Apple แนะนำวิธีรับมือ เมื่อมีการแจ้งเตือนผู้ตกเป็นเป้าหมายของสปายแวร์ที่ได้รับการว่าจ้างให้ผลิต พร้อมแนวทางตรวจสอบ และปกป้องบัญชีกับอุปกรณ์
Apple แนะนำวิธีรับมือ เมื่อมีการแจ้งเตือนภัยคุกคามจากสปายแวร์ ที่ได้รับการว่าจ้างให้ผลิต
Apple เผยแพร่ข้อมูลเมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2026 อธิบายระบบการแจ้งเตือนภัยคุกคาม ซึ่งออกแบบมาเพื่อแจ้ง และช่วยเหลือผู้ใช้ที่อาจตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีด้วยสปายแวร์ที่ได้รับการว่าจ้างให้ผลิต
ผู้ใช้อาจตกเป็นเป้าหมายจากตำแหน่งหรืออาชีพของตน การโจมตีประเภทนี้มีความซับซ้อนกว่าภัยคุกคามทางไซเบอร์ทั่วไปอย่างมาก เนื่องจากผู้โจมตีใช้ทรัพยากรเฉพาะเพื่อมุ่งเป้าไปยังบุคคลกลุ่มเล็ก และอุปกรณ์ที่บุคคลเหล่านั้นใช้งาน
สปายแวร์ที่ได้รับการว่าจ้างให้ผลิต อาจมีต้นทุนหลายล้านดอลลาร์ และมีอายุการใช้งานสั้น ทำให้ตรวจจับ และป้องกันได้ยาก อย่างไรก็ตาม Apple ระบุว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่จะไม่ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีลักษณะนี้
การโจมตีที่มีต้นทุนสูง และซับซ้อน
จากรายงานสาธารณะ และงานวิจัยขององค์กรประชาสังคม บริษัทเทคโนโลยี และสื่อมวลชน การโจมตีแบบเจาะจงเป้าหมายที่มีต้นทุนสูง และซับซ้อนในระดับนี้ เคยมีความเกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับภาครัฐ รวมถึงบริษัทเอกชนที่พัฒนาสปายแวร์ตามการว่าจ้าง เช่น Pegasus จาก NSO Group
แม้การโจมตีจะมุ่งเป้าไปยังบุคคลจำนวนไม่มาก แต่กลุ่มเป้าหมายมักประกอบด้วยสื่อมวลชน นักกิจกรรม นักการเมือง และนักการทูต โดย Apple ระบุว่าการโจมตีด้วยสปายแวร์ประเภทนี้ยังคงเกิดขึ้นทั่วโลก
เนื่องจากการโจมตีได้รับเงินสนับสนุนจำนวนมากและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง Apple จึงใช้ข้อมูลและการสืบสวนจากระบบข่าวกรองภัยคุกคามภายในของบริษัทเพื่อตรวจจับกิจกรรมดังกล่าว
Apple ยอมรับว่าการสืบสวนอาจไม่สามารถยืนยันการโจมตีได้อย่างแน่นอนทั้งหมด แต่การแจ้งเตือนภัยคุกคามถือเป็นสัญญาณที่มีความน่าเชื่อถือสูงว่าผู้ใช้ตกเป็นเป้าหมาย และควรให้ความสำคัญกับคำเตือนอย่างจริงจัง
บริษัทไม่สามารถเปิดเผยสาเหตุโดยละเอียดที่นำไปสู่การแจ้งเตือน เพราะข้อมูลดังกล่าวอาจช่วยให้ผู้โจมตีปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับในอนาคต
Apple แจ้งเตือนผู้ใช้ในกว่า 150 ประเทศแล้ว
ตั้งแต่ปี 2021, Apple เผยว่าได้ส่งการแจ้งเตือนภัยคุกคามหลายครั้งในแต่ละปี เมื่อตรวจพบการโจมตีที่เข้าเกณฑ์ โดยจนถึงปัจจุบัน Apple ได้แจ้งเตือนผู้ใช้ในกว่า 150 ประเทศ
Apple มองว่าสปายแวร์ที่ได้รับการว่าจ้างให้ผลิตเป็นหนึ่งในภัยคุกคามดิจิทัลที่ก้าวหน้าที่สุดในปัจจุบัน เพราะมีต้นทุนสูง ซับซ้อน และสามารถใช้โจมตีได้ทั่วโลก
ด้วยเหตุนี้ Apple จึงไม่ระบุว่าการโจมตีหรือการแจ้งเตือนภัยคุกคามแต่ละครั้งเชื่อมโยงกับผู้โจมตีหรือภูมิภาคใดเป็นการเฉพาะ
Apple ส่งการแจ้งเตือนผ่านช่องทางใดบ้าง
หาก Apple ตรวจพบกิจกรรมที่สอดคล้องกับการโจมตีด้วยสปายแวร์ที่ได้รับการว่าจ้างให้ผลิต บริษัทจะแจ้งผู้ใช้ที่ตกเป็นเป้าหมายผ่านช่องทางต่อไปนี้
- แสดงการแจ้งเตือนภัยคุกคามบนหน้าจอล็อก และภายในแอปการตั้งค่าของ iPhone
- ส่งอีเมลไปยังที่อยู่อีเมลที่ผูกกับบัญชี Apple ของผู้ใช้
- แสดงแบนเนอร์แจ้งเตือนที่ด้านบนของหน้าบัญชี Apple หลังจากผู้ใช้ลงชื่อเข้า account.apple.com

ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป Apple จะแจ้งผู้ใช้ที่ตกเป็นเป้าหมายโดยตรงบน iPhone และผ่านอีเมลจากระบบการแจ้งเตือนภัยคุกคามของ Apple ที่ใช้ที่อยู่อีเมล [email protected]

รูปแบบของการแจ้งเตือนอาจแตกต่างกันตามรุ่นอุปกรณ์ และเวอร์ชันซอฟต์แวร์ที่ผู้ใช้ติดตั้งอยู่
สิ่งที่ควรทำเมื่อได้รับการแจ้งเตือน
การแจ้งเตือนภัยคุกคามของ Apple จะมีข้อมูลเพิ่มเติมและขั้นตอนที่แนะนำ เพื่อช่วยปกป้องบัญชีและอุปกรณ์ของผู้ใช้ รวมถึงการเปิดใช้งานโหมดล็อกดาวน์ (Lockdown Mode)
Apple แนะนำอย่างยิ่งให้ผู้ได้รับการแจ้งเตือนขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ เช่น ผู้ให้ความช่วยเหลือด้านความปลอดภัยฉุกเฉินแบบตอบสนองรวดเร็ว ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดย Digital Security Helpline ของ Access Now องค์กรไม่แสวงหากำไร
ผู้ได้รับการแจ้งเตือนภัยคุกคามจาก Apple สามารถติดต่อ Digital Security Helpline ผ่านเว็บไซต์ได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน
แม้องค์กรภายนอกจะไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุที่ Apple ส่งการแจ้งเตือน แต่ยังสามารถช่วยเหลือผู้ตกเป็นเป้าหมายด้วยคำแนะนำด้านความปลอดภัยที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคลได้
วิธีตรวจสอบว่าการแจ้งเตือนเป็นของจริง
Apple ย้ำว่าการแจ้งเตือนภัยคุกคามของบริษัทจะไม่ขอให้ผู้ใช้ดำเนินการดังต่อไปนี้
- ❌ คลิกลิงก์
- ❌ เปิดไฟล์
- ❌ ติดตั้งแอปหรือโปรไฟล์
- ❌ แจ้งรหัสผ่านบัญชี Apple
- ❌ แจ้งรหัสยืนยันผ่านอีเมลหรือโทรศัพท์
หากต้องการตรวจสอบว่าการแจ้งเตือนเป็นของจริง ให้ลงชื่อเข้า account.apple.com โดยตรง หาก Apple ส่งการแจ้งเตือนภัยคุกคาม ผู้ใช้จะเห็นข้อความดังกล่าวอย่างชัดเจนที่ด้านบนของหน้าหลังจากเข้าสู่ระบบ
คำแนะนำด้านความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ทุกคน
แม้ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะไม่ตกเป็นเป้าหมายของสปายแวร์ที่ได้รับการว่าจ้างให้ผลิต แต่ทุกคนสามารถลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ทั่วไปได้ด้วยแนวทางต่อไปนี้
- อัปเดตอุปกรณ์เป็นซอฟต์แวร์เวอร์ชันล่าสุด เพื่อให้ได้รับการแก้ไขด้านความปลอดภัยล่าสุด
- ปกป้องอุปกรณ์ด้วยรหัสผ่าน, Touch ID หรือ Face ID
- เปิดใช้การตรวจสอบสิทธิ์สองปัจจัย และตั้งรหัสผ่านที่รัดกุมสำหรับบัญชี Apple
- เปิดใช้คุณสมบัติการปกป้องอุปกรณ์ที่ถูกขโมย
- ติดตั้งแอปจาก App Store
- ใช้รหัสผ่านออนไลน์ที่รัดกุมและไม่ซ้ำกัน รวมถึงใช้พาสคีย์เมื่อสามารถทำได้
- ไม่เปิดลิงก์หรือไฟล์แนบจากผู้ส่งที่ไม่รู้จัก
หากไม่เคยได้รับการแจ้งเตือนจาก Apple แต่มีเหตุผลให้เชื่อว่าตนเองตกเป็นเป้าหมายของสปายแวร์ที่ได้รับการว่าจ้างให้ผลิต ผู้ใช้สามารถเปิดใช้โหมดล็อกดาวน์บนอุปกรณ์ Apple เพื่อเพิ่มการป้องกันได้
สำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉินด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ด้วยเหตุผลอื่น เว็บไซต์ Consumer Reports Security Planner มีรายการแหล่งข้อมูลฉุกเฉินที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้
Apple ระบุว่าข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ผลิตโดยบริษัท หรือเว็บไซต์อิสระที่ Apple ไม่ได้ควบคุมหรือทดสอบ ไม่ถือเป็นคำแนะนำหรือการรับรอง บริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อการเลือก ประสิทธิภาพ หรือการใช้งานเว็บไซต์และผลิตภัณฑ์ของบุคคลที่สาม รวมถึงไม่รับรองความถูกต้องหรือความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์เหล่านั้น
ที่มา: Apple
