ใน

เคล็ดลับตั้งค่าการปลุกสำหรับ iPhone ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

การตั้งค่าการปลุกสำหรับ iPhone ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยการปรับเสียงการปลุก, การสั่นปลุก และการเลื่อนปลุก จากแอปนาฬิกา

เคล็ดลับตั้งค่าการปลุกสำหรับ iPhone ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

iPhone รุ่นที่รองรับฟีเจอร์นี้คือ รุ่นที่รองรับการอัปเดต iOS 13 ขึ้นไป

ก่อนปรับการตั้งค่า ให้ผู้ใช้ทำการดาวน์โหลด แอปสุขภาพ (Health) ของ Apple ลงภายในเครื่องก่อน และต้องเปิดอนุญาตให้ฟีเจอร์การนอนหลับของแอปสุขภาพ เข้าถึงแอปนาฬิกาก่อน เพื่อให้สามารถตั้งค่าการปลุกให้เหมาะสมกับเวลาการนอนหลับ | ตื่นนอน ของผู้ใช้ได้ เมื่อเปิดอนุญาตการเข้าถึงแล้ว ให้ทำการตั้งค่าการปลุกตามนี้เลย

ตั้งค่า “เวลาการปลุก นอนหลับ ตื่นนอน” ⏰

สำหรับการตั้งค่านี้เป็นการตั้งค่าการปลุกเพื่อปรับให้เหมาะกับการตื่นนอนใช้ชีวิตและนอนหลับของแต่ละผู้ใช้ ผู้ใช้สามารถปรับเวลาการนอนหลับ | ตื่นนอนของแต่ละวันได้ โดนแอปสุขภาพจะทำการเก็บค่า การนอนหลับ | ตื่นนอน ของผู้ใช้จากการใช้นาฬิกาปลุกของแอปนาฬิกา สามารถทำการตั้งค่าตามนี้ได้เลย:

  1. ไปที่แอป นาฬิกา (Clock) -> เลือกเมนู นาฬิกาปลุก (Alarms) จากแถบเมนูด้านล่าง
  2. เลือก เปลี่ยน (Chang) เพื่อตั้งค่าเวลาการปลุก
  3. เมื่อเข้ามาในเมนู เปลี่ยนการปลุก (Change Wake Up) ทำการตั้งค่า เวลาเข้านอน และ ตื่นนอน ให้เรียบร้อย (หรือผู้ใช้สามารถเลือก “แก้ไขกำหนดเวลานอนหลับ” ได้ในแอปสุขภาพเช่นกัน)
  4. เลื่อนลงด้านล่างสุด เปิด การตั้งปลุก (Alarm)
  5. ตั้งค่าเปิดการตั้งปลุกเสร็จแล้วให้ทำการบันทึกที่ เครื่องหมายเช็กถูกสีเหลืองบนขวา
  6. การตั้งค่าเสร็จสิ้น การปลุกจะปรากฎขึ้นที่หมวด นอนหลับ | ตื่นนอน

เมื่อตั้งค่าการเวลาการปลุกเรียบร้อยแล้ว ผู้ใช้สามารถปรับแต่งตัวเลือกในการปลุกต่าง ๆ อย่าง เสียงการปลุก ระดับเสียง การสั่น และการเลื่อนปลุก ให้เข้ากับตัวผู้ใช้ได้ โดยแต่ละตัวเลือกจะตั้งค่ายังไงทำตามนี้ได้เลย

ตั้งค่า “เสียงปลุก และ เพิ่มระดับเสียงปลุก” 🎵 🔊

หากผู้ใช้เลือกเสียงการปลุกที่เหมาะสมและเพิ่มระดับเสียงการปลุก จะช่วยให้กระตุ้นการตื่นนอนได้มากขึ้น สามารถทำการตั้งค่าตามนี้ได้เลย:

  1. ไปที่เมนู นาฬิกาปลุก (Alarms) จากแถบเมนูด้านล่าง
  2. เลือก เปลี่ยน (Chang) ตรงเวลาที่ต้องการตั้งค่า
  3. เลื่อนลงด้านล่าง เลือก เสียงและการสั่น (Sound & Haptics)
  4. ผู้ใช้สามารถเลือกใช้เสียงที่ นำเข้าเสียงมาจากร้านค้าเพลง (Store) หรือเลือกเสียงเรียกเข้าได้ภายในเครื่องได้ตามความต้องการ
  5. ทำการปรับมาหน้าเมนู เปลี่ยนการปลุก (Change Wake Up)
  6. เลื่อนลงมาด้านล่างที่ตัวเลือกการตั้งปลุกจะมี ระดับเสียงการปลุก ให้ผู้ใช้เลื่อนระดับเสียงให้ดังที่สุด (หากผู้ใช้ตั้งค่าการตั้งปลุกอื่น ๆ ระดับเสียงการปลุกจะเท่ากันทั้งหมดเช่นกัน)
  7. ตั้งค่าเปิดการตั้งปลุกเสร็จแล้วให้ทำการบันทึกที่ เครื่องหมายเช็กถูกสีเหลืองบนขวา

