ใน

iPhone เปียกน้ำ ควรทำอย่างไร – อัปเดต 2026

วิธีดูแล iPhone เปียกน้ำ หรือมีฝุ่น พร้อมขั้นตอนที่ถูกต้อง และข้อควรหลีกเลี่ยง เพื่อป้องกันความเสียหายของอุปกรณ์

iPhone เปียกน้ำ ควรทำอย่างไร

หาก iPhone สัมผัสของเหลว (โดยเฉพาะของเหลวที่ไม่ใช่น้ำเปล่า) ให้ล้างบริเวณที่โดนด้วยน้ำสะอาดทันที จากนั้นเช็ดตัวเครื่องด้วยผ้านุ่มที่ไม่เป็นขุย เช่น ผ้าเช็ดเลนส์

ก่อนเปิดถาดใส่ซิม ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าเครื่องแห้งสนิทแล้ว

วิธีช่วยให้เครื่องแห้งอย่างถูกต้อง:

  • คว่ำด้านพอร์ต Lightning หรือ USB-C ลง
  • เคาะเบา ๆ เพื่อไล่น้ำออกจากภายใน
  • วางไว้ในที่แห้งและมีอากาศถ่ายเท
  • สามารถใช้พัดลมเป่าให้ลมเข้าที่พอร์ตโดยตรงได้

ข้อควรหลีกเลี่ยง

  • ห้ามใช้ความร้อน เช่น ไดร์เป่าผม
  • ห้ามใส่วัตถุ เช่น สำลีก้าน หรือกระดาษ เข้าไปในพอร์ต

หมายเหตุ: iPhone XS, iPhone XS Max, iPhone XR และใหม่กว่าจะมีระบบแจ้งเตือนเมื่อพบความชื้นในพอร์ตเชื่อมต่อ

iPhone แต่ละรุ่น ทนน้ำ ระดับใดบ้าง เช็กที่นี่

หาก iPhone เปียกน้ำสามารถชาร์จได้หรือไม่

หากเครื่องยังมีความชื้นอยู่:

  • ห้ามเสียบสายชาร์จหรือใช้อุปกรณ์เสริม
  • ควรรออย่างน้อย 5 ชั่วโมง หรือจนกว่าเครื่องจะแห้งสนิท

การชาร์จแบบไร้สาย:

  • เช็ดเครื่องให้แห้งก่อน
  • ตรวจสอบว่าไม่มีความชื้นหลงเหลือก่อนวางบนแท่นชาร์จ

หากลำโพงหรือไมโครโฟนเสียงไม่ชัดหลังเปียกน้ำ

อาจเกิดจากน้ำค้างอยู่ภายในพอร์ตลำโพงหรือไมโครโฟน

วิธีตรวจสอบและแก้ไข:

  • วาง iPhone โดยให้ด้านลำโพงคว่ำลงบนผ้านุ่ม
  • ตรวจสอบว่ามีน้ำหยดออกมาหรือไม่
  • ปล่อยให้แห้งตามธรรมชาติจนกว่าน้ำจะระเหยหมด

น้ำที่ค้างอยู่ภายในอาจทำให้คุณภาพเสียงลดลงชั่วคราว

หาก iPhone มีฝุ่นเกาะ ควรทำอย่างไร

กรณีมีฝุ่นหรือสิ่งสกปรก:

  • ใช้ผ้านุ่มที่ไม่เป็นขุยเช็ดทำความสะอาด
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีฝุ่นก่อนเปิดถาดซิม

ข้อควรหลีกเลี่ยง:

  • ห้ามใช้สารเคมีทำความสะอาด
  • ห้ามใช้อากาศอัด (compressed air)

หาก iPhone เสียหายหรือเปิดไม่ติด ควรทำอย่างไร

หาก iPhone เปียกน้ำแล้วมีอาการผิดปกติ เช่น เปิดไม่ติด หน้าจอไม่แสดงผล หรือใช้งานไม่ได้ ให้ดำเนินการดังนี้:

  • หยุดใช้งานทันที และอย่าพยายามเปิดเครื่องซ้ำ
  • ห้ามเสียบสายชาร์จหรือเชื่อมต่ออุปกรณ์ใด ๆ
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเครื่องแห้งสนิทอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  • หากยังเปิดไม่ติด ให้ติดต่อศูนย์บริการหรือผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาต
  • หลีกเลี่ยงการแกะเครื่องเอง เพราะอาจทำให้ความเสียหายรุนแรงขึ้น

เมื่อ iPhone เสียหายจากน้ำ เคลม AppleCare ได้หรือไม่

AppleCare ไม่ครอบคลุมความเสียหายจากน้ำ แต่ถ้าหากมี AppleCare+ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายกรณีเครื่องเสียหายจากอุบัติเหตุ เช่น น้ำเข้าเครื่องได้

สิ่งที่ควรรู้:

  • AppleCare+ ครอบคลุมความเสียหายจากอุบัติเหตุ (รวมถึงของเหลว) โดยมีค่าบริการเพิ่มเติมตามเงื่อนไข
  • สามารถเข้ารับบริการซ่อมหรือเปลี่ยนเครื่องได้ในราคาที่ถูกกว่าการซ่อมปกติ
  • แนะนำให้ติดต่อศูนย์บริการที่ได้รับอนุญาตของ Apple โดยตรง

ข้อแนะนำ:

  • หากเครื่องมีอาการหลังโดนน้ำ ควรรีบตรวจเช็กทันที
  • อย่ารอจนเครื่องเสียหายหนัก เพราะอาจกระทบค่าใช้จ่ายและโอกาสซ่อมได้
ความคิดเห็น - Like เพจ iPhoneMod.net

เขียนโดย Thitirath Kinaret

เต้นท์ iMoD : ป.ตรี วิศวกรรมซอฟต์แวร์ ป.โท บริหารธุรกิจ ม.พายัพ ชอบความสวยงามแบบเรียบง่าย ตามแบบฉบับของ Apple @Contact : facebook.com/tentzy