Instagram เปลี่ยนโลโก้ใหม่ จนกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ โดยมีการกล่าวหาว่าสาเหตุที่ต้องเปลี่ยนเพราะคน Gen Z อ่านตัวอักษรเขียนแบบประดิษฐ์ไม่เป็น
Instagram เปลี่ยนโลโก้ใหม่ จนเป็นดราม่า ชาวเน็ตล้อ “Gen Z อ่านไม่ออก”
Instagram ได้เปลี่ยนโลโก้ตัวอักษรใหม่ ซึ่งมีรายงานว่าชาวเน็ตส่วนใหญ่ ไม่ค่อยพอใจกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เนื่องจากตัวอักษรแบบใหม่ดูจืดชืด และเข้ามาแทนที่ดีไซน์แบบตัวเขียนเดิมที่เคยใช้มาอย่างยาวนาน
ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ เหล่านักเลงคีย์บอร์ดต่างมองหาใครสักคนที่ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ และเป้าหมายก็ตกเป็นของคน Gen Z โดยมีการอ้างว่าสาเหตุที่ Instagram ต้องเปลี่ยนโลโก้เป็นเพราะคน Gen Z อ่านตัวอักษรเขียน ไม่เป็น

โดยมีผู้ใช้ X รายหนึ่งอ้างว่า “ถ้าคุณสงสัยว่าทำไม Instagram ถึงเปลี่ยนโลโก้ในวันนี้ เป็นเพราะโรงเรียนเลิกสอนเขียนตัวบรรจงเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว ทำให้คน Gen Z อ่านไม่ออก” ขณะที่คนอื่น ๆ ก็ร่วมผสมโรงเยาะเย้ย โดยบางคนระบุว่า “Gen Z คิดว่ามันเป็นแค่รอยขีดเขียนประหลาด ๆ” และบางคนก็บ่นว่า “ไม่น่าเชื่อว่าการเขียนตัวบรรจงจะกลายเป็นศิลปะที่สาบสูญไปแล้ว”
If you’re curious why Instagram changed their wordmark today, it’s because schools stopped teaching cursive ~10 years ago so GenZ+ can’t read it pic.twitter.com/IstbVomTFL
— aneri (@0xaneri) August 14, 2026
เสียงสะท้อนจากคน Gen Z ตัวจริง
ผู้เขียนบทความบนเว็บไซต์ CreativeBloq ที่เป็น Gen Z รู้สึกไม่พอใจกับข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างมาก โดยระบุว่าตนเองเกิดในปี 2000 และสามารถอ่านตัวเขียนได้ปกติ และไม่ได้ใช้เวลาหลายชั่วโมงในชั้นเรียนเขียนตัวบรรจงตอนประถมเพื่อมาถูกตราหน้าว่าอ่านไม่ออก
นอกจากนี้โลโก้ใหม่ของ Instagram ก็ยังคงเป็นฟอนต์ตัวเขียนแบบประดิษฐ์ เพียงแต่มีความสามารถในการอ่านที่ลดลง และดูไม่ปกติเท่านั้น
ความจริงแล้วโลโก้ใหม่ของ Instagram ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อคนรุ่น Gen Z แต่เป็นเพียงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการรีเฟรชภาพลักษณ์ของแบรนด์เท่านั้น
หลายคนพยายามหาเหตุผลที่ลึกซึ้งกว่านั้นมาอธิบายการรีแบรนด์ครั้งนี้ เพื่อให้ดูสมเหตุสมผลกับความไม่ชอบของพวกเขา แต่ความจริงนั้นเรียบง่ายมาก คือแบรนด์เริ่มดูเก่า และจืดชืด ซึ่งปฏิกิริยาที่มีต่อโลโก้ใหม่นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่กว้างกว่า นั่นคือการต่อต้านการรีแบรนด์ในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องของงานดีไซน์เพียงอย่างเดียว แต่ผู้คนเริ่มเบื่อหน่ายกับการรีดีไซน์ที่ว่างเปล่า และโหยหาการรีแบรนด์ที่มีจุดประสงค์ชัดเจนมากกว่านี้
ที่มา: Creative Bloq
