in ,

โซนี่ไทยเปิดตัว FX3 เสริมทัพกล้องฟูลเฟรมในตระกูล Cinema Line

กล้อง Full Frame รุ่นใหม่อย่าง Sony FX3 กล้อง Cinema Line ความละเอียด 10.2 ล้านพิกเซล มาพร้อมระบบกันสั่นแบบออปติคอล ขนาดเล็ก พกพาสะดวก ค่าตัว 134,900 บาทไทย

SONY ประเทศไทยเปิดตัวกล้องฟูลเฟรม FX3 เอาใจคนทำ Cenimatic

อัดแน่นเทคโนโลยีเพื่อการถ่ายภาพ และการสร้างสรรค์วิดีโอในรูปแบบ Cinematic
ได้อย่างอิสระในทุกจินตนาการ ตอบโจทย์การใช้งานสุดคล่องตัวด้วยขนาดกะทัดรัด และน้ำหนักเบา

  • เซ็นเซอร์รับภาพตัวใหม่แบบ Full Frame Black-illuminated Exmor R™ CMOS ความละเอียดภาพ 10.2 ล้านพิกเซล และระบบประมวลผลภาพอันทรงพลังอย่าง BIONZ XR™
  • ความไวแสงสูงพิเศษกับช่วง ISO ที่ขยายได้ถึง 409,600 สำหรับสภาพที่แสงน้อยมาก และช่วงไดนามิกกว้างถึง 15+ สต็อป
  • โปรไฟล์สี S-Cinetone ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศาสตร์แห่งสีของกล้องภาพยนตร์ดิจิทัล VENICE และมีอยู่ใน FX9 และ FX6 Cinema Line รวมถึงรองรับการบันทึกวีดีโอที่มีความละเอียดของภาพระดับ 4K/120fps
  • การออกแบบตัวเครื่องให้มีขนาดกะทัดรัด และน้ำหนักเบา พร้อมความสามารถในการใช้งานสูงสำหรับการถ่ายภาพในขณะที่กล้องอยู่ในมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ใช้ Gimbal และ โดรน เป็นต้น
  • Multi-thread (1/4-20 UNC) ทำให้ง่ายต่อการติดตั้งอุปกรณ์เสริม
  • ชุดด้ามจับ XLR แบบถอดได้ พร้อมช่องเสียบ XLR/TRS ขนาดมาตรฐาน 2 ช่อง
  • ระบบป้องกันภาพสั่นไหวด้วย Active Mode รวมถึงสามารถรองรับการถ่ายภาพเคลื่อนไหวโดยที่มือถือกล้องได้เป็นอย่างดี
  • ระบบ Fast Hybrid Auto Focus, Touch Tracking และ Real-time Eye AF แบบเดียวกับที่ใช้ในกล้อง Alpha™
  • รองรับการบันทึกที่มีความละเอียด 4K/60P อย่างต่อเนื่อง ผสานการทำงานร่วมกับระบบระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพและพัดลมระบายความร้อนในตัวกล้อง

(กรุงเทพฯ / 11 มี.ค. 2564) – บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เปิดตัวกล้อง Sony FX3 (ชื่อรุ่น ILM-FX3) ซึ่งเป็นกล้องวิดีโอฟูลเฟรมรุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูล Cinema Line ที่รวมเอาสุดยอดเทคโนโลยีจาก โรงภาพยนตร์ชั้นนำผสานเข้ากับคุณสมบัติการถ่ายภาพขั้นสูงจากกล้อง Alpha™ เข้าไว้ด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ ความสามารถในการโฟกัสขั้นสูง ที่มาพร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคอล อีกทั้งยังถูกออกแบบมาให้สามารถถ่ายภาพด้วยมือได้อย่างลงตัว รวมถึงมีระบบกระจายความร้อนขั้นสูง เพื่อรองรับการบันทึกที่ยาวนาน ด้วยการออกแบบตัวกล้องที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด น้ำหนักเบา ทำให้กล้อง Sony FX3 สามารถตอบโจทย์ครีเอเตอร์ รุ่นใหม่ที่ต้องการสร้างสรรค์ผลงานที่หลากหลายให้มีความโดดเด่นได้อย่างครอบคลุม

