Oura Ring 5 แหวนอัจฉริยะรุ่นใหม่ที่มาพร้อมขนาดเล็กลงถึง 40% คงประสิทธิภาพการทำงานและอายแบตเตอรี่ไว้อย่างครบถ้วน ใช้งานนานสูงสุด 1 สัปดาห์
รีวิว Oura Ring 5 เล็กกว่าเดิม 40% แต่ประสิทธิภาพยังจัดเต็ม
Oura Ring 5 ก็คือ Oura Ring 4 ในเวอร์ชันที่เล็กลงถึง 40%
บางครั้งความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ก็อาจจะเล็กน้อยจนผู้คนไม่ได้ทันสังเกต Oura Ring 5 มีขนาดเล็กลงอย่างมากเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าแต่ไม่ได้ลดทอนประสิทธิภาพใด ๆ เลย ตัวแบตเตอรีได้รับการปรับปรุงให้ใช้งานได้นานถึง 1 สัปดาห์เต็มต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง แม้ว่าจะมีพื้นที่สำหรับเซลล์พลังงานจะน้อยลง แม้ว่าภายนอกจะเหมือนเดิม แต่ก็ไม่ควรมองข้ามจุดนี้ไป

ที่มา: Engadget
ฮาร์ดแวร์
แม้ว่าแกดเจ็ตทั่วไปจะมีแนวโน้มเล็กลงเรื่อย ๆ แต่อุปกรณ์กลุ่มแหวนอัจฉริยะนั้นมีขนาดเล็กอยู่แล้ว การที่ทำให้เล็กลงได้อีก นับว่าน่าประทับใจอย่างมาก โดยที่ไม่ได้กระทบกับประสิทธิภาพ บริษัทสมควรได้รับคำชมสำหรับความพยายามระดับนี้ แน่นอนว่ากลุ่มเป้าหมายหลักคือกลุ่มคนที่ชอบไอเดียของแหวนอัจฉริยะแต่รู้สึกว่ารุ่นเดิมนั้นใหญ่เกินไปสำหรับคนที่นิ้วเล็ก ๆ แม้ว่าโดยรวอาจจะยังไม่เหมือนแหวนธรรมดา แฟชันทั่วไป 100% แต่ก็ดูธรรมชาติมากขึ้น ระดับที่คนทั่วไปน่าจะไม่สังเกต
ในแง่ของฟีเจอร์ ไม่ค่อยมีอะไรใหม่ให้พูดถึงมากนัก ไม่ใช่เพราะ Oura ขี้เกียจ แต่เป็นเพราะยังไม่มีเซ็นเซอร์ใหม่ ๆ ในวงการแพทย์หรือฟิสิกส์ที่จะให้ข้อมูลเชิงลึกได้มากกว่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน การพัฒนาจึงเป็นในเรื่องของขนาดแทน และการเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่ที่เกิดจากการตัดสินใจนั้นก็แทบจะไม่เป็นที่สังเกตเห็นเลย เว้นแต่ว่าจะเป็นนักรีวิวอุปกรณ์สวมใส่เป็นล่ำเป็นสัน คุณ Danial Cooper คนรีวิวของ Engadget จึงตัดสินใจที่จะไม่เอามาเล่าให้เบื่อตรงนี้
แหวนรุ่น 5 ยังคงมาพร้อมกับแท่นชาร์จไร้สายที่ต้องใช้ชาร์จประมาณสัปดาห์ละครั้ง และคุณสามารถซื้อเคสสำหรับพกพาที่ชาร์จสำรองได้อีก 5 รอบในราคา 99 ดอลลาร์ (ประมาณ 3,300 บาท) แต่แท่นชาร์จปกติเอง ก็เล็กพอที่จะพกพาไปท่องเที่ยว หรือต่างประเทศได้สะดวก
การใช้งานจริง
เช่นเดียวกับรุ่นก่อนหน้า Oura Ring 5 จะคอยติดตามกิจกรรม อัตราการเต้นของหัวใจ และอุณหภูมิร่างกาย เพื่อนำมาประมวลผลเป็นข้อมูลสุขภาพผ่านแอปพลิเคชัน โดยแอปจะสรุปคะแนนออกมาเป็นตัวเลข (เต็ม 100) เพื่อให้ผู้ใช้ทราบว่าสภาพร่างกายในแต่ละส่วนเป็นอย่างไร เช่น การพักผ่อน การเคลื่อนไหว และความผ่อนคลาย รวมถึงเน้นย้ำประเด็นสำคัญที่ควรให้ความสนใจ เช่น หากระบบพบว่าผู้ใช้เหนื่อยหรือเครียดเกินไป
ซึ่งคะแนนเหล่านี้อาจให้ผลลัพธ์ที่แปลกไปจากความรู้สึกจริงบ้าง เช่น ในคืนที่อากาศร้อนจัดจนนอนไม่หลับ แอปอาจให้คะแนนการนอน (Sleep Score) สูงถึง 84 แต่ในขณะเดียวกันคะแนนความพร้อม (Readiness Score) อาจเหลือเพียง 56 เนื่องจากอัตราการเต้นของหัวใจขณะพักสูงขึ้น ทั้งนี้เพราะ Sleep Score จะเน้นไปที่โครงสร้างการนอน เช่น การเข้านอนและตื่นนอนตรงเวลา มากกว่าคุณภาพการนอนตามปกติ
