Apple เปิดตัว MacBook Pro จอสัมผัส PROLED XDR พร้อม Dynamic Island และชิป M5 Pro, M5 Max ราคาไทยเริ่มต้น 104,900 บาท
Apple เปิดตัว MacBook Pro จอสัมผัส PROLED XDR พร้อม Dynamic Island เริ่มต้น 104,900 บาท
29 ต.ค. 2026, Apple เปิดตัว MacBook Pro รุ่นใหม่ มาพร้อมจอภาพ PROLED XDR ที่ใช้เทคโนโลยี OLED สองชั้น หรือ tandem OLED พร้อมรองรับการสัมผัสเป็นครั้งแรกบน Mac และนำ Dynamic Island มาใช้สำหรับแสดงข้อมูลและเข้าถึงฟีเจอร์ต่าง ๆ

MacBook Pro รุ่นใหม่นี้มีให้เลือกขนาด 14 และ 16 นิ้ว ใช้ชิป M5 Pro และ M5 Max รองรับหน่วยความจำแบบรวมสูงสุด 128GB และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลสูงสุด 16TB พร้อมปรับตัวเครื่องให้บางเบาลง โดยยังให้แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 24 ชั่วโมง
จอ PROLED XDR ใช้ OLED สองชั้น สว่างสูงสุด 2,000 นิต
จุดเปลี่ยนสำคัญของ MacBook Pro รุ่นนี้คือจอภาพ PROLED XDR ซึ่งใช้เทคโนโลยี tandem OLED ร่วมกับระบบควบคุมการแสดงผลและการปรับเทียบจากโรงงาน เพื่อให้ความสว่างและระดับสีเทาสม่ำเสมอทั่วทั้งจอ พร้อมลดแสงสะท้อนภายในชั้นจอภาพ

จอใหม่ให้ความสว่างสูงสุด 2,000 นิต ทั้งคอนเทนต์ HDR และ SDR พร้อมอัตราส่วนคอนทราสต์ 10,000,000:1 ช่วยแสดงรายละเอียดในส่วนสว่างและเงามืด ส่วน ProMotion รองรับอัตรารีเฟรชแบบปรับได้ตั้งแต่ 10Hz เพื่อประหยัดพลังงาน ไปจนถึง 120Hz สำหรับการแสดงภาพเคลื่อนไหวที่ลื่นไหล
ระบบประมวลผลจอภาพควบคุมสีและความสว่างของแต่ละพิกเซลในระดับต่ำกว่ามิลลิวินาที โดยพิจารณาทั้งเนื้อหาบนจอ การใช้งานพิกเซล อุณหภูมิ และสภาพแวดล้อม รวมถึงติดตามการใช้งานของพิกเซลในระยะยาวเพื่อรักษาคุณภาพการแสดงผล
![]()
ด้านสีสัน รองรับทั้ง P3 และ Adobe RGB พร้อมขยายการแสดงสีในช่วงเขียวและฟ้าอมเขียว โดยครอบคลุม Rec. 2020 มากกว่า 80% สำหรับงานตัดต่อและเกรดสีวิดีโอ HDR ผู้ใช้สามารถทำงานกับ P3 และ Adobe RGB ภายในพรีเซ็ตเริ่มต้นเดียวกันได้
จอยังมีสารเคลือบลดแสงสะท้อน และมีตัวเลือกกระจก nano-texture ซึ่งใช้การกัดพื้นผิวลงบนกระจกครอบจอ เพื่อช่วยลดแสงสะท้อนและแสงจ้าเพิ่มเติม
รองรับการสัมผัสครั้งแรกบน Mac
MacBook Pro รุ่นใหม่นำระบบสัมผัสมาใช้ร่วมกับ macOS ผู้ใช้สามารถปัดเพื่อเลื่อนหน้าเว็บ จีบนิ้วเพื่อซูมภาพ ลากสไลด์ระหว่างงานนำเสนอ รวมถึงแตะสองครั้งที่หน้าต่างเพื่อขยายให้เต็มจอ หรือปัดเพื่อจัดวางหน้าต่างได้
เซ็นเซอร์สัมผัสถูกติดตั้งเข้าไปในแผงจอโดยตรง เพื่อช่วยลดความหน่วงในการตอบสนอง ขณะที่การใช้งานยังทำงานร่วมกับคีย์ลัดบนคีย์บอร์ดและคำสั่งนิ้วบนแทร็กแพดได้

สำหรับงานสร้างสรรค์ นักออกแบบสามารถวาดลงบนพื้นที่จอ นักดนตรีเล่นเครื่องดนตรีซอฟต์แวร์บนหน้าจอ และนักพัฒนาแอปทดสอบระบบสัมผัสของแอป iOS และ iPadOS บนจอ MacBook Pro ได้โดยตรง
Apple ยังออกแบบบานพับใหม่เพื่อเพิ่มความมั่นคงขณะสัมผัสหน้าจอ พร้อมระบบลดการสั่นของวิดีโอที่ช่วยให้ภาพจากกล้องนิ่งขึ้นระหว่างใช้จอสัมผัสขณะวิดีโอคอล

