ใน ,

AI Slop ระบาดหนัก ปลอมรูปสัตว์ลวงโลก จนแยกไม่ออก

AI Slop ระบาดหนัก กำลังทำลายความเชื่อมั่นบนโลกอินเทอร์เน็ต เมื่อภาพสัตว์น่ารักถูกนำมาใช้หลอกลวง และบิดเบือนความจริง จนส่งผลกระทบต่อทั้งเจ้าของสัตว์ และองค์กรอนุรักษ์

AI Slop ระบาดหนัก ปลอมรูปสัตว์ลวงโลก จนแยกไม่ออก

เจ้าของสัตว์เลี้ยง หน่วยงานกู้ภัย และกลุ่มอนุรักษ์สัตว์ป่า กำลังเรียกร้องให้มีมาตรการป้องกันใหม่ ๆ เนื่องจาก AI ทำให้การแยกแยะว่าสัตว์ต่าง ๆ ตั้งแต่หมีขั้วโลกไปจนถึงแมวบ้าน เป็นภาพจริงหรือภาพปลอมนั้นทำได้ยากยิ่งขึ้น

AI Slop กับการทำลายความสุขบนโลกอินเทอร์เน็ต

วิดีโอ และรูปภาพที่สร้างโดย AI กำลังทำลายหนึ่งในแหล่งกำเนิดความสุขแ ละความเมตตาที่ยิ่งใหญ่ และยั่งยืนที่สุดบนอินเทอร์เน็ต นั่นคือ “สัตว์โลก” ไม่ว่าจะเป็นภาพกะลาสีช่วยชีวิตหมีขั้วโลก ลูกวัวที่ถูกพรากจากแม่ หรือสัตว์เลี้ยงที่หายไปแล้วถูกพบอย่างปาฏิหาริย์

หลายคนเริ่มถึงจุดที่ไม่สามารถเชื่อสิ่งที่เห็นบนฟีดได้อีกต่อไป การแพร่ระบาดของ Deepfake และ “AI Slop” (เนื้อหาขยะจาก AI) ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นำไปสู่ความหงุดหงิดในหมู่ผู้ชม ผู้สร้าง และองค์กรสนับสนุนสัตว์ ซึ่งทำให้ทุกคนต้องคอยเพ่งหาจุดผิดพลาดในพิกเซลเพื่อหาเบาะแสว่านี่คือผลงานจาก AI

ประสบการณ์เลวร้ายจากการหลอกลวงด้วย AI

Mibbby Butler รู้สึกดีใจมากเมื่อได้รับข้อความในเดือน เม.ย. ว่า Brooklyn แมวที่หายไปของเธอถูกพบแล้ว โดยมีคนอ้างว่าได้พบแมวของเธอในย่านชานเมืองลอสแอนเจลิส

Butler รีบโพสต์ประกาศตามหาแมวในโซเชียลมีเดีย และในขณะที่เธอกำลังขับรถตามหาแมวกับรูมเมท ก็มีคนแปลกหน้าส่งรูปถ่ายของ Brooklyn มาให้ โดยในภาพแมวกำลังนั่งอยู่บนเคาน์เตอร์ครัว และถูกเด็กสาวกอดอยู่

Butler ในตอนแรกดีใจมาก แต่ฝ่ายที่ส่งรูปมากลับเรียกเงินค่าดูแลล่วงหน้า ทำให้เธอเริ่มเอะใจ และสังเกตภาพให้ละเอียดขึ้น เธอพบว่า Brooklyn ในภาพโพสท่าเดียวกับรูปในประกาศตามหาแมวทุกประการ และในพื้นหลังมีขวดน้ำเชื่อม Torani กับไมโครเวฟเหมือนกัน แต่ในรูปใหม่ ข้อความบนฉลากกลับเบลอ และอ่านไม่รู้เรื่อง ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนของภาพที่สร้างโดย AI สุดท้าย Butler จึงไม่ได้จ่ายเงิน และจนถึงปัจจุบัน Brooklyn ก็ยังคงหายสาบสูญ

ผลกระทบต่อผู้สร้างเนื้อหาตัวจริง

กระแสภาพปลอมนี้ยังส่งผลกระทบต่อผู้สร้างเนื้อหาจริง เช่น องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร “We Animals” ที่เผยแพร่ผลงานของช่างภาพข่าว 175 คน เพื่อบันทึกการทารุณกรรมสัตว์ในฟาร์ม สวนสัตว์ และห้องแล็บวิทยาศาสตร์ เนื่องจากเนื้อหาเหล่านี้มักมีความรุนแรง และน่าตกใจ จึงทำให้ผู้คนเกิดความสงสัยได้ง่าย

ตัวอย่างเช่น วิดีโอจากโดรนที่แสดงภาพกรงเลี้ยงลูกวัวจำนวนมากในฟาร์มโคนมในรัฐแอริโซนา ซึ่งดู “สมบูรณ์แบบเกินไป” จนบางคนเริ่มกล่าวหาว่าทางกลุ่มใช้ AI ในการสร้างภาพ ทั้งที่ในความเป็นจริง We Animals สั่งห้ามช่างภาพใช้ AI โดยเด็ดขาด จนทางกลุ่มต้องเตรียมแชร์คลิปเบื้องหลัง และใช้เทคโนโลยีฝังประวัติการแก้ไขไฟล์ (provenance) เพื่อยืนยันความถูกต้องของข้อมูล