ทว่าก็น่าเสียดายที่ฟีเจอร์ใหม่ ๆ อย่าง Health Radar Health Radar (การเฝ้าติดตามแนวโน้มสุขภาพระยะยาว รวมถึงความดันโลหิตและการหายใจขณะนอนหลับ) ยังไม่เปิดให้ใช้งานในบางภูมิภาค เช่น สหราชอาณาจักร โดยแหวนจะใช้อัลกอริทึมในการประเมินความดันโลหิตจากสัญญาณเซ็นเซอร์ออปติคัลขณะนอนหลับ รวมถึงฟีเจอร์ Health Records และ GLP-1 insights ที่จำกัดการใช้งานเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและบางพื้นที่เท่านั้น
ฟีเจอร์ที่มีอยู่เดิมก็เพียงพอที่จะช่วยดูแลสุขภาพได้ดี เช่น แอปจะแนะนำให้พักผ่อนหรือลดความเครียด และมีการแจ้งเตือนเมื่อคุณนั่งอยู่นิ่ง ๆ นานเกินไป ตราบใดที่คุณไม่ได้พึ่งพาข้อมูลจากเครื่องเพียงอย่างเดียว อุปกรณ์สวมใส่นี้ก็จะเป็นประโยชน์ในการช่วยเฝ้าสังเกตร่างกายของคุณได้เป็นอย่างดี
สำหรับฟีเจอร์ด้านสุขภาพของผู้มีประจำเดือนเดือน Oura มีความร่วมมือกับแอป Natural Cycles ในการติดตามอุณหภูมิร่างกายเพื่อการคุมกำเนิดแบบไม่ใช้ฮอร์โมน และล่าสุดยังมีการดึงข้อมูลการนอนจาก Oura ไปวิเคราะห์เพื่อให้เห็นภาพรวมสุขภาพที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ในส่วนของแบตเตอรี่ที่เคลมไว้ 7 วัน จากการทดสอบจริงพบว่ามีความอึดกว่าที่เคลมไว้เล็กน้อย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าประทับใจมากสำหรับอุปกรณ์ขนาดเล็กเช่นนี้ เพราะอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่สั้นมักเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้คนเลิกใช้อุปกรณ์พวกแหวนอัจฉริยะ
ราคาและคู่แข่ง
Oura Ring 5 มีให้เลือกขนาด 6 ถึง 13 ราคาเริ่มต้นที่ 399 ดอลลาร์ (ประมาณ 13,300 บาท) สำหรับสีปกติอย่าง สีเงิน (Silver) และสีดำ (Black) หากต้องการสีอื่น เช่น สีทอง (Gold) หรือสี Deep Rose ต้องจ่ายเพิ่มอีก 100 ดอลลาร์ ซึ่งราคาที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นเพียงค่าทำสี ไม่ใช่ความแตกต่างของวัสดุ
นอกจากค่าแหวนแล้ว หากต้องการปลดล็อกฟีเจอร์ทั้งหมดต้องสมัครสมาชิกรายเดือน 6 ดอลลาร์ (ประมาณ 100 บาท) หรือรายปี 70 ดอลลาร์ (ประมาณ 2,300 บาท) และยังมีเคสชาร์จพกพาแยกจำหน่ายในราคา 99 ดอลลาร์
ในตลาดมีแหวนอัจฉริยะอยู่หลายรุ่น แต่คู่แข่งที่สำคัญมีเพียง Ultrahuman และ Samsung โดยคู่แข่งที่โดดเด่นคือ Ultrahuman Ring Pro ที่เน้นกลุ่มผู้รักการออกกำลังกาย มีการแสดงข้อมูลที่ชัดเจนและไม่มีค่าธรรมเนียมรายเดือน แต่สามารถซื้อฟีเจอร์ซอฟต์แวร์แยกเป็นครั้ง ๆ ได้
สำหรับ Galaxy Ring ของ Samsung นั้นยังไม่มีการอัปเดตใหม่มาตั้งแต่ปี 2024 ซึ่งก็ถือว่าตามหลัง Oura และ Ultrahuman อยู่พอสมควร
บทสรุป
Oura Ring 5 น่าจะสร้างแรงสั่นสะเทือนให้วงการและดึงดูดผู้ที่ยังลังเลใจให้หันมาใช้แหวนอัจฉริยะได้มากขึ้น ด้วยการย่อส่วนอุปกรณ์ที่นำตลาดอยู่แล้วให้เล็กลงมากและมีแบตเตอรี่ที่อึดขึ้น แม้ด้านอื่น ๆ จะไม่ได้ก้าวกระโดดจากรุ่น 4 มากนัก แต่ถ้าคุณเป็นมือใหม่ในวงการสมาร์ทริงและรอคอยอุปกรณ์ที่ดูไม่สะดุดตาเกินไป นี่คือจังหวะที่เหมาะสมที่สุดแล้ว
ที่มา: Engadget