แอปของ Apple ได้รับการปรับให้รองรับการใช้งานรูปแบบใหม่ ส่วนแอปเดิมหลายตัวสามารถใช้งานได้ทันที เพราะ macOS แปลงการสัมผัสให้เป็นการคลิกโดยอัตโนมัติ พร้อมมี API สำหรับให้นักพัฒนาสร้างประสบการณ์ที่ออกแบบมาสำหรับระบบสัมผัสโดยเฉพาะ
แอปภายนอกที่เตรียมรองรับเพิ่มเติมภายในปีนี้ ได้แก่ Notion, Canva, Zoom, Microsoft Word, Excel, PowerPoint, Outlook, Adobe Lightroom, DaVinci Resolve, Blender, Maxon Cinema 4D, Maxon ZBrush, Shapr3D และ Algoriddim djay Pro
Dynamic Island มาอยู่บน Mac แล้ว
Dynamic Island บน Mac เป็นพื้นที่สำหรับ Spotlight, Live Activities และ Siri AI ช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาข้อมูล ดูความคืบหน้าของกิจกรรม และเข้าถึงผู้ช่วย AI ได้จากบริเวณเดียวกัน

ตัวอย่างการใช้งาน ได้แก่ รับสายโทรศัพท์ ควบคุมเพลง ดูการอัปเดตแบบเรียลไทม์ รับคำขอ AirDrop หรือแตะเพื่อหยุดเพลง โดย Spotlight จะย้ายมาอยู่ใน Dynamic Island เมื่อ Siri AI พร้อมใช้งานและเปิดใช้งานอยู่เท่านั้น

ดีไซน์บางเบาลง ขอบจอบางขึ้น
MacBook Pro พร้อมจอ PROLED XDR มีให้เลือกสีดำสเปซแบล็คและสีเงิน โดยทั้งสองขนาดปรับตัวเครื่องให้บางลงจากประโยชน์ของโครงสร้างจอ OLED

รุ่น 14 นิ้วมีขนาดจอจริง 14.2 นิ้ว น้ำหนัก 1.38 กก. ส่วนรุ่น 16 นิ้วขยายจอเป็น 16.3 นิ้ว น้ำหนัก 1.82 กก. โดยน้ำหนักอาจแตกต่างกันตามการปรับแต่งและกระบวนการผลิต

เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน รุ่น 14 นิ้วบางลงประมาณครึ่งมิลลิเมตร ส่วนรุ่น 16 นิ้วบางลงเกือบ 1 มิลลิเมตร พร้อมลดขอบจอให้แคบลง ทั้งนี้ ขนาดจอวัดตามแนวทแยงเป็นรูปสี่เหลี่ยมมาตรฐาน พื้นที่แสดงผลจริงจะน้อยกว่าเนื่องจากมุมจอโค้งมน
ภายในใช้ระบบระบายความร้อนที่ออกแบบใหม่ เพื่อรักษาประสิทธิภาพต่อเนื่องของชิป M5 Pro และ M5 Max ในตัวเครื่องที่เบาลง พร้อมปรับทิศทางลมร้อนให้ออกจากบริเวณจอภาพ
ชิป M5 Pro และ M5 Max เน้นงานระดับโปรและ AI บนเครื่อง
ชิป M5 Pro ออกแบบมาสำหรับงานที่ต้องประมวลผลหนัก เช่น คอมไพล์โค้ด ประมวลผล AI วิเคราะห์ลำดับ DNA และตัดต่อวิดีโอ 8K ProRes หลายสตรีม
ส่วน M5 Max รองรับงานที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น เช่น วิชวลเอฟเฟกต์สามมิติ แอนิเมชัน การทำดนตรีประกอบภาพยนตร์ และงานหลังการถ่ายทำวิดีโอ 8K โดย Apple ระบุว่าสามารถรันโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่มีพารามิเตอร์ระดับหลายแสนล้านบนเครื่องได้

