in

รีวิวหูฟัง Sudio Nio คุณภาพเสียงดี ตัดเสียงรบกวนระหว่างโทรศัพท์ พร้อมกันน้ำ IPX4 ในราคา 2,590 บาท

ตามหาหูฟังเสียงดี ใช้งานสะดวก ดีไซน์สวย ต้องไม่พลาดกับหูฟังไร้สาย Sudio Nio ที่ให้คุณภาพเสียงเยี่ยม มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวนระหว่างสนทนาโทรศัพท์ มีมาตรฐานการทนน้ำ IPX4 และจะมีอะไรอื่น ๆ น่าสนใจอีกบ้าง ไปชมรีวิวกัน

รีวิวหูฟัง Sudio Nio คุณภาพเสียงดี ตัดเสียงรบกวนระหว่างโทรศัพท์ พร้อมกันน้ำ IPX4 ในราคา 2,590 บาท

อุปกรณ์ในกล่อง

  • หูฟัง Sudio Nio 1 คู่
  • กล่องชาร์จหูฟัง 1 กล่อง
  • สายชาร์จ USB-A to USB-C 1 เส้น
  • จุกยาง 3 คู่ 3 ขนาด
  • ผ้าสำหรับทำความสะอาด 1 ผืน
  • คู่มือการใช้งาน 1 ชุด

การออกแบบและการสวมใส่

หูฟัง Sudio Nio เป็นหูฟังรูปแบบ EarBuds มีลักษณะคล้ายกับ AirPods ของ Apple มาพร้อมจุกยางซิลิโคนที่ครอบตรงส่วนของหูฟัง ผู้ใช้สามารถเลือกจุกยางที่มีขนาดพอดีกับใบหู เพื่อให้การสวมใส่แน่นกระชับมากขึ้น

สำหรับการสวมใส่รู้สึกสบาย น้ำหนักเบา กระชับกับใบหูได้ดี เหมาะกับคนที่ไม่ชอบหูฟังแบบ In-Ear ที่ต้องสอดจุกยางเข้าไปในหู แต่ Sudio Nio เป็นหูฟังแบบ EarBuds ที่มีจุกยางอยู่บริเวณใบหู ไม่ต้องสอดเข้าไป สวมใส่แน่นไม่หลุดง่าย ใส่กระโดด วิ่ง หรือออกกำลังกายอื่น ๆ ได้สบาย เพราะหูฟังสามารถกันเหงื่อได้

ตัวกล่องชาร์จเป็นแบบสี่เหลี่ยม มีขนาดใกล้เคียงกับเคสของ AirPods ด้านหน้ามีไฟบอกสถานะของแบตเตอรี่กล่องชาร์จ ส่วนด้านข้างเป็นพอร์ต USB-C สำหรับชาร์จกล่อง

วัสดุและการประกอบของกล่องชาร์จและหูฟังค่อนข้างดีและแข็งแรง ฝาเปิดและปิดง่าย โทนสีสวยงาม ภายในกล่องจะมีแม่เหล็กยึดหูฟังไว้เมื่อนำหูฟังเก็บเข้าไปชาร์จในกล่อง

หูฟัง Sudio Nio มีให้เลือกด้วยกัน 4 สี ได้แก่ สีดำ สีขาว สีเขียว และสีครีม

การเชื่อมต่อและการควบคุม

การเชื่อมต่อหูฟัง Sudio Nio กับอุปกรณ์อื่น ๆ เช่น สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต หรือแล็ปท็อป สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยนำหูฟังออกมาจากล่องชาร์จ เราจะเห็นไฟสีขาวแสดงที่หูฟัง

จากนั้นให้ไปยังส่วนการตั้งค่าบลูทูธ (Bluetooth) ของอุปกรณ์ แล้วเลือกชื่อ Sudio Nio เพื่อเชื่อมต่อได้เลย

