Nothing Phone (3) สมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นล่าสุด ชูจุดเด่นดีไซน์โปร่งใสอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมฟีเจอร์ AI อัจฉริยะ Essential Space และระบบไฟ Glyph Matrix รุ่นใหม่
Nothing Phone (3) สมาร์ตโฟนเรือธงที่สร้างมาเพื่อคนที่ไม่อยากเหมือนใคร
Nothing Phone (3) สมาร์ตโฟนเรือธง ชูจุดเด่นดีไซน์โปร่งใสอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมฟีเจอร์ AI อัจฉริยะ Essential Space และระบบไฟ Glyph Matrix รุ่นใหม่
Nothing เปิดตัว Phone (3) สมาร์ตโฟนเรือธงที่สะท้อนแนวคิดการสร้างเทคโนโลยีที่สะท้อนตัวตนและจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ โดยผสานงานออกแบบจากกรุงลอนดอน ประสิทธิภาพระดับแฟลกชิป และประสบการณ์การใช้งานผ่าน Nothing OS เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

ตัวเครื่องยังคงเอกลักษณ์ดีไซน์โปร่งใส พร้อมระบบ Glyph Matrix รุ่นใหม่ที่เปลี่ยนด้านหลังของสมาร์ตโฟนให้เป็นพื้นที่สื่อสาร และฟีเจอร์ AI ที่ทำงานอยู่เบื้องหลังเพื่อช่วยให้การใช้งานในชีวิตประจำวันง่ายขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
ฟีเจอร์ AI สุดคูลกับพื้นที่อัจฉริยะ Essential Space
Nothing ได้พัฒนา Essential Space พื้นที่อัจฉริยะที่ทำหน้าที่เสมือน Second Memory ของผู้ใช้งาน โดยจะรวบรวมข้อมูลสำคัญ เช่น ภาพ หน้าจอ บันทึกเสียง โน้ต และรายละเอียดการประชุมไว้ในที่เดียว จากนั้น AI จะช่วยวิเคราะห์ จัดหมวดหมู่ สรุปสาระสำคัญ และสร้าง Action Items ให้โดยอัตโนมัติ

นอกจากนี้ยังมี Essential Key ปุ่มเฉพาะบนตัวเครื่องสำหรับเรียกใช้งาน AI ได้ทันที โดยสามารถกดหนึ่งครั้งเพื่อบันทึกหน้าจอ กดค้างเพื่อบันทึกเสียงหรือไอเดีย และกดสองครั้งเพื่อเข้าสู่ Essential Space โดยไม่ต้องสลับแอปไปมา
อีกหนึ่งฟีเจอร์คือ Essential Voice ที่ช่วยให้การจดบันทึกง่ายขึ้น โดยระบบสามารถถอดเสียงที่รองรับมากกว่า 100 ภาษา พร้อมสรุปใจความสำคัญและจัดเก็บเข้าสู่ Essential Space โดยอัตโนมัติ
Playground พื้นที่สะท้อนตัวตนและ Glyph Matrix
Phone (3) มาพร้อม Playground พื้นที่ที่เปิดให้ผู้ใช้ปรับแต่งประสบการณ์การใช้งานได้อย่างอิสระ ตั้งแต่การสร้าง Widgets ด้วย AI การเลือก Presets เพื่อเปลี่ยนหน้าตาของระบบ ไปจนถึงการจัดวางองค์ประกอบให้สอดคล้องกับสไตล์ของแต่ละคน

สำหรับ Glyph Matrix เป็นระบบไฟ micro-LED รุ่นใหม่ที่พัฒนาต่อยอดจาก Glyph Interface ให้แสดงข้อมูลได้หลากหลายยิ่งขึ้น เช่น การแจ้งเตือน สายเรียกเข้า ตัวจับเวลา ระดับเสียง สถานะแบตเตอรี่ และการนับถอยหลังสำหรับการถ่ายภาพ รวมถึงมี Glyph Toys ลูกเล่นอินเทอร์แอ็กทีฟเพื่อเพิ่มความสนุกในการใช้งาน
ในด้านเสียง Phone (3) เชื่อมต่อกับระบบนิเวศของ Nothing ผ่านแอป Nothing X ที่ให้ผู้ใช้สร้าง ปรับแต่ง และแชร์ EQ Profile ร่วมกับคอมมูนิตี้ได้อย่างอิสระ
งานคราฟต์จากลอนดอนและสเปกเรือธงจัดเต็ม
ดีไซน์ของ Phone (3) ยึดแนวคิด Crafted in London ที่ผสมผสานความเรียบง่ายกับรายละเอียดเชิงวิศวกรรม โดยใช้เฟรมอะลูมิเนียมรีไซเคิล และกระจก Corning Gorilla Glass พร้อมมาตรฐานกันน้ำและฝุ่นระดับ IP68
ด้านประสิทธิภาพ ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 8s Gen 4 พร้อมหน้าจอ Flexible AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด 1.5K Adaptive Refresh Rate 120Hz ความสว่างสูงสุด 4,500 nits รองรับ HDR

สำหรับการถ่ายภาพ มาพร้อมกล้องความละเอียด 50 ล้านพิกเซลทั้ง 4 ตัว (กล้องหลัก, Periscope Telephoto ซูมออปติคัล 3 เท่า, Ultra-wide และกล้องหน้า) พร้อม TrueLens Engine รุ่นล่าสุด รองรับการบันทึกวิดีโอ 4K Ultra XDR 60fps ทุกเลนส์
แบตเตอรี่ความจุ 5,150mAh รองรับชาร์จเร็ว 65W, ชาร์จไร้สาย 15W และ Reverse Wireless Charging โดยจะได้รับการอัปเดต Android นาน 5 ปี และแพตช์ความปลอดภัยนาน 7 ปี
ราคาและโปรโมชันในประเทศไทย

Nothing Phone (3) มีให้เลือก 2 สี คือ Black และ White โดยวางจำหน่ายในประเทศไทย 2 รุ่น ดังนี้:
- รุ่น 12GB + 256GB: ราคา 23,999 บาท (จากปกติ 27,999 บาท)
- รุ่น 16GB + 512GB: ราคา 26,999 บาท (จากปกติ 30,999 บาท)
พิเศษระหว่างวันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2569 เมื่อซื้อผ่านร้านค้าที่ร่วมรายการ รับฟรี Exclusive Gift Set มูลค่ารวม 3,787 บาท (Nothing Cap, Nothing Thermal Cup และ Nothing Crossbody Bag)
Nothing ยังตั้งเป้าเพิ่มจุดจำหน่ายในไทย 5 เท่าภายในปี 2026 ผ่านพันธมิตรชั้นนำอย่าง Banana, Dotlife, Power Buy และ True รวมถึง Lazada, Shopee และ TikTok Shop พร้อมศูนย์บริการหลังการขายกว่า 10 แห่ง และบริการส่งซ่อมผ่าน 7-Eleven ทั่วไทย
ที่มา: Nothing
