in

สิ่งที่คาดว่าจะได้เห็นในงาน Apple Event “Let Loose” ที่จัดขึ้นในวันที่ 7 พ.ค. 2024 นี้

ก่อนที่จะถึงงาน Apple Event “Let Loose” ที่จัดขึ้นวันที่ 7 พ.ค. 2024 เวลา 21.00 น. ประเทศไทยนี้ เรามาชมสิ่งที่คาดว่าจะได้เห็นในงานนี้กันก่อนว่ามีอะไรบ้าง โดยอ้างอิงจากโลโก้ของงานและข่าวลือที่ผ่านมา

สิ่งที่คาดว่าจะได้เห็นในงาน Apple Event “Let Loose” ที่จัดขึ้นในวันที่ 7 พ.ค. 2024 นี้

จากรูปโลโก้งาน Apple Event “Let Loose” ทำให้เราได้รับเบาะแสที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่คาดว่าจะเปิดตัวในงานนี้ ในภาพมีโลโก้หลักเป็นรูป Apple Pencil พร้อมสีสันสดใส และโลโก้ที่มีลวดลายอื่น ๆ พร้อมสีสันด้วยเช่นกัน ซึ่งอาจสื่อถึง Apple Pencil ใหม่, iPad ใหม่ และสีสันของสินค้าใหม่ด้วย มาชมกันเลยว่าสิ่งที่คาดว่าจะได้เห็นในงานนี้มีอะไรบ้าง

1. iPhone 15, iPhone 15 Plus สีใหม่

Apple เคยเปิดตัว iPhone สีใหม่ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนของทุกปี โดย iPhone รุ่นที่เคยเปิดตัวสีใหม่ ได้แก่

จึงเป็นไปได้ว่าในปีนี้ Apple อาจจะเปิดตัว iPhone 15 และ iPhone 15 Plus สีใหม่ในงาน Apple Event “Let Loose” นี้ ซึ่งปัจจุบัน iPhone 15 และ iPhone 15 Plus เป็นสีโทนพาสเทล มี 5 สีด้วยกัน ได้แก่ สีชมพู สีเหลือง สีเขียว สีฟ้า และ สีดำ

ซึ่งสีที่เคยมีใน iPhone รุ่นก่อนหน้านี้และหายไปใน iPhone 15 และ iPhone 15 Plus ก็คือ “สีขาว และสีแดง” จึงคาดว่า Apple อาจนำสีแดงกลับมาเป็นสีพิเศษอีกครั้ง หรือไม่ก็อาจจะเปิดตัวสีใหม่ไปเลย อย่างไรก็ตาม มีรายงานบอกว่า อาจไม่มีสีพิเศษเปิดตัวแล้ว เพราะล่วงเลยช่วงเวลามาแล้ว