สร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบภาพยนตร์

ด้วยเซ็นเซอร์รับภาพตัวใหม่แบบ Full Frame Black-illuminated Exmor R™ CMOS ที่มีความละเอียดภาพ 10.2 ล้านพิกเซล สำหรับการบันทึกภาพเคลื่อนไหว และให้ความละเอียดภาพ 12.1 ล้านพิกเซล สำหรับการบันทึกภาพนิ่งที่มีอยู่ในกล้อง FX3 ผสานการทำงานร่วมกับระบบประมวลผลภาพอันทรงพลัง อย่าง BIONZ XR™ เพื่อให้แน่ใจว่ามีค่าความไวแสงสูงและสัญญาณรบกวนต่ำ มาพร้อมความไวแสง ISO มาตรฐาน 80 ถึง 102,400 สามารถขยายได้ถึง 409,600 สำหรับการถ่ายทำภาพยนตร์ โดยให้ช่วงไดนามิกกว้างถึง 15+ สต็อป

ในขณะเดียวกันกล้อง FX3 ยังช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างรูปลักษณ์แบบภาพยนตร์ได้ โดยไม่ต้องรอหลังการถ่ายทำ โดยใช้ S-Cinetone ที่สามารถนำเสนอศาสตร์แห่งสี ในโรงภาพยนตร์ได้อย่างลงตัว ทั้งยังได้รับแรงบันดาลใจมาจากกล้อง VENICE ซึ่งเป็นกล้องเรือธงในตระกูล Cinema Line จากโซนี่ โดย S-Cinetone จะช่วยถ่ายทอดการสร้างโทนสีผิวที่เป็นธรรมชาติ และการแสดงออกทางใบหน้าที่สมจริงให้เข้าถึงการถ่ายทอดอารมณ์ได้สูงสุดตามวิสัยทัศน์ของนักสร้างสรรค์ รวมถึงสีที่นุ่มนวล และไฮไลท์ที่เรียบเนียนซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการรับชมภาพยนตร์ ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถรองรับการบันทึกวิดีโอที่มีความละเอียดของภาพระดับ 4K ที่ 120 เฟรมต่อวินาที โดยให้ภาพแบบสโลว์โมชั่นที่นุ่มนวลเป็นพิเศษสูงสุด 5x ที่ความละเอียด QFHD (3840 x 2160) พร้อมโฟกัสอัตโนมัติที่มอบความแม่นยำอย่างสูงสุด

ออกแบบมาเพื่อการถ่ายภาพที่สะดวกสบาย

กล้อง FX3 ได้รับการออกแบบมาให้มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา รวมถึงโครงสร้างด้านนอกทำมาจากแมกนีเซียมอัลลอยด์ที่มีความแข็งแรง และทนทาน ด้วยขนาดเพียง 77.8 มม. X 129.7 มม. X 84.5 มม. น้ำหนักเพียง 715 กรัม ช่วยให้พกพาได้สะดวก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการถือกล้องถ่ายด้วยมือโดย ไม่ใช้ Gimbal และถ่ายจากโดรน ในขณะที่อุปกรณ์เสริมอย่าง Grip กล้องถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้มีความยืดหยุ่นและความสะดวกสบายสูงสุดสำหรับการถ่ายภาพระยะไกล

