ใน

Apple เปิดตัว Siri AI ผู้ช่วยอัจฉริยะยุคใหม่ ฉลาดขึ้น เข้าใจผู้ใช้มากขึ้น และใช้งานได้ทั่วทั้งระบบ

Apple เปิดตัว Siri AI ผู้ช่วยอัจฉริยะยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย Apple Intelligence มาพร้อมความสามารถด้านการสนทนา ความเข้าใจบริบทส่วนตัว การรับรู้สิ่งที่อยู่บนหน้าจอ และการค้นหาข้อมูลจากเว็บแบบเรียลไทม์ พร้อมแอป Siri ใหม่สำหรับเก็บประวัติการสนทนา

Apple เปิดตัว Siri AI ผู้ช่วยอัจฉริยะยุคใหม่ ฉลาดขึ้น เข้าใจผู้ใช้มากขึ้น และใช้งานได้ทั่วทั้งระบบ

Apple เปิดตัว Siri AI อย่างเป็นทางการในงาน WWDC 2026 โดยเป็นการยกเครื่อง Siri ครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรก

Siri AI ถูกสร้างขึ้นบน Apple Intelligence รุ่นใหม่ มาพร้อมความสามารถในการสนทนาแบบเป็นธรรมชาติ เข้าใจบริบทส่วนตัวของผู้ใช้ รับรู้ข้อมูลบนหน้าจอ และเข้าถึงข้อมูลล่าสุดจากเว็บได้แบบเรียลไทม์ โดย Apple ระบุว่านี่คือ Siri เวอร์ชันที่ฉลาดและมีความสามารถมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

Craig Federighi รองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมซอฟต์แวร์ของ Apple กล่าวว่า Siri AI ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาข้อมูลและทำงานต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้นตลอดทั้งวัน ด้วยความสามารถในการเข้าใจบริบทส่วนตัว ค้นหาข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ และทำงานข้ามแอปได้อย่างเป็นธรรมชาติ

 

Siri AI ถูกสร้างใหม่ทั้งหมด

Apple ระบุว่า Siri AI ไม่ใช่เพียงการอัปเกรด Siri เดิม แต่เป็นการสร้างผู้ช่วยอัจฉริยะขึ้นมาใหม่ทั้งหมด Siri AI  สามารถตอบคำถามได้ละเอียดขึ้น สนทนาต่อเนื่องได้เป็นธรรมชาติ และเข้าใจคำถามที่ซับซ้อนมากขึ้น ผู้ใช้สามารถถามคำถามต่อเนื่องจากหัวข้อเดิมได้โดยไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ทุกครั้งเหมือนในอดีต

เข้าใจบริบทส่วนตัวของผู้ใช้

หนึ่งในฟีเจอร์สำคัญของ Siri AI คือ Personal Context Understanding

Siri สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวภายในระบบ เช่น

  • ข้อความใน Messages
  • อีเมลใน Mail
  • รูปภาพใน Photos
  • ข้อมูลจาก Spotlight
  • ข้อมูลจากแอปที่รองรับ

ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้สามารถถาม Siri ว่า

  • ร้านอาหารที่เพื่อนแนะนำไว้คือร้านอะไร
  • เลขยืนยันการจองโรงแรมอยู่ในอีเมลฉบับไหน
  • รูปถ่ายทริปล่าสุดกับครอบครัวอยู่ที่ไหน

Siri จะค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องและแสดงผลให้ทันที

รับรู้สิ่งที่อยู่บนหน้าจอ

Siri AI มาพร้อมความสามารถ Onscreen Awareness

ผู้ช่วยสามารถเข้าใจสิ่งที่กำลังแสดงอยู่บนหน้าจอ และตอบคำถามเกี่ยวกับเนื้อหานั้นได้โดยตรง

ตัวอย่างเช่น หากได้รับข้อความชวนไปงานปาร์ตี้แบบ Potluck ผู้ใช้สามารถถาม Siri ว่าควรนำอาหารอะไรไปดี จากนั้นสั่งให้ Siri เพิ่มสูตรอาหารลงในแอป Notes ได้ทันที

