ตลาดสมาร์ตโฟนทั่วโลกเผชิญยอดขายตกต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงการระบาดของ COVID-19 ในปี 2020 แต่ Apple โตสวนกระแสตลาดสมาร์ตโฟน ยังเติบโตได้จากแรงหนุนของ iPhone 17
Apple โตสวนกระแสตลาดสมาร์ตโฟน หลังยอดขายทั่วโลก แตะระดับต่ำสุดตั้งแต่ยุค COVID-19
Counterpoint Research เปิดเผยรายงานล่าสุดว่า ตลาดสมาร์ตโฟนทั่วโลกในเดือน เม.ย. 2026 มียอดขายลดลง 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2020 ในช่วงการระบาดของ COVID-19
รายงานระบุว่า ปัจจัยหลักมาจากต้นทุนชิ้นส่วน และหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผู้ผลิตปรับขึ้นราคาสินค้า และกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะในตลาดระดับกลาง และราคาประหยัด
ตลาดอินเดียมียอดขายลดลง 17% เนื่องจากผู้บริโภคชะลอการซื้อเพื่อรอช่วงโปรโมชั่นตามฤดูกาล ขณะที่ตลาดจีนลดลง 11% จากปัจจัยด้านราคาสมาร์ตโฟนที่สูงขึ้น และสภาพเศรษฐกิจโดยรวม

ท่ามกลางภาวะตลาดที่ชะลอตัว Apple กลับเป็นผู้ผลิตสมาร์ตโฟนรายใหญ่เพียงรายเดียวที่คาดว่าจะเติบโตเมื่อเทียบรายปี
Counterpoint ระบุว่า ปัจจัยสำคัญมาจากยอดขาย iPhone 17 ที่ยังแข็งแกร่ง ความต้องการของ iPhone 17e รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการขายในหลายภูมิภาค
Apple ยังถูกคาดว่าจะเติบโตเพิ่มเติมในหลายตลาด เช่น เกาหลี อินเดีย ละตินอเมริกา และภูมิภาคตะวันออกกลาง และแอฟริกา
ด้าน Samsung คาดว่ายอดขายเดือน เม.ย. จะลดลง 3% แม้ Galaxy S26 จะเปิดตัวได้ค่อนข้างแข็งแกร่ง โดยยอดขายของ Galaxy S26 ในบางตลาดสำคัญ เช่น สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ สูงกว่ารุ่น Galaxy S25 ราว 13%
อย่างไรก็ตาม สมาร์ตโฟนตระกูล Galaxy A กลับได้รับผลกระทบจากราคาที่เพิ่มขึ้น และส่วนลดที่ลดลง
ในกลุ่มผู้ผลิตจากจีน Huawei เป็นแบรนด์รายใหญ่เพียงรายเดียวที่คาดว่าจะเติบโต หลังยังคงรักษาระดับราคาสินค้าระดับเริ่มต้นไว้ ขณะที่ HONOR ก็มีแนวโน้มเติบโตเช่นกัน
ส่วน Xiaomi, realme, vivo, OPPO และ Transsion ต่างเผชิญกับยอดขายที่อ่อนตัวลง หลังผู้ผลิตเริ่มลดการขยายตลาดแ ละปรับลดปริมาณสินค้าในหลายภูมิภาค
Counterpoint ยังประเมินว่า ราคาเฉลี่ยของสมาร์ตโฟนตลอดปี 2026 อาจเพิ่มขึ้นประมาณ 14% ขณะที่ยอดจัดส่งสมาร์ตโฟนทั่วโลกอาจลดลงราว 14% เหลือต่ำกว่า 1.1 พันล้านเครื่อง ซึ่งจะกลายเป็นยอดรวมรายปีที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2013
ที่มา: iclarified
