in

Apple เปิดตัวการค้นหาอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ไม่ใช่ของ Apple ในแอป Find My

Apple เปิดตัวโปรแกรมเสริมเครือข่าย “ค้นหาของฉัน (Find My)” ช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดตามทรัพย์สินหรือสิ่งของที่ไม่ใช่อุปกรณ์ของ Apple ภายในแอป Find My ได้

Apple เปิดตัวการค้นหาอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ไม่ใช่ของ Apple ในแอป Find My

แอป Find My อัปเดตเพิ่มแถบใหม่ชื่อว่า “สิ่งของ” ให้ผู้ใช้เพิ่มข้อมูลส่ิงของหรือทรัพย์สินของตนเอง เพื่อใช้ในการค้นหาและติดตามสิ่งของได้อย่างเป็นส่วนตัวและปลอดภัยผ่านแอป Find My เช่นเดียวกับการค้นหาอุปกรณ์ของ Apple ที่เราเคยทำกันมาแล้ว รองรับ iOS 14.3 ขึ้นไป , iPad ที่ใช้ iPadOS 14.3 ขึ้นไป หรือ Mac ที่ใช้ macOS Big Sur 11.1 ขึ้นไป

โดยผลิตภัณฑ์ที่ทำงานร่วมกับแอป Find My ได้ในตอนนี้คือ Belkin, Chipolo และ VanMoof ซึ่งจะวางจำหน่ายต้นสัปดาห์หน้า

Bob Borchers รองประธานฝ่าย Worldwide Product Marketing ของ Apple กล่าวว่า “เป็นเวลากว่าทศวรรษมาแล้ว ที่ลูกค้าของเราไว้วางใจแอปค้นหาของฉันในการค้นหาอุปกรณ์ Apple ที่สูญหายหรือถูกขโมย โดยในขณะเดียวกันก็ยังคงปกป้องความเป็นส่วนตัวของลูกค้าเอาไว้”

“และตอนนี้เรากำลังจะนำความสามารถในการค้นหาที่ทรงพลังของแอปค้นหาของฉัน ซึ่งเป็นหนึ่งในบริการยอดนิยมที่สุดของเรา ให้ผู้คนสามารถเข้าถึงได้มากขึ้นด้วยโปรแกรมเสริมเครือข่ายค้นหาของฉัน” เราตื่นเต้นมากที่จะได้เห็นว่า Belkin, Chipolo และ VanMoof จะใช้เทคโนโลยีนี้อย่างไร และแทบรอไม่ไหวที่จะได้เห็นสิ่งที่พันธมิตรคนอื่นๆ จะสร้างสรรค์ขึ้นมา”

โปรแกรมเสริมเครือข่าย “ค้นหาของฉัน”

ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม Made for iPhone (MFi) โปรแกรมเสริมเครือข่าย “ค้นหาของฉัน” ออกแบบมาสำหรับผู้พัฒนาอุปกรณ์เสริมทุกรายที่กำลังมองหาวิธีการเชื่อมต่ออุปกรณ์ใหม่หรืออุปกรณ์ที่มีอยู่แล้วกับเครือข่าย “ค้นหาของฉัน” โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัทอื่นต้องทำตามการปกป้องความเป็นส่วนตัวของเครือข่าย “ค้นหาของฉัน” ที่ลูกค้าของ Apple วางใจมาโดยตลอดอย่างเคร่งครัด

ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุมัติสามารถเพิ่มเข้าไปได้ในแท็บรายการใหม่ และจะแสดงป้ายข้อความว่า “ใช้งานได้กับแอปค้นหาของฉันของ Apple” เพื่อเป็นการสื่อสารอย่างชัดเจนกับผู้ใช้ว่า ผลิตภัณฑ์ชิ้นนั้นสามารถใช้งานร่วมกับเครือข่าย “ค้นหาของฉัน” และแอป “ค้นหาของฉัน” ได้