ค้นหาข้อมูลจากเว็บได้โดยตรง

Siri AI สามารถเข้าถึงข้อมูลล่าสุดจากเว็บในหัวข้อต่าง ๆ ได้โดยตรง

ผู้ใช้สามารถถามคำถามทั่วไป เช่น

  • สุริยุปราคาครั้งถัดไปเกิดขึ้นเมื่อใด
  • ศิลปินคนโปรดจะมีคอนเสิร์ตเมื่อไร
  • ข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับหัวข้อที่สนใจ

Siri จะค้นหาข้อมูลและสรุปคำตอบให้อย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมรองรับการถามต่อเนื่องได้ทันที

ทำงานข้ามแอปได้มากขึ้น

Apple เพิ่ม Systemwide App Actions ให้ Siri AI

Siri สามารถดำเนินงานข้ามหลายแอปได้ เช่น

  • เขียนอีเมลใหม่
  • แก้ไขรูปภาพ
  • แชร์รูปภาพ
  • สร้างโน้ต
  • จัดการเอกสาร

ทั้งหมดสามารถทำได้ผ่านคำสั่งเสียงหรือข้อความสนทนากับ Siri โดยตรง

เรียกใช้งาน Siri AI ได้หลายวิธี

บน iPhone ผู้ใช้สามารถเรียก Siri ได้ผ่าน

  • คำสั่ง “Hey Siri”
  • ปุ่มด้านข้างเครื่อง
  • ปัดลงจาก Dynamic Island

บน iPad และ Mac Siri AI ถูกผสานเข้ากับ Spotlight ทำให้สามารถค้นหาคำตอบสำหรับคำถามได้แทบทุกเรื่องจากช่องค้นหาเดียว

นอกจากนี้ยังรองรับการคลิกขวาที่รูปภาพ ไฟล์ หรือข้อความบนหน้าจอ เพื่อถาม Siri เกี่ยวกับเนื้อหานั้นได้ทันที

Apple Vision Pro ได้ประโยชน์เต็มรูปแบบ

บน Apple Vision Pro Siri AI ถูกออกแบบให้เข้ากับระบบ Spatial Computing

ผู้ใช้สามารถวางหน้าต่าง Siri แบบสามมิติไว้ที่ใดก็ได้ในพื้นที่การใช้งาน และเรียกใช้งานเพียงแค่มองไปที่ Siri แล้วเริ่มพูดคุย

รองรับ Apple Watch, AirPods และ CarPlay

Siri AI ทำงานร่วมกับอุปกรณ์ Apple ได้อย่างครอบคลุม

อุปกรณ์ที่รองรับประกอบด้วย

  • iPhone
  • Apple Watch
  • AirPods
  • CarPlay
  • iPad
  • Mac
  • Apple Vision Pro

บน Apple Watch ผู้ใช้สามารถเริ่มสนทนากับ Siri ได้จากข้อมือ และ Smart Stack ยังสามารถแนะนำให้กลับไปสนทนาต่อจากบทสนทนาล่าสุดได้อัตโนมัติ

สร้างใหม่บนสถาปัตยกรรม Apple Intelligence

Apple เปิดเผยว่า Siri AI ถูกสร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรม Apple Intelligence รุ่นใหม่

ระบบใช้ทั้ง

  • Apple Foundation Models บนอุปกรณ์
  • Private Cloud Compute บนคลาวด์

Apple ยืนยันว่าข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้จะไม่ถูกจัดเก็บหรือเปิดเผยต่อ Apple เมื่อมีการประมวลผลผ่าน Private Cloud Compute และยังเปิดให้ผู้เชี่ยวชาญภายนอกตรวจสอบระบบได้อย่างต่อเนื่อง

ปรับปรุงการพิมพ์ด้วยเสียงครั้งใหญ่

Apple ยังเพิ่มความสามารถด้านการพิมพ์ด้วยเสียง

โดยฟีเจอร์ใหม่สามารถ

  • ใส่เครื่องหมายวรรคตอนอัตโนมัติ
  • จัดรูปแบบข้อความอัตโนมัติ
  • เพิ่มความแม่นยำในการถอดเสียง
  • รองรับการพูดแบบเป็นธรรมชาติ

ช่วยให้ข้อความที่ได้มีความสมบูรณ์มากขึ้นโดยแทบไม่ต้องแก้ไขเพิ่มเติม

เปิดตัวแอป Siri โดยเฉพาะ

Apple เปิดตัวแอป Siri ใหม่เป็นครั้งแรก

แอปดังกล่าวช่วยให้ผู้ใช้สามารถ

  • ดูประวัติการสนทนา
  • กลับไปอ่านคำตอบเก่า
  • เริ่มบทสนทนาใหม่
  • ซิงก์บทสนทนาผ่าน iCloud

