ใน

พบช่องโหว่ BootROM ใหม่ในชิป A12 และ A13 ของ Apple

นักวิจัยด้านความปลอดภัย พบช่องโหว่ BootROM ใหม่ในชิป A12 และ A13 ของ Apple ซึ่งไม่สามารถแก้ไขผ่านการอัปเดตซอฟต์แวร์ได้ และอาจเปิดทางให้รันโค้ดที่ไม่ได้รับการรับรองบนอุปกรณ์ได้

พบช่องโหว่ BootROM ใหม่ในชิป A12 และ A13 ของ Apple

Paradigm Shift บริษัทวิจัยด้านความปลอดภัยไซเบอร์ เปิดเผยรายละเอียดของช่องโหว่ BootROM ใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อชิป Apple A12 และ A13 พร้อมเผยแพร่ตัวอย่างโค้ดโจมตี (Proof of Concept) ที่ใช้ชื่อว่า “usbliter8”

ช่องโหว่นี้ถือเป็นหนึ่งในช่องโหว่ระดับล่างสุดของระบบ เนื่องจากอยู่ใน BootROM หรือ SecureROM ซึ่งเป็นโค้ดชุดแรกที่ทำงานทันทีเมื่อ iPhone เปิดเครื่อง

BootROM คืออะไร และทำไมจึงสำคัญ

BootROM เป็นซอฟต์แวร์ที่ถูกบันทึกไว้ในชิปตั้งแต่กระบวนการผลิต เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของฮาร์ดแวร์โดยตรง Apple จึงไม่สามารถแก้ไขหรืออุดช่องโหว่ดังกล่าวผ่านการอัปเดต iOS ได้

นั่นหมายความว่าอุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบจะยังคงมีช่องโหว่นี้ตลอดอายุการใช้งานของตัวเครื่อง

ต่อยอดจากช่องโหว่ checkm8 ในอดีต

ก่อนหน้านี้ ช่องโหว่ BootROM ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ “checkm8” ซึ่งถูกเปิดเผยในปี 2019 โดย checkm8 ส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์ตั้งแต่ iPhone 4S ไปจนถึง iPhone X

ส่วน usbliter8 ขยายขอบเขตการโจมตีมายังอุปกรณ์ที่ใช้ชิป A12 และ A13 ได้แก่

  • iPhone XS
  • iPhone XS Max
  • iPhone XR
  • iPhone 11
  • iPhone 11 Pro
  • iPhone 11 Pro Max

ช่องโหว่เกิดจากคอนโทรลเลอร์ USB ในชิป

นักวิจัยพบว่าช่องโหว่เกิดขึ้นในคอนโทรลเลอร์ USB ที่ฝังอยู่ภายในชิปของ Apple โดยระหว่างขั้นตอนการบูตเครื่อง คอนโทรลเลอร์ USB จะใช้พื้นที่หน่วยความจำชั่วคราว (Buffer) สำหรับเก็บข้อมูลที่รับเข้ามา

Paradigm Shift พบว่าหากส่งแพ็กเก็ตข้อมูล USB ขนาดเล็กผิดปกติในลำดับที่กำหนด สามารถทำให้ตัวชี้ตำแหน่งหน่วยความจำภายในฮาร์ดแวร์เคลื่อนที่ย้อนกลับได้

ผลลัพธ์คือผู้โจมตีสามารถเขียนข้อมูลไปยังตำแหน่งหน่วยความจำที่ไม่ควรเข้าถึงได้

นักวิจัยเชื่อว่าปัญหานี้เป็นข้อบกพร่องของฮาร์ดแวร์ USB Controller โดยตรง ไม่ใช่ข้อผิดพลาดของซอฟต์แวร์จาก Apple

ทำไม A11 และ A14 จึงไม่ได้รับผลกระทบ

Paradigm Shift ระบุว่า ชิป A11 ที่ใช้ใน iPhone X ไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากไดรเวอร์ USB จะรีเซ็ตตัวชี้หน่วยความจำหลังรับข้อมูลแต่ละแพ็กเก็ต