ทั้งสองชิปมี Neural Accelerator ใน GPU แต่ละคอร์ เพื่อเร่งงาน AI เช่น การใช้ผู้ช่วยเขียนโค้ดร่วมกับโมเดลภาษาที่ทำงานบนเครื่อง พร้อมปรับปรุง shader core และใช้ระบบ ray tracing รุ่นที่ 3 สำหรับงานแสงและการเรนเดอร์สามมิติ
นอกจากนี้ ยังมี Dynamic Caching ช่วยจัดการหน่วยความจำบนชิปให้ GPU ใช้งานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รองรับทั้งแอปสร้างสรรค์อย่าง Blender, Unreal Engine และเกมระดับ AAA
MacBook Pro รุ่นใหม่นี้ปรับแต่งหน่วยความจำแบบรวมได้สูงสุด 128GB และเพิ่มตัวเลือก SSD สูงสุดเป็น 16TB
ลำโพงใหม่ เบสลึกขึ้น 50% พร้อมปรับเสียงสำหรับใช้งานขณะปิดฝา
ระบบเสียงยังใช้ลำโพง 6 ตัว แต่ปรับวูฟเฟอร์ใหม่ให้เสียงเบสลึกขึ้น 50% พร้อมทวีตเตอร์ที่ออกแบบการกระจายเสียงใหม่เพื่อเพิ่มความชัดเจน

