ใน

ผู้เชี่ยวชาญชี้ แฮกเกอร์ขโมยลายนิ้วมือจากรูปถ่าย ทำได้แต่ “เสี่ยงต่ำ” มาก

Justin Cappos จาก NYU และ Carnegie Mellon University ยืนยัน แฮกเกอร์ขโมยลายนิ้วมือจากรูปถ่าย ทำได้จริง แต่ เสี่ยงต่ำ มาก

ผู้เชี่ยวชาญชี้ แฮกเกอร์ขโมยลายนิ้วมือจากรูปถ่าย ทำได้แต่ “เสี่ยงต่ำ” มาก

กระแสตื่นตระหนกบนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการที่แฮกเกอร์สามารถดึงลายนิ้วมือจากภาพถ่ายที่ชูนิ้วรูปตัว V (Peace Sign) และใช้ AI ปรับแต่งให้คมชัดขึ้น ได้สร้างความกังวลให้กับผู้ใช้งานจำนวนมาก โดยคอมเมนต์หนึ่งบน Instagram ที่เขียนว่า “เลิกใช้ AI ได้แล้ว!” มียอดไลก์กว่า 16,000 ครั้ง

Justin Cappos ระบุว่า “คุณมีโอกาสถูกรถชนในวันพรุ่งนี้มากกว่าที่จะเจอเหตุการณ์แบบนี้ในช่วงชีวิตของคุณเสียอีก” ขณะที่ Vyas Sekar ศาสตราจารย์จาก Carnegie Mellon University กล่าวว่า “ในทางทฤษฎีเป็นไปได้ โดยเฉพาะถ้ามีคนโพสต์ภาพความละเอียดสูง”

ต้นตอของกระแสนี้มาจากรายการโทรทัศน์ในจีนเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญสาธิตว่าการถ่ายภาพเซลฟี่ชูนิ้วในระยะไม่กี่ฟุตจากกล้อง อาจทำให้อาชญากรไซเบอร์สามารถดึงลายนิ้วมือออกมาในรูปแบบดิจิทัลได้

ในปี 2014 มีรายงานว่าแฮกเกอร์สามารถโคลนลายนิ้วมือของ Ursula von der Leyen ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมเยอรมนี จากภาพถ่ายระยะใกล้ในงานแถลงข่าว และในปีเดียวกัน ทีมนักวิจัยด้านความปลอดภัยของ Kraken สามารถสร้างลายนิ้วมือจากภาพถ่ายรอยนิ้วมือที่ติดอยู่บนพื้นผิวด้วย Photoshop, เครื่องพิมพ์ และกาว

ต่อให้แฮกเกอร์ได้ลายนิ้วมือไปจริง พวกเขายังต้องเข้าถึงเครื่องสแกนทางกายภาพที่ลายนิ้วมือนั้นใช้ปลดล็อก เช่น แล็ปท็อป หรือเครื่องสแกนที่ธนาคาร และเป้าหมายต้อง “มีมูลค่าสูง” เช่น บุคคลที่เข้าถึงสถานที่ความปลอดภัยระดับสูง

Cappos ระบุว่าคนทั่วไปมีความเสี่ยงจากการถูกหลอกผ่าน Phishing มากกว่า เช่น อีเมลที่มีลิงก์ไปยังมัลแวร์ หรือ เว็บไซต์ปลอมเพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัว “ผมไม่คิดว่าอาชญากรไซเบอร์เริ่มนำสิ่งนี้มาใช้เป็นอาวุธในวงกว้างแล้ว” เขากล่าว “10 ปีจากนี้ใครจะรู้ แต่ ณ ปัจจุบัน เหตุการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้นกับคุณแน่นอน”

ที่มา: CBS News

ความคิดเห็น - Like เพจ iPhoneMod.net

เขียนโดย Thitirath Kinaret

เต้นท์ iMoD : ป.ตรี วิศวกรรมซอฟต์แวร์ ป.โท บริหารธุรกิจ ม.พายัพ ชอบความสวยงามแบบเรียบง่าย ตามแบบฉบับของ Apple @Contact : facebook.com/tentzy