2. iPad Pro หน้าจอ OLED

  • ​iPad Pro คาดว่าจะเป็นไฮไลท์เด่นของงาน Apple Event “Let Loose”
  • iPad Pro ลือว่าจะมาพร้อมหน้าจอ OLED ทั้งรุ่น 11.1″, 12.9″ (บางทีก็บอก 13”)
  • มาพร้อมหน้าจอ OLED  ขนาดใหญ่ โดยเทคโนโลยีนี้จะทำให้หน้าจอมีสีดำที่เข้มขึ้น ครอสทราสต์ดีขึ้น สีสันสดใสมากขึ้น และการจัดการพลังงานมีประสิทธิภาพดีขึ้นด้วย
  • Apple จะใช้หน้าจอ OLED ที่ดีที่สุดในตลาด สว่างมากขึ้น แต่ใช้พลังงานน้อยลง แบตเตอรี่ใช้ได้นานขึ้น อัตราการรีเฟรช 120Hz มาพร้อม ProMotion และหน้าจอมีอายุการใช้งานยาวนาน
  • เทคโนโลยีของหน้าจอ OLED นั้นมีพิกเซลที่ควบคุมแยกกันได้ ทำให้เนื้อหาที่มีสีสันแตกต่างกันดูสมจริงมากขึ้น
  • ชิ้นส่วนจอบางลง ทำให้ตัวเครื่องของทั้งสองรุ่นบางลงด้วย คาดว่า iPad Pro 11.1″ หนา 5.1 มม. (เดิม 5.9 มม.) ส่วน iPad Pro 12.9″ หนา 5 มม. (เดิม 6.4 มม.) ซึ่งขนาดโดยรวมใกล้เคียงกับรุ่นปัจจุบัน แต่อาจจะเปลี่ยนแปลงความยาวและความกว้างเพียงเล็กน้อย
  • หน้าจอมีข่าวลืออีกว่า อาจมีตัวเลือกหน้าจอแบบผิวด้าน มีลักษณะคล้ายกับ Nano-Texture ของ Studio Display ช่วยลดแสงสะท้อนได้ดี ลดแสงจ้า รวมถึงแสดงผลได้คมชัด
  • ขอบหน้าจออาจบางลงด้วย 10-15%
  • ชิปประมวลผล ยังไม่แน่ชัดว่า iPad Pro จะใช้ชิป M-Series รุ่นไหน แต่มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะใช้ชิป M4 รุ่นใหม่ที่เน้นด้าน AI แต่บางรายงานเผยว่าอาจจะใช้ชิป M3 ที่เคยเปิดตัวใน Mac ไปแล้ว
  • ชิป M4 ลือว่าจะปรับปรุง Neural Engine เพื่อให้รองรับการประมวลผล AI ที่อาจถูกใส่มาใน iPadOS 18 ถ้า iPad Pro ใช้ชิป M4 ก็ถือเป็นครั้งแรกที่ iPad ได้อัปเกรดชิปรุ่นใหม่ก่อน Mac
  • จากการพบเบาะแสชุดคำสั่งตั้งค่า Face ID ในแนวนอน คาดว่ากล้องหน้าของ iPad Pro จะย้ายไปอยู่ในตำแหน่งแนวนอนเหมือน iPad 10 ช่วยให้การวิดีโอคอลดีขึ้น เมื่อใช้งานร่วมกับคีย์บอร์ด
  • iPad Pro จะรองรับการชาร์จ MagSafe (ไม่แน่ชัดว่าจะเป็นการชาร์จไร้สายด้านหลัง หรือการชาร์จ MagSafe เหมือนกับ MacBook Air)
  • ความจุของ iPad Pro รายงานระบุว่า iPad Pro 11″ และ iPad Pro 12.9″ จะใช้ความจุเริ่มต้น 256GB ทั้งคู่ ซึ่ง iPad Pro 11″ รุ่นเดิมจะเริ่มที่ 128GB
  • ความจุสูงสุดอาจมากถึง 4TB ดังนั้นความจุอาจจะมีถึง 5 ความจุด้วยกัน 256GB, 512GB, 1TB, 2TB และ 4TB
  • ราคาของ iPad Pro ข่าวลือเผยว่า ราคาจะแพงขึ้น เนื่องจากการอัปเกรดหน้าจอเป็น OLED เคยมีข่าวว่าราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 1,500 ดอลลารร์สหรัฐฯ (ประมาณ 52,000 บาท) แต่บางรายงานระบุว่าอาจจะเริ่มต้นที่ 900 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 32,000 บาท)

3. iPad Air 10.9″ และ iPad Air 12.9″

  • iPad Air รุ่นใหม่นี้จะได้รับการรีเฟรชควบคู่ไปกับ iPad Pro เป็นครั้งแรก
  • ใช้ดีไซน์เดิม ตัวเครื่องหนากว่า iPad Pro และย้ายกล้องหน้าจากด้านบนมาไว้ด้านข้างเหมือน iPad 10
  • ไฮไลท์ของ iPad Air ปีนี้คือ การมาของหน้าจอใหญ่ขนาด 12.9″ ทำให้มี 2 ขนาดหน้าจอ คือ 10.9″ และ 12.9″ ทำให้คนที่อยากได้ iPad หน้าจอใหญ่ ไม่จำเป็นต้องไปซื้อ iPad Pro (เหมือน MacBook Air 15”)
  • iPad Air ทั้งสองรุ่นจะใช้หน้าจอ LCD เพื่อควบคุมเรื่องของต้นทุน แรก ๆ ข่าวลือบอกว่า iPad Air 12.9″ จะใช้หน้าจอ mini-LED แต่สุดท้ายจะใช้ LCD ทั้งคู่
  • อาจใช้ชิปประมวลผล M2 เหมือนกับ iPad Pro รุ่นปัจจุบัน
  • ภาพหลุดที่อ้างว่าเป็น iPad Air ก่อนหน้านี้ ทำให้เห็นกล้องด้านหลังที่มีรูปแบบวงรียื่นออกมา คล้ายการออกแบบที่เห็นในภาพของ iPhone 16
  • Apple อาจเพิ่มตัวเลือกสีใหม่ในโทนพาสเทล สีสันสดใส ตามสไตล์ของ iPad Air