เท่านี้การตั้งค่าเสียงและเพิ่มระดับเสียงการปลุกก็เสร็จสมบูรณ์แล้ว สำหรับการปลุกที่ได้ประสิทธิภาพมากเสียงอย่างเดียวอาจจะไม่พอ ต้องทำการตั้งค่าการสั่นปลุกเพิ่มเติม

ตั้งค่า “การสั่นปลุก” 📳

สำหรับการสั่นปลุก คือการสั่นสะเทือนของตัวเครื่องตามจังหวะที่กำหนดไว้เพื่อแจ้งเตือนการปลุก สามารถทำการตั้งค่าตามนี้ได้เลย:

  1. ไปที่เมนู นาฬิกาปลุก (Alarms) จากแถบเมนูด้านล่าง
  2. เลือก เปลี่ยน (Chang) ตรงเวลาที่ต้องการตั้งค่า
  3. เลื่อนลงด้านล่าง เลือก เสียงและการสั่น (Sound & Haptics)
  4. เลือกเมนู การสั่น (Haptics)
  5. ผู้ใช้สามรถเลือกรูปแบบการสั่นต่างๆ ได้ สัมพันธ์กัน (ค่าเริ่มต้น) คือรูปแบบการสั่นที่พ้องกันกับเสียงการสั่น / มาตรฐาน คือรูปแบบการสั่นต่าง ๆ ของระบบ / กำหนดเอง ผู้ใช้สามารถสร้างการสั่นในรูปแบบที่ต้องการได้
  6. หากผู้ใช้ต้องการสร้างการสั่นให้เข้าไปที่ สร้างการสั่น (Create New Vibration)
  7. เมื่อเข้ามาหน้า การสั่นใหม่ (New Vibration) -> ให้การลากนิ้วบริเวณที่กำหนด เพื่อสร้างรูปแบบการสั่น
  8. ทำการบันทึกรูปแบบการสั่งที่สร้างที่ เครื่องหมายเช็กถูกสีเหลืองบนขวา
  9. ตั้งชื่อการสั่นที่สร้าง และเลือกใช้งาน

เท่านี้การสร้างการสั่นก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว และอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยเสริมการปลุกให้มากขึ้นคือ การเลื่อนปลุก

ตั้งค่า “การเลื่อนปลุก” ⏰ ➡️

สำหรับการเลื่อนปลุก คือการเลื่อนช่วงเวลาปลุกจากที่กำหนด เช่น กำหนดปลุก 06:00 ตั้งเลื่อนปลุกไว้ที่ 10 นาที การปลุกครั้งถัดไปจะปลุกอีกครั้งในเวลา 06:10 และครั้งถัดไปใน 06:20 บวกเพิ่มเรื่อย ๆ ตามที่กำหนด จนกว่าผู้ใช้จะทำการปิดการปลุก วิธีนี้จะเป็นการย้ำปลุกหลาย ๆ ครั้ง จะช่วยย้ำการแจ้งเตือนการปลุกจนกว่าผู้ใช้จะทำการตื่นมาปิดนั่นเอง สามารถทำการตั้งค่าตามนี้ได้เลย:

  1. ไปที่เมนู นาฬิกาปลุก (Alarms) จากแถบเมนูด้านล่าง
  2. เลือก เปลี่ยน (Chang) ตรงเวลาที่ต้องการตั้งค่า
  3. เลื่อนลงด้านล่าง เปิด การเลื่อนปลุก (Snooze)
  4. เมื่อเปิดเลื่อนปลุกแล้ว สามารถเลือก ช่วงระยะเวลาเลื่อนปลุกได้ (Snooze Duration)
  5. บันทึกรูปแบบการสั่งที่สร้างที่ เครื่องหมายเช็กถูกสีเหลืองบนขวา

ทุกวิธีการที่ได้อธิบายไปเป็นเพียงการแนะนำสำหรับการตั้งค่าเท่านั้น ทั้งนี้รูปแบบแนวทางการเลือกเสียง, ระดับเสียง หรือรูปแบบการสั่น, การเลื่อนปลุก ไม่มีรูปแบบตามตัว ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการเพื่อประสิทธิภาพในการปลุกที่ดีที่สุดของแต่ละบุคคล

ที่มา: iDropNews

ความคิดเห็น - Like เพจ iPhoneMod.net

เขียนโดย Sasithakan Sritonthip

Modern Management, College of Art Media and Technology , Chiangmai University