Strava เพิ่มการเชื่อมต่อ Google Gemini ให้สมาชิกสามารถวิเคราะห์ข้อมูลและประวัติการออกกำลังกายแบบเฉพาะบุคคลได้ เปิดใช้งานครั้งแรกในสหรัฐฯ
Strava เพิ่มการเชื่อมต่อ Google Gemini วิเคราะห์ข้อมูลการออกกำลังกายแบบเฉพาะบุคคล
Strava ขยายการผสานการทำงานร่วมกับ AI เพิ่มเติมกับ Google Gemini ในสัปดาห์นี้ เพื่อให้ผู้ใช้งานที่สมัครสมาชิกสามารถรับข้อมูลเชิงลึกแบบเฉพาะบุคคลโดยอิงจากประวัติการออกกำลังกายของตนเอง

Strava ขยายการเชื่อมต่อระบบ AI เพิ่มเติมสู่ Gemini
เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แพลตฟอร์มติดตามการออกกำลังกาย Strava ได้เปิดตัวการเชื่อมต่อกับ Claude โดยใช้ Model Context Protocol (MCP) ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถวิเคราะห์ประวัติการออกกำลังกาย และประสิทธิภาพการฝึกซ้อมผ่านการสนทนาด้วยภาษาธรรมชาติกับผู้ช่วย AI ของ Anthropic
MCP เป็นมาตรฐานแบบเปิดที่สร้างขึ้นโดย Anthropic ก่อนจะส่งมอบให้แก่ Agentic AI Foundation ของ Linux Foundation ซึ่งช่วยให้ผู้ช่วย AI สามารถเชื่อมต่อไปยังแอป และบริการภายนอก เพื่อเข้าถึงข้อมูลรวมถึงดำเนินงานต่าง ๆ ในนามของผู้ใช้งานได้
ในสัปดาห์นี้ Strava ได้ประกาศขยายการเชื่อมต่อ AI เพิ่มเติม โดยนำความสามารถในลักษณะเดียวกันนี้มาสู่ Google Gemini
Strava อธิบายว่า ผู้ใช้งานที่สมัครสมาชิก Strava ซึ่งเชื่อมต่อบัญชีเข้ากับ Gemini โดยตรง จะได้รับคำตอบที่มีบริบทเฉพาะบุคคลและอิงจากประวัติกิจกรรมของตนเองอย่างแม่นยำยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังระบุว่าการเชื่อมต่อดังกล่าวเป็นแบบที่ผู้ใช้เลือกเปิดใช้งานได้เองและเป็นการเข้าถึงข้อมูลแบบอ่านอย่างเดียว (read-only)
ตัวอย่างคำถามที่ผู้ใช้สามารถสอบถามผ่าน Gemini
เมื่อเชื่อมต่อระบบเรียบร้อยแล้ว ผู้ใช้สามารถตั้งคำถามกับ Gemini ได้หลากหลายด้าน เช่น การถามว่าอัตราการเต้นของหัวใจเท่าเดิมแต่วิ่งเร็วขึ้นหรือไม่ เพื่อดูความเปลี่ยนแปลงของปริมาณ ความสม่ำเสมอ และความหลากหลายของกีฬาโดยไม่ต้องเลื่อนดูประวัติกิจกรรมย้อนหลังหลายเดือน การขอให้วิเคราะห์อย่างละเอียดเกี่ยวกับผลงานในการแข่งขันล่าสุดเพื่อทำความเข้าใจการออกแรงในแต่ละช่วง รวมถึงการถามถึงผลกระทบของการฝึกความแข็งแรง (Strength Training) ที่มีต่อการวิ่ง เพื่อประมวลแนวโน้มจากกีฬาทุกประเภทที่บันทึกไว้ใน Strava
นอกจากนี้ ในการอัปเดตล่าสุด ผู้ใช้ยังสามารถถามคำถามเพิ่มเติมได้ เช่น การเปรียบเทียบสถิติการวิ่ง 10 กิโลเมตรที่เร็วที่สุดในปีนี้เทียบกับสถิติตลอดกาล พร้อมระบุวันที่และกิจกรรมเพื่อดูความก้าวหน้า การถามถึงผลกระทบจากสภาพอากาศ เช่น ความร้อนส่งผลให้วิ่งระยะไกลช้าลงเพียงใดในวันเสาร์ โดยระบบจะนำอุณหภูมิ ความชื้น และลมมาร่วมประมวลผล ตลอดจนการตรวจสอบสถิติความต่อเนื่องในการออกกำลังกาย (Streak) ที่ยาวนานที่สุดและสถิติปัจจุบันในแต่ละประเภทกีฬา
ระยะเวลาและขอบเขตการเปิดให้บริการ
การเปิดให้บริการฟีเจอร์นี้จะเริ่มต้นเฉพาะในสหรัฐอเมริกาเป็นแห่งแรก โดยเปิดให้ใช้งานสำหรับสมาชิก Strava ไม่ว่าจะใช้แผนบริการใดของ Gemini ก็ตาม ทั้งนี้ Strava ยังไม่ได้ประกาศกำหนดการว่าจะขยายการให้บริการไปยังประเทศอื่น ๆ ในช่วงเวลาใด
ที่มา: 9to5Google