ความเสี่ยงต่อการกู้ภัย และเงินบริจาค

ภาพที่กระตุ้นอารมณ์มักเป็นเครื่องมือสำคัญในการดึงดูดเงินบริจาคให้โครงการอนุรักษ์สัตว์ แต่สำหรับผู้สร้าง “AI Slop” ภาพสังเคราะห์เหล่านี้เป็นทางลัดในการเก็บยอดไลก์ และรายได้จากโฆษณา Oscar Horta นักกิจกรรมด้านสัตว์ป่ากังวลว่าวิดีโอ AI ที่ดูเกินจริง เช่น การช่วยชีวิตสัตว์ป่าท่ามกลางไฟไหม้หรือน้ำท่วม จะทำให้คนเริ่มสงสัยในวิธีการกู้ภัยที่ถูกต้อง และอาจส่งผลเสียต่อการระดมทุนช่วยเหลือสัตว์ในอนาคต

นอกจากนี้ เนื้อหาปลอมอาจกระตุ้นให้คนทำพฤติกรรมที่อันตรายต่อสัตว์ได้ Horta ยกตัวอย่าง Deepfake ภาพหมีขั้วโลกจมน้ำและมีคนพยายามช่วย ซึ่งเป็นฉากที่ “ไร้สาระ” และ “ไม่ได้สะท้อนถึงความหมายที่แท้จริงของการช่วยเหลือสัตว์”

ความพยายามในการแก้ไข และกฎหมายใหม่

นักวิจัยเริ่มเสนอวิธีชะลอการแพร่กระจายของข้อมูลเท็จจาก AI โดย Jeff Sebo จากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ได้ผลักดันให้ผู้พัฒนา AI ใส่ข้อกำหนดในไกด์ไลน์เพื่อป้องกันการสร้างเนื้อหาที่อาจเป็นอันตรายต่อสัตว์ โดยเน้นย้ำให้ AI ยึดตามหลักฐาน และเหตุผลเมื่อพูดถึงความทุกข์ทรมานของสิ่งมีชีวิต

ขณะนี้ กฎหมายใหม่ในแคลิฟอร์เนีย และสหภาพยุโรป (EU) กำหนดให้ผู้สร้าง AI Image Generator รายใหญ่ต้องฝัง “แท็กที่มองไม่เห็น” เพื่อระบุว่าเนื้อหานั้นสร้างโดย AI และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต้องใช้แท็กเหล่านี้ในการติดป้ายกำกับภาพ และวิดีโอให้สาธารณชนทราบ

การกู้คืนความเชื่อมั่นด้วยเครื่องมือตรวจสอบ

การสร้างความตระหนักรู้ และการเข้าถึงเครื่องมือตรวจสอบจะช่วยกู้คืนความเชื่อมั่นได้ ปัจจุบัน ChatGPT, Gemini และ Meta AI สามารถระบุได้ว่าภาพนั้นถูกสร้างโดย AI ของตนหรือไม่

แต่ปัญหาคือผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่มีเวลาอัปโหลดทุกรูปไปตรวจสอบ และเครื่องมือเหล่านี้ยังมีข้อจำกัดเรื่องจำนวนครั้งในการเช็ค การผสานเครื่องมือตรวจสอบเข้ากับแอปส่งข้อความ และเบราว์เซอร์โดยตรงจึงเป็นทางออกที่น่าจะเป็นไปได้มากกว่า

สุดท้ายนี้ Butler เล่าว่าเธอยังคงได้รับ Deepfake รูปแมวของเธอจากมิจฉาชีพเกือบทุกเดือน ซึ่งจากการทดสอบของ WIRED พบว่า ChatGPT สามารถสร้างรูปที่เกือบจะเหมือนกับที่มิจฉาชีพใช้ โดยใช้เพียงรูปจากประกาศตามหาแมวและคำสั่ง (prompt) เพียง 29 คำเท่านั้น

ปัจจุบัน Butler จึงใช้เวลาส่วนใหญ่ในกลุ่ม Facebook ของศิลปินที่ต่อต้าน AI ซึ่งเป็นเสมือน “ที่พักพิง” ให้เธอได้ชื่นชมศิลปะที่สร้างโดยมนุษย์จริงๆ ในระหว่างที่รอการกลับมาของ Brooklyn

ที่มา: WIRED

ความคิดเห็น - Like เพจ iPhoneMod.net

เขียนโดย Thitirath Kinaret

เต้นท์ iMoD : ป.ตรี วิศวกรรมซอฟต์แวร์ ป.โท บริหารธุรกิจ ม.พายัพ ชอบความสวยงามแบบเรียบง่าย ตามแบบฉบับของ Apple @Contact : facebook.com/tentzy