Samsung เผย แผน ชิป 2nm (SF2P) รุ่นใหม่ แรงขึ้น 15% ในงาน SAFE Forum พร้อม วางแผน ผลิต ชิป 1.4nm (SF1.4) ในปี 2029 โดย มุ่งเน้น ประสิทธิภาพ และการประหยัดพลังงาน
Samsung เผยข้อมูลชิป 2nm รุ่นใหม่ พร้อมเตรียมผลิตชิป 1.4nm ในปี 2029
ภายในงาน SAFE Forum (Samsung Advanced Foundry Ecosystem) ทาง Samsung ได้เปิดเผยแผนการพัฒนาโหนดเซมิคอนดักเตอร์ในอนาคต โดยเมื่อปีที่ผ่านมาบริษัทได้เปิดตัว Exynos 2600 ซึ่งเป็นชิปสมาร์ตโฟนขนาด 2nm รุ่นแรกที่ผลิตบนโหนด SF2 ตามการเรียกของ Samsung

ลำดับถัดไปคือ SF2P ซึ่งจะช่วยลดการใช้พลังงานลง 26% และเพิ่มความเร็วคล็อกขึ้น 15% อย่างไรก็ตามโหนดใหม่นี้มีส่วนรับผิดชอบต่อการปรับปรุงเพียงบางส่วนเท่านั้น โดย Shin Jong-shin รองประธานทีมพัฒนาแพลตฟอร์มการออกแบบที่ Samsung Foundry ระบุว่าประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นกว่าครึ่งหนึ่งนั้นมาจาก DTCO
DTCO หรือ Design-Technology Co-Optimization เป็นแนวทางการผลิตชิปที่รวมเอาวิธีการผลิตเซมิคอนดักเตอร์และการออกแบบชิปเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งตามปกติแล้วทั้งสองส่วนนี้จะเป็นขั้นตอนที่แยกจากกันในการสร้างชิปใหม่ แต่การทำงานไปพร้อมกันจะช่วยให้การออกแบบมีความเหมาะสมมากขึ้น ส่งผลให้มีความเร็วสูงขึ้น ใช้พลังงานน้อยลง และยังช่วยประหยัดต้นทุนได้อีกด้วย
หลังจากนั้นจะเป็นโหนด SF2P+ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มการผลิตจำนวนมากได้ในช่วงปี 2027 ถึง 2028 นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งโหนดที่กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาคือ SF2X ซึ่งจะถูกปรับแต่งให้เหมาะสมสำหรับฮาร์ดแวร์ AI โดยเฉพาะ
Samsung ยังกำลังหาวิธีเพิ่ม SRAM ลงในชิปให้มากขึ้น โดย SRAM ถูกนำมาใช้ในการสร้างรีจิสเตอร์และแคชของ CPU หรือ GPU ซึ่งมีความเร็วสูงมากแต่ก็ใช้พื้นที่มากกว่า DRAM เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น เซลล์ SRAM ทั่วไป (ซึ่งเก็บข้อมูล 1 บิต เช่น 0 หรือ 1) ต้องใช้ทรานซิสเตอร์ถึง 6 ตัว ในขณะที่เซลล์ DRAM ใช้ทรานซิสเตอร์เพียงตัวเดียวเท่านั้น

สำหรับ GPU Nvidia Rubin (ที่ผลิตบนโหนด N3 ของ TSMC) มี SRAM บนชิปขนาด 128MB ในขณะที่ Samsung และ Groq กำลังร่วมกันพัฒนาเครื่องเร่งความเร็ว LLM ที่จะมี SRAM มากกว่า 500MB บนโหนด 4nm รุ่นเก่า
นอกจากนี้ Rebellions ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Samsung ยังได้เปิดตัวเครื่องเร่งความเร็ว AI รุ่น REBEL-100 ซึ่งปัจจุบันผลิตบนโหนด 4nm ของ Samsung เช่นกัน
หลังจากยุค 2nm ทาง Samsung จะเปลี่ยนผ่านไปสู่โหนดขนาด 1.4nm โดยเริ่มจาก SF1.4 ซึ่งมีกำหนดการผลิตจำนวนมากในปี 2029 และจะตามมาด้วย SF1.4+ ในปี 2030 ทั้งนี้เดิมที SF1.4 ถูกกำหนดไว้ในปี 2027 แต่ไทม์ไลน์ได้ถูกเลื่อนออกไปเมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้านี้
ที่มา: GSMArena