ทำให้สามารถเริ่มสนทนาบน Mac และต่อเนื่องบน iPhone, iPad, Apple Watch หรือ Apple Vision Pro ได้อย่างไร้รอยต่อ

Visual Intelligence ขยายสู่ iPad และ Mac

Apple ขยาย Visual Intelligence ไปยังอุปกรณ์เพิ่มเติม

บน iPhone ความสามารถดังกล่าวถูกผสานเข้ากับ Camera App ผ่านโหมด Siri ใหม่

ผู้ใช้สามารถยกกล้องไปยังสิ่งต่าง ๆ แล้วถาม Siri ได้ทันที เช่น

  • ข้อมูลอาหาร
  • ข้อมูลสถานที่
  • การคำนวณค่าใช้จ่าย
  • การแบ่งบิลผ่าน Apple Cash

บน iPad ระบบถูกผสานเข้ากับ Screenshot ส่วนบน Mac สามารถเรียกใช้งานผ่านคีย์ลัดเฉพาะได้

 

เขียนและแก้ไขข้อความด้วย Siri ได้ทุกที่

Siri AI มาพร้อม Writing Tools รุ่นใหม่

ผู้ใช้สามารถให้ Siri

  • เขียนข้อความจากศูนย์
  • สรุปเนื้อหา
  • ปรับสำนวน
  • เปลี่ยนน้ำเสียง
  • ตรวจสอบไวยากรณ์
  • แก้ไขข้อความ

ได้ในแทบทุกตำแหน่งที่สามารถพิมพ์ข้อความบนระบบได้

Siri เรียนรู้สไตล์การเขียนของผู้ใช้

Apple ระบุว่า Siri AI สามารถเรียนรู้รูปแบบการสื่อสารของผู้ใช้กับแต่ละบุคคลได้

ตัวอย่างเช่น หากผู้ใช้มักส่งอีเมลถึงหัวหน้าในรูปแบบ Bullet Point สั้น ๆ Siri จะใช้รูปแบบเดียวกันเมื่อต้องช่วยร่างอีเมลถึงบุคคลนั้น

นอกจากนี้ Siri ยังสามารถช่วยตรวจสอบและปรับปรุงข้อความขณะพิมพ์ในระบบ รวมถึงในแอปของนักพัฒนาภายนอกจำนวนมากอีกด้วย

อุปกรณ์ที่รองรับ Siri AI

Apple ระบุว่า Siri AI รองรับอุปกรณ์ดังต่อไปนี้

iPhone

  • iPhone 16 ทุกรุ่นขึ้นไป
  • iPhone 15 Pro
  • iPhone 15 Pro Max

iPad

  • iPad mini (A17 Pro)
  • iPad ที่ใช้ชิป M1 หรือใหม่กว่า

Mac

  • Mac ที่ใช้ชิป M1 หรือใหม่กว่า

Apple Vision Pro

  • Apple Vision Pro

Apple Watch

  • Apple Watch Series 10 หรือใหม่กว่า
  • Apple Watch Ultra 2 หรือใหม่กว่า
  • Apple Watch SE 3

โดย Apple Watch ต้องเชื่อมต่อกับ iPhone ที่รองรับ Apple Intelligence อยู่ใกล้เคียงด้วย

 

กำหนดเปิดทดสอบและเปิดใช้งาน

Apple เปิดให้นักพัฒนาทดสอบ Siri AI แล้วตั้งแต่วันนี้ผ่าน Apple Developer Program บน

  • iOS 27
  • iPadOS 27
  • macOS 27
  • visionOS 27

ส่วน watchOS 27 จะเปิดทดสอบในภายหลัง

สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป Siri AI จะเปิดเป็นเวอร์ชัน Beta ภายในปี 2026 โดยเริ่มรองรับภาษาอังกฤษก่อน และจะทยอยขยายไปยังภาษาอื่นเพิ่มเติมในอนาคต

ที่มา: Apple

 

ความคิดเห็น - Like เพจ iPhoneMod.net

เขียนโดย Krongkwun Rithiwong

Love exploring new technology. Decoding the future, one gadget at a time.