เมื่อเชื่อมต่อครั้งแรกแล้ว ครั้งถัดไปก็ไม่จำเป็นจะต้องมาตั้งค่าบลูทูธใหม่ เมื่อเรานำหูฟังออกจากกล่องชาร์จและนำมาสวมใส่ หูฟังก็จะเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่เคยเชื่อมต่อแล้วอัตโนมัติ เมื่อถอดหูฟังเก็บใส่กล่องแล้วปิดฝา หูฟังก็จะตัดการเชื่อมต่อเอง

ส่วนการควบคุมมีเดียต่าง ๆ นั้น เราจะใช้ระบบแตะสัมผัสที่ตัวหูฟังแต่ละข้าง เพื่อสั่งการทำงาน ดังนี้

  • แตะหูฟังข้างซ้ายหรือข้างขวา 1 ครั้ง เพื่อเล่นเพลงหรือหยุดเพลง
  • แตะหูฟังข้างซ้าย 2 ครั้ง เพื่อเล่นเพลงก่อนหน้า
  • แตะหูฟังข้างขวา 2 ครั้ง เพื่อเล่นเพลงถัดไป
  • แตะหูฟังข้างซ้าย 3 ครั้ง เพื่อลดเสียง
  • แตะหูฟังข้างขวา 3 ครั้ง เพื่อเพิ่มเสียง

นอกจากนี้หูฟังยังรองรับการสนทนาโทรศัพท์ด้วย สามารถแยกใช้งานหูฟังข้างเดียวได้อย่างเป็นอิสระ ผู้ใช้สามารถใช้การแตะสัมผัสเพื่อควบคุมสายสนทนาได้ ดังนี้

  • แตะหูฟังข้างซ้ายหรือขวา 1 ครั้งเพื่อรับสาย
  • แตะหูฟังข้างซ้ายหรือขวา ค้างไว้ 2 วินาที เพื่อวางสาย
  • แตะหูฟังข้างซ้ายหรือขวา ค้างไว้ 3 วินาที เพื่อปฏิเสธสาย

และถ้าหากหูฟังมีปัญหาด้านการเชื่อมต่อ เช่น เสียงออกข้างเดียว เสียงไม่คมชัดกระตุก ก็สามารถทำการรีเซ็ตหูฟังได้ โดยนำหูฟังใส่เข้าไปในกล่องชาร์จแล้วปิดฝา จากนั้นก็กดปุ่มด้านล่างกล่องชาร์จค้างไว้ 3 นาที แล้วรอให้หูฟังทำการรีเซ็ต จากนั้นก็เชื่อมต่อบลูทูธกับอุปกรณ์ใหม่ได้เลย

คุณภาพเสียงและไมโครโฟน

หลังจากที่ได้เชื่อมต่อหูฟัง Sudio Nio กับ iPhone และฟังเพลงผ่านแอป Apple Music พบว่าหูฟังให้เสียงเบสค่อนข้างหนัก เสียงกลางและเสียงแหลมก็ขับได้ดี ไพเราะ แต่บางเพลงที่เบสหนัก ๆ เสียงเบสอาจจะกลบเสียงกลางอยู่บ้าง

ถ้าหากเราใส่จุกยางที่หูฟัง เสียงที่ได้ยินจะแตกต่างกับตอนถอดจุกยาง โดยเสียงที่ได้รับจากหูฟังตอนไม่ได้ใส่จุกยางนั้นจะได้ยินเสียงเบสกระแทกมากกว่าและได้รับเสียงที่ใสชัดเจนมากกว่า (แต่ถ้าใครใส่หูฟังแล้วหลวม ก็แนะนำให้ใส่จุกยางในขนาดที่พอดีกระชับกับหูนะคะ)

ถ้าเทียบกับ AirPods ที่มีลักษณะเป็นแบบ EarBuds เหมือนกันแล้ว ตัว Sudio Nio ให้เสียงเบสที่ดีกว่า ส่วนเสียงกลางและเสียงสูงก็ไพเราะใสพอ ๆ กัน ส่วนการใส่เล่นเกม ดูหนัง รับชมวิดีโอต่าง ๆ ก็ถือว่าให้เสียงตรงกับภาพ ไม่มีอากาศดีเลย์

