ผลสำรวจ HERE Technologies ชี้ว่า ผู้ขับขี่รถสองล้อในไทยพึ่งพาระบบนำทางมากขึ้น ไม่ใช่แค่เพื่อความสะดวก แต่เพื่อช่วยทำงาน ส่งของ วางแผนเส้นทาง ลดความล่าช้า และสร้างรายได้ให้มั่นคงขึ้น
ผลสำรวจ HERE Technologies
11 พฤษภาคม 2569, กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – การเดินทางโดยรถจักรยานยนต์ถือเป็นส่วนสำคัญของการคมนาคมและเศรษฐกิจ ในชีวิตประจำวันของคนไทย
ล่าสุด HERE Technologies ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีแผนที่และข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง เปิดเผยผลการศึกษาระดับภูมิภาคเรื่อง “Inside the Two-Wheeler Landscape in APAC: Key Trends and Rider Behaviors”

โดยชี้ให้เห็นว่า ผู้ขับขี่รถสองล้อรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยไม่ได้พึ่งพาระบบนำทางเพียงเพื่อความสะดวกสบายเท่านั้น แต่ยังใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการสนับสนุนการสร้างรายได้ ลดความผิดพลาดในการเลือกเส้นทา และบริหารจัดการงานจัดส่งที่มีข้อจำกัดด้านเวลา ท่ามกลางสภาพแวดล้อมในเมืองที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
การศึกษาครั้งนี้จัดทำขึ้นโดย HERE Technologies และดำเนินการวิจัยโดย Point Consulting บริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์และการวิจัยอิสระ ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า
ผู้ขับขี่ในประเทศไทยมีการพึ่งพาระบบนำทางสูงในด้านประสิทธิภาพการดำเนินงาน
การตระหนักรู้ด้านความปลอดภัย
โดยสำรวจผู้ขับขี่มากกว่า 2,400 ราย ครอบคลุมประเทศจีน อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น ไทย และเวียดนาม ซึ่งรวมถึงผู้ตอบแบบสอบถามจากประเทศไทยจำนวน 401 ราย และความมั่นคงของรายได้ในแต่ละวัน
ผู้ขับขี่ไทยให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพและการตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยในการใช้งานระบบนำทาง
ผู้ขับขี่ไทยที่เข้าร่วมการสำรวจสะท้อนความต้องการฟีเจอร์ระบบนำทางที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพในการทำงานประจำวันอย่างชัดเจน โดยผลการศึกษาพบว่า:
- 32% ให้ความสำคัญกับการวางแผนเส้นทางหลายจุดแวะที่ชาญฉลาดขึ้น (Multi-stop routing)
- 24% ต้องการคำแนะนำเส้นทางที่ช่วยส่งเสริมความปลอดภัยในการขับขี่
- 18% ให้ความสำคัญกับการคาดการณ์เวลาเดินทางถึงที่หมายอย่างแม่นยำ (Estimated Time of Arrival: ETA)
ผลการสำรวจเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของระบบนำทางในประเทศไทยในสองด้านคือการช่วยให้การเดินทางในเขตเมืองที่มีความหนาแน่นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ควบคู่ไปกับการช่วยให้ผู้ขับขี่ลดความเสี่ยงบนท้องถนน
จากผลการสำรวจยังพบว่า ผู้ขับขี่ไทยใช้งานระบบนำทางเสมือนผู้ช่วยในการเดินทางแบบเรียลไทม์ โดยมีการใช้งานแอปพลิเคชันนำทาง อุปกรณ์ GPS และอุปกรณ์ติดตั้งสมาร์ทโฟนอย่างแพร่หลายเพื่อให้สามารถรับคำแนะนำเส้นทางได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ระดับความพึงพอใจสะท้อนถึงการพึ่งพาระบบนำทางอย่างชัดเจน โดย 42% ของผู้ขับขี่ระบุว่ามีความ “พึงพอใจมาก” ต่อการใช้งาน และประเทศไทยมีคะแนนความพึงพอใจต่อระบบนำทางเฉลี่ยอยู่ที่ 8.18 คะแนน
ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและข้อจำกัดของระบบนำทางที่เพิ่มภาระในการทำงานให้กับผู้ขับขี่ ประเทศไทยอยู่ในระดับกลาง่เมื่อเทียบด้านการรับรู้ความปลอดภัยของผู้ขับขีในระดับภูมิภาค
โดยได้รับอิทธิพลจากปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐาน ความหนาแน่นของการจราจร
และสภาพถนนที่หลากหลาย ทั้งนี้ ความท้าทายหลักด้านความปลอดภัยที่พบ ได้แก่:
- 71% ของผู้ขับขี่รู้สึกไม่ปลอดภัยจากปัญหาถนนเป็นหลุมเป็นบ่อหรือพื้นผิวถนนชำรุด
- 69% ระบุว่ารถบรรทุกขนาดใหญ่และรถโดยสารสาธารณะเป็นอันตรายหลักบนท้องถนน
ความเสี่ยงเหล่านี้ยิ่งเพิ่มขึ้นจากข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพของระบบนำทาง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการทำงานประจำวัน ดังนี้:
- 56% ประสบปัญหาความล่าช้าจากการนำทางที่ไม่มีประสิทธิภาพ
- 55% ระบุว่าการคาดการณ์เวลาเดินทางมีความคลาดเคลื่อน
ความท้าทายเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการจัดส่ง โดยเฉพาะในกลุ่มไรเดอร์และผู้ส่งสินค้าที่ต้องพึ่งพาการวางแผนเส้นทางที่คาดการณ์ได้ ระบบนำทางจึงทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการสร้างรายได้
เนื่องจากความผิดพลาดในการนำทางสามารถนำไปสู่การส่งที่ล่าช้า คะแนนรีวิวที่ลดลง
และความผันผวนของรายได้ ทั้งนี้ ยังสะท้อนถึงความต้องการระบบนำทางที่มีความแม่นยำแบบเรียลไทม์ ให้คำแนะนำที่เชื่อถือได้ และสามารถเลือกเส้นทางโดยคำนึงถึงความเสี่ยงบนท้องถนน
ความต้องการระบบนำทางที่ชาญฉลาดและปลอดภัยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ผู้ขับขี่ในประเทศไทยที่เข้าร่วมการสำรวจสะท้อนความต้องการให้มีการพัฒนาความสามารถด้านการวางแผนเส้นทางที่สามารถสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและการลดความเสี่ยง
โดยฟีเจอร์ที่ผู้ขับขี่ต้องการมากที่สุด ได้แก่:
- อันดับ 1: การวางแผนเส้นทางหลายจุดแวะที่ชาญฉลาดขึ้น (32%)
- อันดับ 2: คำแนะนำเส้นทางที่ช่วยส่งเสริมความปลอดภัยในการขับขี่ (24%)
- อันดับ 3: การคาดการณ์เวลาเดินทางถึงที่หมายแบบเรียลไทม์ที่แม่นยำยิ่งขึ้น (18%)
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนถึงความต้องการที่ชัดเจนในการพัฒนาฟีเจอร์หลักของระบบนำทาง
เพื่อเพิ่มความชัดเจน ความสามารถในการคาดการณ์ และสนับสนุนการตัดสินใจบนท้องถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
HERE Technologies: ระบบนำทางต้องช่วยให้ผู้ขับขี่รับมือความเสี่ยงได้ล่วงหน้า
อภิจิต เซนกุปตา ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย ของ HERE
Technologies กล่าวว่า
“ผู้ขับขี่ชาวไทยต้องเผชิญกับความซับซ้อนของการจราจร สภาพอากาศ และสภาพถนนในทุกๆ วัน ระบบนำทางที่ช่วยให้ผู้ขับขี่รับมือความเสี่ยงเหล่านั้นได้ล่วงหน้า มีคุณค่ามากกว่าการช่วยประหยัดเวลาเพียงไม่กี่นาที
โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ระบบนำทางมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับรายได้
การตระหนักด้านความปลอดภัย และประสิทธิภาพในการทำงานประจำวัน
การนำทางแบบเรียลไทม์ที่คำนึงถึงความเสี่ยงจึงมีบทบาทสำคัญ
ในการช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถทำงานได้อย่างมั่นใจและควบคุมสถานการณ์ได้ดียิ่งขึ้น”
ขณะที่ระบบการเดินทางในเขตเมืองของประเทศไทยมีความซับซ้อนมากขึ้น
ความต้องการระบบนำทางที่มีความแม่นยำ คำนึงถึงความปลอดภัย และมีความคุ้มค่าในเชิงเศรษฐกิจจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ยิ่งตอกย้ำบทบาทของระบบนำทางในการสนับสนุนประสิทธิภาพของผู้ขับขี่และการตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน
ขณะที่ระบบการเดินทางในเขตเมืองของประเทศไทยมีความซับซ้อนมากขึ้น
ความต้องการระบบนำทางที่มีความแม่นยำ คำนึงถึงความปลอดภัย
และมีความคุ้มค่าในเชิงเศรษฐกิจจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ยิ่งตอกย้ำบทบาทของระบบนำทางในการสนับสนุนประสิทธิภาพของผู้ขับขี่และการตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน
สำหรับข้อมูลเจาะลึกและรายละเอียดเพิ่มเติมจากผลการศึกษาฉบับนี้ ท่านสามารถเข้าชมรายงานฉบับเต็ม สามารถคลิกลิงค์นี้ได้เลย
ที่มา: HERE Technologies
