการทดสอบนี้ผมใช้อะแดปเตอร์ 12V/1A จากเร้าเตอร์ตัวอื่นมาแทนก็สามารถใช้งานได้เช่นกัน

4. การตั้งค่าใช้งาน

เนื่องจากในระบบเครือข่ายของที่ทำงานนั้นจะมีเร้าเตอร์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเป็นตัวกระจาย IP Address ให้กับอุปกรณ์ลูกข่ายอยู่แล้ว ดังนั้น EnGenius ตัวนี้จึงใช้เป็นเพียง Access Point เพื่อปล่อยสัญญาณ Wi-Fi ออกมาให้กับอุปกรณ์เท่านั้น

การตั้งค่าพื้นฐานหลัก ๆ มีเพียง การตั้งค่าให้เป็น Access Point สำหรับอุปกรณ์อื่น ๆ อย่าง iPhone, iPad, Mac และสมาร์ตโฟนอื่น ๆ พร้อมกับการตั้งค่าชื่อ Access Point สามารถทำได้ที่เมนู Wireless ซึ่งเลือกได้ว่าจะเปิดใช้ความถี่ใดมีให้เลือกทั้ง 2.4GHz และ 5GHz ในการทดสอบนี้ผมเลือกเปิดเฉพาะคลื่น 5GHz มาใช้เท่านั้น

สำหรับข้อมูลเชิงลึกอื่น ๆ กรุณาศึกษาเพิ่มเติมจากเว็บ EnGenius เพิ่มเติมนะครับ

Engenius Ews357ap Bridge Mode Config

ตั้งค่าตามนี้ EnGinus EWS357AP ก็พร้อมเป็น Access Point สำหรับการปล่อยสัญญาณ Wi-Fi ให้กับอุปกรณ์อื่น ๆ แล้ว

5. ผลการทดสอบ

สเปคพื้นฐานของระบบอินเทอร์เน็ต

  • อินเทอร์เน็ต Fiber ความเร็ว 500/500Mbps
  • EnGenius EWS357AP 802.11AX

อุปกรณ์ที่ใช้การทดสอบรอบนี้มี iPhone XS Max (2018) iOS 12.3 beta 3, iPad Pro 12.9W (3rd Gen 2018), MacBook Pro (15″ 2018) ผลที่ได้นั้นความเร็วสูงสุดวัดค่าด้วยแอป Speedtest.net by Ookla และ nPerf พบว่าความเร็วในการอัปโหลดและดาวน์โหลดมากกว่า  500Mbps (50MB/s) ซึ่งเต็มสปีดที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตปล่อยออกมาเลยทีเดียว หากเปรียบเทียบกับ Access Point Wi-Fi 5 (802.11AC) ซึ่งใช้ Apple AirPort Time Capsule  นั้น ความเร็วเฉลี่ยจะอยู่ประมาณ 3-400Mbps ซึ่งจะทะลุไปถึง 500Mbps นั้นยากมาก

Engenius Ews357ap Speedtest Iphone Xs Max
ทดสอบบน iPhone XS Max
Engenius Ews357ap Speedtest Macbook Pro 2018
ทดสอบบน MacBook Pro 2018
Engenius Ews357ap Speedtest Ipad Pro 2018 1
ทดสอบบน iPad Pro 2018
Engenius Ews357ap Speedtest Ipad Pro 2018
ทดสอบบน iPad Pro 2018

สรุป

Engenius Ews357ap On Edit

ประสิทธิภาพการรับส่งข้อมูลของ EnGenius EWS357AP นั้นเพิ่มขึ้นได้อย่างชัดเจน ยิ่งหากอุปกรณ์ที่มีเสารับสัญญาณ Wi-Fi 6 มาด้วย (เช่น Samsung Galaxy S10, S10+) แล้วก็ยิ่งจะทำให้ความเร็วเพิ่มด้วยเช่นกัน

อุปกรณ์นี้เหมาะสำหรับการใช้งานในองค์กรหรือสำนักงานที่มีอุปกรณ์เชื่อมต่อเป็นจำนวนมากและต้องการการรับส่งข้อมูลจำนวนมากผ่านระบบเครือข่าย (LAN) จะทำให้ข้อมูลนั้นถูกส่งไปอย่างได้ไม่สะดุด อีกทั้งหากมีการใช้อินเทอร์เน็ต Fiber ที่ความเร็วสูงระดับ 1Gbps ก็ยิ่งมีความจำเป็นที่จะต้องหา Access Point มาปล่อยสัญญาณ Wi-Fi ให้กับอุปกรณ์ต่อพ่วงซึ่งจะได้ประสิทธิภาพที่เต็มที่

จุดที่ต้องพิจารณาก็คือสภาพแวดล้อม (Environment) ของระบบเครือข่ายที่ใช้งานอยู่ เพราะว่าผู้ใช้ตามบ้านซึ่งเป็นส่วนน้อยที่จะมี Switch ที่รองรับ PoE ดังนั้นผู้ที่จะซื้อ Access Point รุ่นนี้ไปใช้งานจำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านระบบเครือข่ายด้วยพอสมควร

ฝากข้อมูลเบื้องต้นไว้เพียงเท่านี้ หากมีคำถามสามารถทิ้งคอมเมนต์ไว้ที่ด้านใต้ของบทความได้เลยครับ

บทความโดย แอดมินต้อม iMoD

ความคิดเห็น - Like เพจ iPhoneMod.net

ศิษย์เก่าวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ม. ขอนแก่น ผู้ก่อตั้ง iPhoneMod.net ตั้งแต่ปี 2009
อดีต Dell Technical Support รู้จัก ​Apple เพราะ Macbook Pro และใช้ iPhone ตั้งแต่รุ่น 3G จนถึงปัจจุบัน