นอกจากนี้ ยังเพิ่มความคล่องตัว และประสิทธิภาพให้กับตัวกล้อง FX3 ด้วยการออกแบบให้ด้านบน และด้านข้างของตัวกล้องมีช่อง Tripod Mount แบบ 1/4-20 UNC มาให้ถึง 5 จุด เพื่อให้สำหรับติดตั้ง ด้ามจับ หรืออุปกรณ์เสริมอื่นๆได้โดยตรง ทำให้ง่ายต่อการพกพา ยิ่งไปกว่านั้นตัวกล้องยังมีด้ามจับ XLR Handle ซึ่งทำให้การถ่ายภาพในมุมต่ำทำได้ง่ายและคล่องตัว โดยด้ามจับนี้ยังมาพร้อมขั้วต่อคอมโบ XLR/TRS จำนวน 2 ตัว ซึ่งสามารถบันทึกเสียงดิจิทัลแบบ 4 Channel 24 bit ได้ โดยไม่ต้องใช้เครื่องบันทึกภายนอก มาพร้อมกับ Built-in XLR / 1/4″ TRS Adapter รวมถึงยังมีรูเกลียวสำหรับเสียบ XLR Handle ขนาดมาตรฐาน 2 ช่อง เพื่อใช้ยึดเข้ากับตัวกล้องอย่าง แน่นหนาผ่าน Multi Interface Shoe(MI) บนตัวกล้อง เพื่อการใช้งานที่สะดวกสบาย และมั่นคงยิ่งขึ้น และมีรูเกลียวเพิ่มเติมมาให้อีกหลายจุดบนตัวกล้อง และด้ามจับสำหรับยึดอุปกรณ์เสริมเพิ่มเติม และสามารถช่วยรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ รวมถึงปรับการใช้งานได้หลายรูปแบบ โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งอุปกรณ์เสริมเคส กล้องอีกด้วย ในขณะเดียวกัน XLR Handle สามารถ input เสียงผ่าน XLR/TRS ทั้งสองช่องทางไปยัง FX3 ด้วยไมโครโฟน XLR ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมที่สามารถถ่ายโอนข้อมูลเสียงดิจิทัลไปยังกล้องได้โดยตรงเพื่อให้ได้เสียงคุณภาพสูง

ยิ่งไปกว่านั้นกล้อง FX3 ยังมาพร้อมขุมพลังของระบบ Fast Hybrid Auto Focus และ Phase Detection จำนวน 627 จุด จะตรวจจับและรักษาโฟกัสได้อย่างแม่นยำ และราบรื่นในระหว่างการบันทึกภาพยนตร์ ผสานการทำงานร่วมกับระบบ Touch Tracking ด้วยการแตะวัตถุที่ต้องการบนหน้าจอมอนิเตอร์ระบบก็จะเริ่มโฟกัสและติดตามวัตถุนั้นทันที รวมถึงการทำงานของระบบ Real-Time Eye AF สามารถทำงานได้อย่างแม่นยำ โดยระบบจะสามารถตรวจจับดวงตาของตัวแบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในระยะชัดตื้นหรือการถ่ายภาพที่มีอัตราเฟรมสูง โดยสามารถตรวจจับดวงตาแม้ในขณะที่วัตถุกำลังมองลงหรืออยู่ในมุมที่สูงชัน นอกจากนี้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งการตั้งค่า AF Transition Speed และ AF Subject Shift Sensitivity ได้ตามความต้องการอีกด้วย

ในขณะเดียวกันกล้อง FX3 ยังมาพร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวภายในตัวกล้องแบบ 5 แกน ผสานการทำงานร่วมกับ Gyro Sensor ทำให้สามารถรองรับการถ่ายภาพในขณะที่กล้องอยู่ในมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสามารถใช้งานร่วมกับเลนส์ E-Mount ที่ไม่มีระบบป้องกันการสั่นไหวในตัวได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ตัวกล้องยังมี Active Mode ซึ่งเป็นระบบป้องกันภาพสั่นไหว สำหรับรองรับการถ่ายภาพหรือวิดีโอขณะที่กล้องอยู่ในมือได้อย่างราบรื่นหรือสามารถถ่ายวิดีโอขณะที่เคลื่อนไหวได้อย่างยอดเยี่ยมแม้จะไม่มี Gimbal ก็ตาม เมื่อใช้งานร่วมกับซอฟต์แวร์ Sony’s Catalyst Browse / Prepare หรือCatalyst Edit ที่จะมีโซลูชั่นระบบป้องกันภาพสั่นไหวเพิ่มเติม โดยใช้ประโยชน์จากข้อมูล Metadata การสั่นของกล้อง เพื่อปรับเสถียรภาพของภาพให้มีความแม่นยำยิ่งขึ้น