นอกจากหูฟังมาพร้อมไมโครโฟนข้างละ 2 ตัวที่ช่วยฟังเสียงรอบข้างและตัดเสียงรบกวนระหว่างที่เราสนทนาโทรศัพท์ เมื่อทดลองโทรศัพท์ข้างถนน พบว่าหูฟังตัดเสียงรบกวนได้ค่อนข้างดี เสียงผู้พูดชัดเจน ไม่ค่อยมีเสียงรถแทรกมากนัก

แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 20 ชั่วโมง+

สำหรับการใช้ฟังเพลงทั่วไปหูฟัง Sudio Nio เล่นได้นานถึง 5.5 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง แต่ถ้าใช้งานร่วมกับกล่องชาร์จ โดยนำมาใส่ฟังเพลงแล้วเก็บไว้ในกล่องชาร์จ ก็จะสามารถใช้งานได้นานสูงถึง 20 ชั่วโมงเลยทีเดียว

ส่วนการชาร์จหูฟังในกล่องชาร์จให้เต็มใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งก็สามารถนำมาฟังต่อ ใช้งานได้หลายวัน

สรุปจุดเด่นของหูฟัง Sudio Nio

  • โดยหูฟัง Sudio Nio ให้คุณภาพเสียงดีเยี่ยม สำหรับคนที่ชอบฟังเพลงเบสหนักน่าจะเหมาะมาก ๆ
  • ไม่มีอาการดีเลย์ เมื่อใช้หูฟังรับชมวิดีโอ ภาพยนตร์ ซีรีส์ หรือเล่นเกม
  • สามารถตัดเสียงรบกวนภายนอก ระหว่างที่พูดคุยโทรศัพท์ได้ดี
  • สวมใส่สบาย มีจุกยางที่เพิ่มความแน่นกระชับ สามารถใส่จุกยางได้เวลานำไปใช้ร่วมกับการออกกำลังกาย หากใส่ฟังทั่วไปก็สามารถถอดจุกยางออกได้ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบหูฟังแบบ In-Ear
  • มีระบบสัมผัสที่สามารถสั่งการได้หลายคำสั่ง รวมถึงสั่งลดเสียงและเพิ่มเสียงได้ที่ตัวหูฟัง
  • กล่องชาร์จหูฟังมีขนาดกระทัด พกพาได้สะดวก จัดเก็บหูฟังพร้อมกับชาร์จได้
  • การเชื่อมต่อทำได้ง่าย รวดเร็ว ค่อนข้างเสถียร
  • มีมาตรฐานการกันน้ำ IPX4 สามารถใส่ออกกำลังกายได้ กันเหงื่อได้ดี

คุณสมบัติของหูฟัง Sudio Nio

  • ขนาดไดรฟ์เวอร์ 10 มม.
  • ความต้านทาน 32 โอห์ม
  • เวอร์ชันบลูทูธ Bluetooth 5.0
  • โปรไฟล์บลูทูธ A2DP v1.3/AVRCP v1.5/HFP v1.6
  • ระยะบลูทูธ 10 เมตร
  • เวลาเล่นเพลง 5.5 ชั่วโมง (ต่อการชาร์จ 1ครั้ง)
  • เวลาเล่นเพลงทั้งมหด 20 ชั่วโมง
  • เวลาการชาร์จ 1.5 ชั่วโมง
  • กล่องชาร์จ 3.7v ความจุแบตเตอรี่ 400 mAh
  • แบตเตอรี่หูฟัง 35mAh
  • พอร์ตชาร์จ USB-C
  • Input DC5V
  • อุณหภูมิที่ทำงานได้ -10 – 55 องศาเซลเซียส
  • มาตรฐานการกันน้ำ IPX4

ราคาและสถานที่จัดหน่าย

หูฟัง Sudio Nio ราคา 2,590 บาท มีให้เลือกด้วยกัน 4 สี ได้แก่ สีดำ สีขาว สีเขียว และสีครีม สามารถหาซื้อได้ที่

  • ร้าน BaNANA
  • ร้าน BB and B-play
  • ร้าน Studio 7
  • ร้าน Power Mall
  • ร้าน Be-trend

เขียนโดย Zakura Kim

Bachelor degree of science, Software engineering major, Payap University