Apple ยังประกาศข้อมูลจำเพาะฉบับร่างสำหรับผู้ผลิตชิปซึ่งจะออกวางจำหน่ายในฤดูใบไม้ผลิตนี้อีกด้วย โดยผู้ผลิตอุปกรณ์บริษัทอื่นจะสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอัลตร้าไวด์แบนด์ในอุปกรณ์ Apple ที่มีชิป U1 ในการสร้างประสบการณ์การรับรู้ที่แม่นยำและมีทิศทางที่แน่นอนเมื่ออยู่ในละแวกใกล้เคียง

ผลิตภัณฑ์กลุ่มแรกที่ใช้งานแอป “ค้นหาของฉัน” ได้

จักรยานไฟฟ้ารุ่น S3 และ X3 ล่าสุดจาก VanMoof, SOUNDFORM Freedom หูฟังแบบ True Wireless จาก Belkin และ ONE อุปกรณ์ค้นหาสิ่งของจาก Chipolo เป็นอุปกรณ์เสริมสุดล้ำของบริษัทอื่นกลุ่มแรกซึ่งทำงานร่วมกับแอป “ค้นหาของฉัน” ได้ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาว่าตนเองจอดจักรยานไว้ที่ใด ค้นหาหูฟังที่ลืมไว้ในยิม กระเป๋าเป้ และอื่นๆ อีกมากมาย โดยจะมีผู้ผลิตอุปกรณ์บริษัทอื่นนำเสนอผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์เสริมที่ใช้งานกับแอป “ค้นหาของฉัน” ได้เพิ่มเติมในเร็ว ๆ นี้

ผู้พัฒนาและผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมที่สนใจ สามารถเข้าไปที่ apple.com/th เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โปรแกรม MFi และดาวน์โหลดข้อมูลจำเพาะของโปรแกรมเสริมเครือข่าย “ค้นหาของฉัน” ฉบับล่าสุด

เครือข่ายค้นหาที่กว้างขวางและครอบคลุมทั่วโลกเพียงหนึ่งเดียว

แอป “ค้นหาของฉัน” บน iPhone, iPad, iPod touch และ Mac ทำให้ค้นหาอุปกรณ์ Apple ที่สูญหายไปได้อย่างง่ายดาย รวมทั้งการติดตามเพื่อนและครอบครัว ในขณะที่ปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ไปด้วยพร้อมกัน หากผู้ใช้ทำอุปกรณ์ Apple ของตนเองสูญหาย แอป “ค้นหาของฉัน” จะแสดงตำแหน่งอุปกรณ์เหล่านั้นบนแผนที่ ส่งเสียงเพื่อระบุตำแหน่ง เข้าสู่โหมดสูญหายเพื่อล็อคอุปกรณ์ในทันที และแสดงข้อความพร้อมด้วยหมายเลขติดต่อ ทั้งยังอนุญาตให้ผู้ใช้สามารถลบข้อมูลอุปกรณ์ได้จากระยะไกล ในกรณีที่อุปกรณ์นั้นอาจตกอยู่ในมือของผู้ที่ไม่ประสงค์ดี

เครือข่าย “ค้นหาของฉัน” เพิ่มขีดความสามารถในการค้นหาอุปกรณ์ที่สูญหาย ถึงแม้อุปกรณ์นั้นจะไม่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตหรือไม่ได้เชื่อมต่ออยู่ก็ตาม โดยเครือข่าย “ค้นหาของฉัน” เป็นเครือข่ายซึ่งเป็นแหล่งรวมของอุปกรณ์ Apple นับล้าน ๆ เครื่องที่ใช้เทคโนโลยีไร้สายบลูทูธ เพื่อตรวจจับอุปกรณ์หรือสิ่งของที่สูญหายซึ่งอยู่ใกล้เคียง และรายงานตำแหน่งที่ตั้งโดยประมาณกลับไปยังเจ้าของ กระบวนการทั้งหมดจะมีการเข้ารหัสตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางและไม่เปิดเผยตัวตน ดังนั้น จึงไม่มีผู้ใด แม้แต่ Apple หรือผู้ผลิตบริษัทอื่น สามารถเห็นตำแหน่งหรือข้อมูลของอุปกรณ์ได้

ข้อมูลจาก Apple Newsroom

เขียนโดย Zakura Kim

Bachelor degree of science, Software engineering major, Payap University