ความสามารถในการใช้งานสำหรับผู้สร้างสรรค์เนื้อหา

  • ความสามารถในการใช้งาน
    กล้อง FX3 ยังได้รับการจัดวางตำแหน่งของ Grip และปุ่มอย่างพิถีพิถัน เพื่อความมั่นคงและความสะดวกสบายในการใช้งาน โดยจัดให้ปุ่มควบคุมการใช้งานที่ใช้งานบ่อยให้อยู่ที่ด้านบนของกล้อง อาทิ ปุ่ม ISO, ม่านตา และปุ่มปรับสมดุลแสงสีขาว เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อการควบคุมและการใช้งานแบบมืออาชีพ โดยผู้ใช้งานสามารถควบคุมการใช้งานกล้องได้ด้วยมือข้างเดียว นอกจากนี้ยังสามารถกำหนดฟังก์ชั่นการทำงานเองได้ถึง 140 ฟังก์ชั่นให้กับ 15 ปุ่ม เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงาน ยิ่งไปกว่านั้นก้านซูมที่อยู่บริเวณด้านบนของ Grip จะช่วยให้การซูมภาพคมชัด ทำให้การซูมเป็นไปอย่างราบรื่น นอกจากนี้ยังออกแบบให้มีไฟแสดงการทำงานต่างๆอยู่ที่บริเวณด้านหน้า ด้านบน และด้านหลังของกล้อง เพื่อให้ผู้ใช้งานทราบได้ทันทีเมื่อกล้องทำงานอยู่ ในขณะที่จอ LCD แบบสัมผัสปรับมุมได้และสามารถเปิดด้านข้างช่วยให้ใช้งานง่าย สามารถดูจอได้จากทุกมุม แม้จะติดตั้งบน Gimbal ยังมีความไวต่อการสัมผัสเพื่อการใช้งานที่ง่ายดาย อีกทั้งโหมดการรับแสงที่ยืดหยุ่นจะช่วยให้กล้อง FX3 มีการทำงานของสวิตซ์อัตโนมัติและแบบแมนนวลเหมือนกับกล้องซีรี่ย์ FX รุ่นอื่น ๆ เช่นกัน สำหรับรูรับแสง,ความเร็วชัตเตอร์ และ ISO ผู้ใช้จะสามารถตั้งค่าได้อย่างอิสระ ด้วยการกดปุ่มแบบกำหนดเองที่กำหนดไว้สั้น ๆ จะช่วยให้สามารถสลับระหว่างการล็อกหน้าปัดแบบแมนนวล และการกดปุ่มที่กำหนดเองแบบระยะยาวจะช่วยให้สามารถเปิด-ปิดการตั้งค่าอัตโนมัติได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน
  • ความน่าเชื่อถือ
    ด้วยการทำงานของคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่ไม่เพียงแต่ต้องการประสิทธิภาพที่ดีกว่าเพียงอย่างเดียว แต่ยังคงต้องการความน่าเชื่อถือและความทนทานในการทำงานเป็นอย่างมาก ทำให้กล้อง FX3 จึงมาพร้อมระบบระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพและพัดลมระบายความร้อนในตัว ส่งผลให้สามารถรองรับการบันทึก 4K/60P ได้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยไม่ต้องปิดระบบระบายความร้อนและไม่ต้องกังวลว่ากล้องจะหยุดทำงานเพราะความร้อน อีกทั้งพัดลมระบายความร้อนในตัวกล้องยังได้รับการปรับปรุงใหม่ให้การระบาย ความร้อนอย่างประสิทธิภาพสูงอีกด้วย
  • รองรับการใช้งานที่หลากหลาย และความคล่องตัวในการใช้งาน
    ความสามารถของกล้อง FX3 สามารถรองรับการทำงานกับโปรไฟล์ S-Log3 และ S-Gamut3 เพื่อเป็นการไล่ระดับสีที่สมบูรณ์ และข้อมูลโทนสีในแบบ 10-bit 4:2:2 ในรูปแบบ All-Intra จะช่วยในการปรับระดับสีได้ตามต้องการ ซึ่งสามารถบันทึกช่วงไดนามิกสูง และช่วงสีที่กว้างได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ ยังรองรับการบันทึก ในรูปแบบ XAVC S™ และ XAVC SI ในรูปแบบ 4K(QFHD), FHD และ XAVC HS™(MPEG-H HEVC / H.265, 4K เท่านั้น) ยิ่งไปกว่านั้นยังรองรับการบันทึกวิดีโอ 4K/60P ได้ที่ 10-bit 4:2:2 อีกทั้งยังสามารถ Output วิดีโอไปยังอุปกรณ์ภายนอก RAW 16-bit 4.2K โดยผ่านพอร์ต HDMI เต็มรูปแบบได้อีกด้วย

