iPhone แต่ละรุ่น ทนน้ำ ระดับใดบ้าง มาเช็กข้อมูลที่นี่ จะได้ทราบว่า iPhone ที่ใช้งานอยู่ ทนน้ำได้มากน้อยแค่ไหน เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องในการใช้งาน
iPhone แต่ละรุ่น ทนน้ำ ระดับใดบ้าง
ระดับการกันน้ำ
ระดับมาตรฐานการป้องกันน้ำและฝุ่น (IP Rating) ของ iPhone แต่ละรุ่น โดยอ้างอิงมาตรฐาน IEC 60529 ซึ่งระบุความลึกและระยะเวลาที่อุปกรณ์สามารถทนน้ำได้ภายใต้การทดสอบในห้องปฏิบัติการ
| ระดับ IP | ความลึก / เวลา | รุ่น iPhone |
| IP68 | 6 เมตร / 30 นาที | iPhone 17e iPhone 17 iPhone Air iPhone 17 Pro iPhone 17 Pro Max iPhone 16e iPhone 16 iPhone 16 Plus iPhone 16 Pro iPhone 16 Pro Max iPhone 15 iPhone 15 Plus iPhone 15 Pro iPhone 15 Pro Max iPhone 14 iPhone 14 Plus iPhone 14 Pro iPhone 14 Pro Max iPhone 13 iPhone 13 mini iPhone 13 Pro iPhone 13 Pro Max iPhone 12 iPhone 12 mini iPhone 12 Pro iPhone 12 Pro Max |
| IP68 | 4 เมตร / 30 นาที | iPhone 11 Pro iPhone 11 Pro Max |
| IP68 | 2 เมตร / 30 นาที | iPhone 11 iPhone XS iPhone XS Max |
| IP67 | 1 เมตร / 30 นาที | iPhone SE (รุ่นที่ 2) iPhone SE (รุ่นที่ 3) iPhone XR iPhone X iPhone 8 iPhone 8 Plus iPhone 7 iPhone 7 Plus |
การทนน้ำหกใส่ กระเด็นใส่
รุ่น iPhone ที่สามารถทนต่อการโดนน้ำหกใส่โดยไม่ตั้งใจ รวมถึงของเหลวทั่วไป เช่น น้ำอัดลม กาแฟ หรือชา ได้ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับการใช้งานใต้น้ำโดยตรง และควรรีบเช็ดทำความสะอาดทันทีเมื่อโดนของเหลว
| รองรับของเหลวทั่วไป | รุ่น iPhone |
| สามารถทนน้ำอัดลม เบียร์ กาแฟ ชา และน้ำผลไม้ กระเด็นใส่ได้ | iPhone 17e iPhone 17 iPhone Air iPhone 17 Pro iPhone 17 Pro Max iPhone 16e iPhone 16 iPhone 16 Plus iPhone 16 Pro iPhone 16 Pro Max iPhone 15 iPhone 15 Plus iPhone 15 Pro iPhone 15 Pro Max iPhone 14 iPhone 14 Plus iPhone 14 Pro iPhone 14 Pro Max iPhone 13 iPhone 13 mini iPhone 13 Pro iPhone 13 Pro Max iPhone 12 iPhone 12 mini iPhone 12 Pro iPhone 12 Pro Max iPhone SE (รุ่นที่ 2) iPhone 11 iPhone 11 Pro iPhone 11 Pro Max iPhone XS iPhone XS Max iPhone XR |
iPhone กันน้ำได้จริงไหม? สิ่งที่ “ห้ามทำเด็ดขาด” พร้อมวิธีรับมือเมื่อเครื่องเปียกน้ำ
iPhone รองรับการทนน้ำ และน้ำกระเด็น แต่ไม่ใช่อุปกรณ์กันน้ำ 100% การใช้งานผิดวิธีอาจทำให้เกิดความเสียหายได้ และความเสียหายจากของเหลวไม่อยู่ในการรับประกัน
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง เพื่อป้องกันความเสียหายจากของเหลว
- การใช้งาน iPhone ขณะว่ายน้ำหรืออาบน้ำ
- การสัมผัสน้ำแรงหรือแรงดันสูง เช่น ฝักบัว สกีน้ำ เวคบอร์ด เซิร์ฟ เจ็ทสกี
- การใช้งานในห้องซาวน่าหรือห้องอบไอน้ำ
- การจุ่ม iPhone ลงน้ำโดยเจตนา
- การใช้งานในอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม หรือความชื้นสูง
- การทำเครื่องตกหล่นหรือกระแทก
- การแกะเครื่องหรือถอดสกรู
- การสัมผัสสารเคมี เช่น สบู่ สารซักฟอก น้ำหอม โลชั่น ครีมกันแดด น้ำมัน น้ำยาย้อมผม หรือสารตัวทำละลาย
วิธีรับมือเมื่อ iPhone เปียกน้ำ
- หากโดนของเหลวอื่นที่ไม่ใช่น้ำเปล่า ให้ล้างด้วยน้ำสะอาด
- เช็ดเครื่องด้วยผ้านุ่มที่ไม่เป็นขุย เช่น ผ้าเช็ดเลนส์
- ตรวจสอบให้เครื่องแห้งก่อนเปิดถาดซิม
- คว่ำเครื่องให้พอร์ต Lightning หรือ USB-C ลง แล้วเคาะเบา ๆ เพื่อไล่น้ำ
- วางไว้ในที่แห้งและอากาศถ่ายเท หรือใช้พัดลมช่วยเป่า
ข้อควรระวัง
- ห้ามใช้ความร้อน เช่น ไดร์เป่าผม
- ห้ามใส่วัตถุ เช่น สำลีก้าน หรือกระดาษ เข้าไปในพอร์ต
การชาร์จหลังเครื่องเปียก
- ถอดสายทั้งหมดทันที และห้ามชาร์จจนกว่าเครื่องจะแห้งสนิท
- ควรรออย่างน้อย 5 ชั่วโมงก่อนชาร์จผ่านสาย
- หากใช้ชาร์จไร้สาย ต้องเช็ดเครื่องให้แห้งก่อนใช้งาน
กรณีลำโพงหรือไมโครโฟนทำงานผิดปกติ
- วางเครื่องโดยให้ด้านลำโพงคว่ำลงบนผ้า
- รอให้น้ำระเหยออกจนหมด ประสิทธิภาพจะกลับมา
กรณีมีฝุ่นหรือสิ่งสกปรก
- ใช้ผ้านุ่มที่ไม่เป็นขุยเช็ดทำความสะอาด
- ห้ามใช้ลมอัดหรือสารเคมี
สรุป
iPhone ถูกออกแบบให้ “ทนน้ำ” ในระดับหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้งานใต้น้ำโดยตรง การใช้งานอย่างระมัดระวังจะช่วยยืดอายุการใช้งานและลดความเสี่ยงต่อความเสียหายได้