รองรับเสียงเชิงมิติพื้นที่ร่วมกับ Dolby Atmos และมีไมโครโฟนคุณภาพระดับสตูดิโอสำหรับการโทร บันทึกเสียง และสั่งงานด้วยเสียง
รุ่นนี้ยังเพิ่มการปรับแต่งเสียงสำหรับใช้งานขณะปิดฝาเป็นครั้งแรก เพื่อให้ได้คุณภาพเสียงที่เหมาะสมเมื่อเชื่อมต่อ MacBook Pro กับจอภาพภายนอก
พอร์ตครบ รองรับจอภายนอกสูงสุด 4 จอ
MacBook Pro พร้อมจอ PROLED XDR มีพอร์ตและการเชื่อมต่อดังนี้
- Thunderbolt 5 จำนวน 3 พอร์ต
- HDMI
- ช่องใส่การ์ด SDXC
- MagSafe
- ช่องเสียบหูฟัง
- Wi-Fi 7 และ Bluetooth 6
รุ่นชิป M5 Pro รองรับจอภาพภายนอกสูงสุด 3 จอ ส่วน M5 Max รองรับสูงสุด 4 จอ นอกเหนือจากจอภาพของตัวเครื่อง พร้อมกล้อง 12MP Center Stage และ Touch ID
ด้านแบตเตอรี่ รองรับการใช้งานสูงสุด 24 ชั่วโมง และชาร์จเร็วได้สูงสุด 50% ในเวลาประมาณ 30 นาที โดยผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการใช้งาน การปรับแต่ง และเงื่อนไขการทดสอบของ Apple
เพิ่มเครื่องมือสำหรับงานสีและการถ่ายทำ
จอ PROLED XDR รองรับ Apple Pro Display Calibrator สำหรับปรับเทียบจอให้ตรงกับเป้าหมายเฉพาะ พร้อมโหมดอ้างอิงสำหรับงานภาพยนตร์ ภาพถ่าย สิ่งพิมพ์ และงานออกแบบ
นอกจากนี้ ยังมีโหมดอ้างอิงภาพทางการแพทย์ DICOM สำหรับการทบทวนภาพที่ไม่ใช่การวินิจฉัย การวิจัย และการศึกษาเท่านั้น
Apple Color Matching Function 2026 ช่วยให้การแสดงผลสอดคล้องกันเมื่อใช้งานร่วมกับ iPhone 18 Pro หรือ Studio Display XDR ส่วนการรองรับ genlock ช่วยซิงค์อัตรารีเฟรชของจอกับการบันทึกภาพของกล้อง เพื่อลดภาพซ้อน ภาพฉีก และความผิดปกติขณะถ่ายจอ โดยต้องใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ภายนอกที่เข้ากันได้
Apple Creator Studio ปรับให้ใช้กับจอสัมผัส
แอปใน Apple Creator Studio เพิ่มการใช้งานระบบสัมผัสควบคู่กับคีย์บอร์ดและแทร็กแพด เช่น
- Pixelmator Pro ใช้วาด ระบายสี และเลือกส่วนต่าง ๆ บนชิ้นงานโดยตรง
- Logic Pro เล่นคีย์บอร์ดแบบ Multi-Touch ที่รองรับหลายเสียงพร้อมกัน รวมถึงแตะแพดคอร์ดและกลองบนจอ
- Final Cut Pro ใช้สัมผัสเพื่อเลือกช่วงคลิป วางคลิป และจีบนิ้วซูมบริเวณรอยตัด
อัปเดต Apple Creator Studio จะเปิดให้สมาชิกเดิมดาวน์โหลดได้ฟรีในเดือน พ.ย. ส่วนผู้ซื้อ Mac หรือ iPad ที่เข้าเกณฑ์สามารถรับสิทธิ์ใช้งานฟรี 3 เดือน ตามเงื่อนไขของข้อเสนอ
มาพร้อม macOS 27 Golden Gate และ Siri AI
MacBook Pro รุ่นใหม่ใช้ macOS 27 Golden Gate ซึ่งรองรับระบบสัมผัส พร้อม Apple Intelligence และ Siri AI ที่สามารถสนทนา อ้างอิงบริบทส่วนตัว และช่วยทำงานข้ามแอปได้
Siri AI สามารถช่วยค้นหาข้อมูลจากข้อความ อีเมล และรูปภาพ ตอบคำถาม รวมถึงทำงานร่วมกับ Spotlight และเมนูตามบริบท ผู้ใช้ยังเรียก Visual Intelligence ผ่านคีย์ลัดเพื่อถามเกี่ยวกับสิ่งที่อยู่บนหน้าจอ และใช้ Siri ช่วยเขียนหรือแก้ไขข้อความได้ในหลายพื้นที่ที่พิมพ์ข้อความได้
Safari เพิ่มเครื่องมือจัดกลุ่มแท็บตามหัวข้อ แจ้งเตือนเมื่อเว็บไซต์มีการเปลี่ยนแปลง เช่น สินค้ากลับมาจำหน่ายหรือราคาลดลง และสร้างส่วนขยายจากคำอธิบาย ส่วนแอป Shortcuts สามารถสร้างคำสั่งอัตโนมัติจากสิ่งที่ผู้ใช้บอก และแอป Photos เพิ่มเครื่องมือแก้ไขภาพอัจฉริยะ
ด้านหน้าตา macOS ปรับ Liquid Glass ให้มีตัวเลือกเลื่อนระดับความโปร่งใส ตั้งแต่ใสมากไปจนถึงแบบย้อมสีเต็มรูปแบบ พร้อมปรับไอคอนแอปให้คมชัดขึ้น
อย่างไรก็ตาม Siri AI จะเปิดให้ใช้แบบเบต้าใน macOS 27.2 และต้องใช้อุปกรณ์ที่รองรับ Apple Intelligence พร้อมตั้งค่าภาษาที่รองรับ ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลี โปรตุเกส และสเปน โดยยังไม่มีภาษาไทยในรายชื่อที่ระบุ
บางฟีเจอร์อาจไม่พร้อมใช้งานในทุกภาษาและภูมิภาค และฟีเจอร์ Apple Intelligence บางส่วนที่ใช้โมเดลบนเซิร์ฟเวอร์มีข้อจำกัดการใช้งานรายวัน โดย Apple ระบุว่าจะมีตัวเลือกเพิ่มสิทธิ์การใช้งานแบบเสียค่าใช้จ่ายในอนาคต
ใช้วัสดุรีไซเคิล 55% ของน้ำหนักตัวเครื่อง
Apple ระบุว่า MacBook Pro รุ่นใหม่นี้ใช้วัสดุรีไซเคิลรวม 55% ตามน้ำหนัก โดยไม่รวมบรรจุภัณฑ์และอุปกรณ์ในกล่อง ตัวเครื่องใช้อะลูมิเนียมรีไซเคิล 100% แบตเตอรี่ใช้โคบอลต์รีไซเคิล 100% และเป็นครั้งแรกที่ Apple ใช้แทนทาลัมรีไซเคิล 100% ในตัวเก็บประจุหลายชิ้น
กระบวนการผลิตในซัพพลายเชนใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 45% และบรรจุภัณฑ์ใช้วัสดุจากเยื่อไม้ทั้งหมด ตามแนวทางด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทที่ตั้งเป้าเป็นกลางทางคาร์บอนตลอดทั้งธุรกิจภายในปี 2030
ราคา MacBook Pro พร้อมจอ PROLED XDR ในไทย
ราคาเริ่มต้นสำหรับรุ่นจอภาพมาตรฐานบน Apple ประเทศไทย มีดังนี้
- 14 นิ้ว ชิป M5 Pro เริ่มต้น 104,900 บาท
- 16 นิ้ว ชิป M5 Pro เริ่มต้น 124,900 บาท
- 14 นิ้ว ชิป M5 Max เริ่มต้น 161,900 บาท
- 16 นิ้ว ชิป M5 Max เริ่มต้น 174,900 บาท
มีให้เลือกสีดำสเปซแบล็ค และสีเงิน โดยราคาอาจเพิ่มขึ้นตามชิป หน่วยความจำ พื้นที่จัดเก็บข้อมูล และตัวเลือกกระจก nano-texture
ในตลาดกลุ่มแรก 30 ประเทศและภูมิภาค รวมถึงสหรัฐฯ Apple เปิดพรีออเดอร์วันที่ 28 ต.ค. 2026 และเริ่มส่งมอบพร้อมวางจำหน่ายวันที่ 6 พ.ย. 2026
สำหรับประเทศไทย หน้าเว็บไซต์ Apple ระบุว่า “โปรดตรวจสอบวันวางจำหน่ายอีกครั้งในภายหลัง” จึงยังไม่มีกำหนดจำหน่ายในไทยที่ยืนยันแล้ว
ที่มา: Apple