ขณะที่ชิป A14 และรุ่นใหม่กว่าได้รับการป้องกันด้วยระบบปกป้องหน่วยความจำที่ถูกกำหนดค่าไว้อย่างถูกต้องตั้งแต่ระดับ BootROM

ทำให้ชิป A12 และ A13 กลายเป็นกลุ่มที่อยู่ระหว่างสองยุคของสถาปัตยกรรมความปลอดภัย และเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากช่องโหว่นี้

การโจมตี A13 ซับซ้อนกว่า A12

อุปกรณ์ที่ใช้ชิป A12 การเข้าควบคุมระบบผ่านช่องโหว่นี้ทำได้ค่อนข้างตรงไปตรงมา อย่างไรก็ตาม Apple ได้เพิ่มระบบความปลอดภัยที่เรียกว่า Pointer Authentication Codes (PAC) เข้ามาในชิป A13

โดย PAC ถูกออกแบบมาเพื่อตรวจจับ และป้องกันการแก้ไขข้อมูลในหน่วยความจำที่ไม่ถูกต้อง

นักวิจัยระบุว่าพวกเขาต้องใช้กระบวนการหลายขั้นตอนเพื่อหลบเลี่ยงระบบ PAC ก่อนจะสามารถเข้าควบคุมตัวประมวลผลของ A13 ได้สำเร็จ

ช่องโหว่นี้ทำอะไรได้บ้าง

หลังจากเข้าควบคุมระบบได้สำเร็จ usbliter8 จะติดตั้งตัวจัดการพิเศษที่ยังคงทำงานได้แม้หลังจากรีสตาร์ตเครื่อง

จากนั้นจะเพิ่มความสามารถสำคัญ 2 อย่าง ได้แก่

  • ลดระดับการป้องกันความปลอดภัยของอุปกรณ์ชั่วคราว
  • บูตซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้รับการลงลายเซ็นดิจิทัลจาก Apple ได้

นอกจากนี้เครื่องที่ถูกโจมตีสำเร็จจะมีคำว่า “PWND” ปรากฏในหมายเลขซีเรียล USB ของอุปกรณ์

ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่ถูกใช้มาตั้งแต่ยุคของ checkm8 และเครื่องมือเจลเบรกในอดีต

ไม่โจมตี Secure Enclave โดยตรง แต่เพิ่มความเสี่ยง

Paradigm Shift ระบุว่าช่องโหว่นี้ไม่ได้เจาะระบบ Secure Enclave โดยตรง อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงระดับ BootROM ได้สำเร็จอาจเปิดโอกาสให้เกิดการวิจัยหรือการโจมตีเพิ่มเติมต่อระบบ Secure Enclave ในอนาคตได้ง่ายขึ้น

Apple รับทราบข้อมูลก่อนเผยแพร่

นักวิจัยเปิดเผยว่าพวกเขาได้แจ้งรายละเอียดช่องโหว่ให้ทีม Apple Product Security ทราบก่อนเผยแพร่ข้อมูลสู่สาธารณะ พร้อมทั้งประสานงานกับ Apple ตามกระบวนการเปิดเผยช่องโหว่อย่างรับผิดชอบ (Coordinated Disclosure)

ปัจจุบัน Paradigm Shift ได้เผยแพร่รายละเอียดทางเทคนิค และโค้ดตัวอย่างของ usbliter8 ออกสู่สาธารณะแล้ว

อุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบ

  • iPhone XS
  • iPhone XS Max
  • iPhone XR
  • iPhone 11
  • iPhone 11 Pro
  • iPhone 11 Pro Max
  • อุปกรณ์อื่นที่ใช้ชิป Apple A12 และ A13

อุปกรณ์ที่ไม่ได้รับผลกระทบ

  • iPhone X (A11)
  • อุปกรณ์ที่ใช้ชิป A14 และรุ่นใหม่กว่า

ที่มา: MacRumors

ความคิดเห็น - Like เพจ iPhoneMod.net

เขียนโดย Thitirath Kinaret

เต้นท์ iMoD : ป.ตรี วิศวกรรมซอฟต์แวร์ ป.โท บริหารธุรกิจ ม.พายัพ ชอบความสวยงามแบบเรียบง่าย ตามแบบฉบับของ Apple @Contact : facebook.com/tentzy