นอกจากนี้กล้อง FX3 ยังช่วยเพิ่มความรวดเร็ว และอิสระในการถ่ายภาพอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยช่องใส่การ์ด CF-Express Type-A แบบคู่ โดยสามารถบันทึกข้อมูลเดียวกันลงในการ์ดทั้งสองพร้อมกันได้ เพื่อเป็นการสำรองข้อมูลและโหมดรีเลย์การบันทึกและสามารถเพิ่มความเร็วในการอ่าน/เขียนข้อมูลได้ โดยจะเปลี่ยนไปใช้การ์ดใบที่ 2 โดยอัตโนมัติ เมื่อการ์ดใบแรกเต็มระหว่างการบันทึก ในขณะที่กล้อง FX3 ยังได้รับการปรับปรุงด้านการเชื่อมต่อขั้นสูง เพื่อตอบโจทย์การทำงานของครีเอเตอร์ในระดับมืออาชีพได้ดียิ่งขึ้น ด้วยตัวกล้องที่รองรับ Wireless LAN ที่เร็วที่สุดด้วยความถี่ 2.4 GHz or 5 GHz รวมถึงรองรับการเชื่อมต่อ LAN ผ่านสาย USB-to-Ethernet Adaptor เท่านั้นยังไม่พอยังรองรับการควบคุมกล้องระยะไกลจาก PC ผ่านแอปพลิเคชั่น Imaging EDGE Mobile ในแท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟน หรือผ่านแอปพลิเคชั่น Imaging EDGE Remote ในคอมพิวเตอร์โดยผ่าน Wi-Fi หรือสามารถเชื่อมต่อ SuperSpeed USB 5Gbps ผ่านสาย USB Type-C™ ที่จะสามารถโอนถ่ายข้อมูลความเร็วสูงสุด หรือระยะไกลได้เป็นอย่างดี

กล้อง FX3 พร้อมวางจำหน่ายในตลาดเมืองไทยในวันที่ 12 มีนาคม ศกนี้ ในราคา 134,990 บาท ผู้สนใจสามารถทดลองประสิทธิภาพของกล้อง FX3 ได้ที่โชว์รูมโซนี่ สโตร์ สาขาสยามพารากอน และโซนี่ สโตร์สาขาเซ็นทรัลพระรามเก้า สอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร. 0-2715-6100 หรือเยี่ยมชม www.sony.co.th

เกี่ยวกับกล้องในกลุ่ม Cinema Line

Cinema Line เป็นซีรี่ส์กล้องระดับมืออาชีพที่มีรูปลักษณ์เหมือนกล้องถ่ายทำภาพยนตร์ ด้วยประสบการณ์อันยาวนานของโซนี่ในการผลิตภาพยนตร์แบบดิจิทัล ทำให้เพิ่มความสามารถในการใช้งานและความน่าเชื่อถือที่ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้สร้างได้อย่างดีเยี่ยม

Cinema Line ประกอบด้วยกล้องถ่ายภาพยนตร์ดิจิทัล VENICE ที่ได้รับการยกย่องเป็นอย่างมากในอุตสาหกรรมการผลิตภาพยนตร์ นอกจากนี้ยังมีกล้องถ่ายรูประดับมืออาชีพ FX9 ซึ่งได้รับความนิยมในการผลิตสารคดีและละคร รวมถึง FX6 สำหรับการถ่ายทำเนื้อหาแนวแอคชั่น และล่าสุด FX3 รุ่นใหม่ซึ่งเป็นกล้องขนาดกะทัดรัดที่สุดในซีรี่ย์นี้จากโซนี่ที่จะเป็นเครื่องมือในการสร้างสรรค์ที่หลากหลายให้กับผู้สร้างทุกประเภท