OpenAI ยุติการพัฒนา Atlas เบราว์เซอร์ AI โดยนำฟีเจอร์เด่นไปใส่ไว้ในแอป ChatGPT เดสก์ท็อป และส่วนขยาย Chrome เพื่อช่วยให้ AI เข้าถึงบริบทหน้าเว็บได้ทันที
OpenAI ยุติการพัฒนา Atlas เบราว์เซอร์ AI แต่เตรียมส่งฟีเจอร์ลง Chrome Extension แทน
OpenAI กำลังยุติการให้บริการ Atlas ซึ่งเป็นเบราว์เซอร์พลัง AI ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือน ต.ค. 2025 ที่ผ่านมาโดยมี ChatGPT เป็นหัวใจหลัก อย่างไรก็ตาม OpenAI ยังไม่ได้ละทิ้งแนวคิดที่จะให้ AI ช่วยเหลือผู้คนในการท่องเว็บ แต่เลือกที่จะนำฟีเจอร์การท่องเว็บแบบเอเจนต์ ที่เคยทดสอบใน Atlas มากระจายลงในแอป ChatGPT สำหรับเดสก์ท็อป และส่วนขยายบน Google Chrome แทน

การตัดสินใจปิดตัว Atlas เกิดขึ้นเพียงไม่กี่เดือนหลังจากที่ Fidji Simo ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายแอปพลิเคชันของ OpenAI บอกให้ทีมงานลดการทำ “ภารกิจรอง” ซึ่งนำไปสู่การที่บริษัทตัดสินใจยุติการพัฒนา Sora เครื่องมือสร้างวิดีโอด้วย AI ไปก่อนหน้านี้
ในช่วงปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรม AI ได้เข้าสู่สงครามเพื่อแย่งชิงตำแหน่งจาก Chrome ในฐานะสถานที่ที่ผู้คนใช้เวลาออนไลน์มากที่สุด โดย Perplexity ได้เปิดตัว Comet, The Browser Company เปิดตัว Dia ขณะที่ Google และ Microsoft ต่างก็อัปเดต Chrome และ Edge ด้วยฟีเจอร์ AI ใหม่ ๆ ตามลำดับ
หลังจากผ่านการทดลองมาไม่กี่เดือน ดูเหมือนว่า OpenAI จะสรุปได้ว่าเบราว์เซอร์เป็นเพียง “ฟีเจอร์” ไม่ใช่ “จุดหมายปลายทาง” ดังนั้น OpenAI จึงเลือกที่จะนำความสามารถแบบเอเจนต์ของ Atlas ไปใส่ไว้ในที่ที่ผู้คนทำงานอยู่แล้ว ซึ่งรวมถึง Chrome ด้วย
OpenAI กำลังเปิดตัวส่วนขยาย ChatGPT บน Chrome ที่ช่วยให้ AI สามารถเข้าถึงบริบทของหน้าเว็บที่ผู้ใช้กำลังดูอยู่ ทำให้ผู้ใช้สามารถถามคำถามเกี่ยวกับหน้าเว็บ สรุปเนื้อหา หรือเริ่มงานที่ซับซ้อนได้โดยตรงจากเบราว์เซอร์ ซึ่งถือเป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Gemini Side Panel ของ Google ที่ทำงานในลักษณะเดียวกัน

นอกจากนี้ OpenAI ยังได้อัปเกรดแอป ChatGPT บนเดสก์ท็อปให้มีเบราว์เซอร์ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ช่วยให้ผู้ใช้สามารถท่องเว็บไซต์ ล็อกอินเข้าใช้งาน ดาวน์โหลดไฟล์ และโต้ตอบกับหน้าเว็บได้โดยไม่ต้องออกจากแอป ChatGPT โดยจะมีเบราว์เซอร์บนคลาวด์แยกต่างหากที่ทำงานบนเซิร์ฟเวอร์ของ OpenAI เพื่อให้เอเจนต์ของแอปสามารถทำงานต่าง ๆ แทนผู้ใช้ได้
การอัปเดตเหล่านี้ร่วมกันเปลี่ยน ChatGPT ให้กลายเป็นพื้นที่ทำงานที่ต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งบน Chrome, แอปเดสก์ท็อป และเอเจนต์ AI
ที่มา: TechCrunch
