in

Apple เปิดตัว AirTag อุปกรณ์ติดตามสิ่งของ ราคา 990 บาท แบตเตอรี่ใช้งานได้นานกว่า 1 ปี

AirTag เป็นอุปกรณ์ติดตามที่สามารถนำไปห้อย คล้อง ติดกับสิ่งของ หรือใส่ไว้ในกระเป๋าเพื่อให้ติดตามหาตำแหน่งสิ่งของต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ราคาชิ้นละ 990 บาทไทย

Apple เปิดตัว AirTag อุปกรณ์ติดตามสิ่งของ

ดีไชน์ของ AirTag

AirTag มีลักษณะเป็นทรงกลม ใช้วัสดุสแตเลสขัดเงา ครอบด้วยฝาครอบที่มีลักษณะเป็นพลาสสติกสีขาวที่สามารถถอดออกได้เมื่อผู้ใช้อยากทำการเปลี่ยนแบตเตอรี่ โดยแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนานกว่า 1 ปี ด้วยที่ครอบแบบถอดได้ ทำผู้ใช้สามารถถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้เอง

AirTag มาพร้อมลำโพงในตัว (ใช้ส่งเสียงในตอนที่เรากดค้นหา) มีมาตรฐานการทนน้ำ ทนฝุ่น ระดับ IP67

นอกจากนี้ยังสามารถสลักข้อความหรือสัญลักษณ์อิโมจิไว้บน AirTag โดยมีให้เลือกกว่า 31 แบบ และสลักได้ฟรีเมื่อซื้อจาก apple.com/th หรือแอป Apple Store

AirTag ยังสามารถใช้ร่วมกับอุปกรณ์เสริมสำหรับ AirTag จาก Apple เช่น ห่วงคล้องโพลียูรีเทน ราคาเริ่มที่ 1,190 บาทไทย หรือจะเป็นพวงกุญแจหนังที่มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1,390 บาทไทย

นอกจากนี้ Apple ยังได้เปิดตัว AirTag Hermès ที่มาพร้อมอุปกรณ์เสริมสุดหรู อย่างเครื่องประดับห้อยกระเป๋า พวงกุญแจ แท็กเดินทาง และแท็กกระเป๋าเดินทาง โดยอุปกรณ์เสริม Hermès ที่วางจำหน่ายนั้นจะมาพร้อมกับ AirTag ที่มีการสลักตราสัญลักษณ์พิเศษ

การเชื่อมต่อ และการใช้งาน

AirTag ต้องใช้กับ iPhone หรือ iPod touch ที่ใช้ iOS 14.5 หรือใหม่กว่า หรือ iPad ที่ใช้ iPadOS 14.5 หรือใหม่กว่า โดยต้องใช้ Apple ID และลงชื่อเข้าใช้บัญชี iCloud และเปิดคุณสมบัติ “ค้นหาของฉัน” ในการตั้งค่า iCloud

เชื่อมต่อทำได้ง่าย เพียงนำ AirTag มาอยู่ใกล้ ๆ iPhone อุปกรณ์ทั้งสองก็จะเชื่อมต่อกันทันที ด้วยเทคโนโลยีที่  Apple ได้ใส่มาดังนี้

  • ชิป U1 อัลตร้าไวด์แบนด์ ที่จะบอก “ตำแหน่งที่ตั้งจริง” ใน iPhone 11 และ iPhone 12 จะสามารถบอกระยะห่างและทิศทางไปยัง AirTag ที่กำลังหาอยู่ได้อย่างถูกต้องแม่นยำเมื่ออยู่ในระยะ

โดยการค้นหาจะใช้ข้อมูลที่ได้จากทั้งกล้อง ARKit, อุปกรณ์ตรวจจับการเคลื่อนไหว และไจโรสโคป แล้วพาผู้ใช้ไปยังตำแหน่งของ AirTag โดยใช้ทั้งเสียง การสั่น และภาพในการนำทาง

  • Bluetooth LE ที่เมื่อ AirTag แยกกับเจ้าของและอยู่นอกระยะของ Bluetooth เครือข่าย แอป Find My ก็ยังช่วยติดตามได้ โดยอาศัยอุปกรณ์ Apple นับพันล้านเครื่องในเครือข่ายแอป Find My เพื่อตรวจจับสัญญาณ Bluetooth จาก AirTag ที่หายออกไปจากระยะ จากนั้นจึงส่งต่อตำแหน่งที่ตั้งนั้นกลับมายังเจ้าของ ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นโดยไม่มีการระบุตัวตนและจะให้ความเป็นส่วนตัวอย่างแน่นอน
  • ใช้เทคโนโลยี NFC ในโหมดสูญหาย (Lost Mode) โดยบุคคลอื่นที่หา AirTag เจอก็สามารถใช้ iPhone หรืออุปกรณ์ที่รองรับ NFC แตะที่ AirTag อันนั้น เพื่อเข้าไปยังเว็บไซต์ที่แสดงหมายเลขโทรศัพท์สำหรับติดต่อเจ้าของ หากเจ้าของได้ระบุไว้
  • AirTag รองรับคุณสมบัติ “การช่วยการเข้าถึง” ที่มาพร้อมกับ iOS ตัวอย่างเช่น คุณสมบัติ “ตำแหน่งที่ตั้งจริง” ที่ผู้ใช้สามารถใช้ VoiceOver เพื่อนำทางผู้ใช้ที่ตาบอดหรือมีปัญหาในการมองเห็นไปยังตำแหน่งของ AirTag ด้วยเสียงพูดได้
  • รองรับการทำงานร่วมกับ Siri
  • มีการแจ้งเตือนให้ทราบสำหรับการติดตามที่เราไม่ต้องการ
  • ให้ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวสูง โดยมีการเข้ารหัสข้อมูลตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งโดยไม่มีการระบุตัวตน
  • ในแอป Find My สามารถตั้งชื่อ เลือกประเภทและสัญลักษณ์ของ AirTag แต่ละชิ้นในแอปได้ เช่น ไอคอนรูปกุญแจ หรือ เสื้อแจ็คเก็ต เพื่อให้ผู้ใช้สามารถแยกแยะชนิดของสิ่งของนั้น ๆ หากทำการเชื่อมต่อไว้หลายอัน
  • สามารถบอกตำแหน่งได้แม่นยำ บอกระยะทางและทิศทางให้ผู้ใช้ทราบในแอป Find My

ราคาและการจัดจำหน่าย

AirTag ราคาชิ้นละ 990 บาทไทย

ส่วนราคาซื้อเป็นแพ็คแบบ 4 ชิ้นจะอยู่ที่ 3,390 บาทไทย 

คาดว่าจะเปิดให้สั่งซื้อเร็ว ๆ นี้ ที่นี่

โดยสิ่งที่ให้มาในกล่อง มีเพียง AirTag เท่านั้น

ใครที่ชอบทำของหาย หรือหาของไม่เจอ ทางทีมงานแนะนำให้ซื้อ AirTag มาติดกับสิ่งของไว้ จะได้หาได้ง่ายกว่าเดิมนะคะ