4. Apple Pencil รุ่นที่ 3

  • คาดว่า Apple จะอัปเดต Apple Pencil รุ่นใหม่ สำหรับ iPad Pro และ iPad Air โดยอาจจะใช้ชื่อว่า Apple Pencil 3
  • อาจเรียกว่า Apple Pencil Pro มาแทน Apple Pencil รุ่นที่ 2 เนื่องจากพบชุดคำสั่งเป็นข้อมูลที่พูดถึงการทำงานของ Apple Pencil Pro
  • อาจจะใช้ดีไซน์เดิมเหมือน Apple Pencil 2 แต่มีขนาดเล็กกว่า พื้นผิวเป็นแบบมันวาวเหมือน Apple Pencil 1
  • คาดว่าจะเป็น Apple Pencil ตัวแรกที่มีฟีเจอร์ Haptic Feedback ซึ่งในชุดคำสั่ง iOS 17.5 พบว่ามีท่าทาง “บีบ” ที่สามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้ เช่น เปิดใช้งานเครื่องเครื่องมือ การตั้งค่าต่าง ๆ ในแอป
  • ข่าวลือเผยว่า Apple Pencil 3 ถอดเปลี่ยนหัวแบบต่าง ๆ ได้
  • ข่าวลือเผยว่า จะรองรับการเชื่อมต่อกับแอป Find My ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้ iPhone, iPad ระบุตำแหน่งของ Apple Pencil ได้
  • Apple Pencil 3 จะสามารถทำงานกับ Vision Pro ได้มากขึ้น อาจจะทำงานร่วมกับแอปวาดภาพที่รองรับ Vision Pro
  • คาดว่าจะมีให้เลือกทั้งสีดำและสีขาว

5. Magic Keyboard ใหม่

  • Apple วางแผนยกเครื่อง Magic Keyboard ใหม่ โดยเปลี่ยนกรอบเป็นวัสดุอะลูมิเนียมที่แข็งแรงขึ้น แทนวัสดุโพลียูรีเทนที่ใช้ในรุ่นปัจจุบัน ช่วยให้ทนทาน พรีเมียม รองรับการพิมพ์นาน ๆ
  • ด้วยโครงสร้างอะลูมิเนียม จะทำให้ Magic Keyboard มีลักษณะคล้ายกับ MacBook มากขึ้น ทั้งรูปลักษณ์และฟังก์ชันการทำงาน
  • ดีไซน์ปรับให้ Trackpad ใหญ่ขึ้น มอบประสบการณ์การพิมพ์และการควบคุมเหมือนกับบน MacBook
  • อาจเพิ่มพอร์ต USB-C มากขึ้น
  • อาจปรับการยึดติดกับ iPad ให้มีรูปแบบเหมือนกับ Laptop

6. ปล่อยอัปเดต iOS 17.5 และ iPadOS 17.5

คาดว่าซอฟต์แวร์ iOS 17.5 และ iPadOS 17.5 จะปล่อยอัปเดตควบคู่ไปกับการเปิดตัว iPad รุ่นใหม่ แต่ถ้าหากไม่มีการปล่อยอัปเดตหลังเปิดตัว iPad รุ่นใหม่ ก็คาดว่า Apple จะปล่อยอัปเดตตามมาในอีกไม่กี่สัปดาห์หน้านี้

iOS 17.5 และ iPadOS 17.5 มีไฮไลท์สิ่งใหม่ดังนี้

  • เปิดให้ผู้ใช้ใน EU ดาวน์โหลดแอปผ่านเว็บไซต์ได้
  • เพิ่มหน้า Hello ใหม่ สำหรับ iPhone บางรุ่น
  • นักพัฒนาสามารถเปิดให้ผู้ใช้ใน EU ดาวน์โหลดแอปบนเว็บไซต์ได้ โดยไม่ต้องโหลดผ่าน App Store
  • เพิ่มตัวเลือกในการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว (ผู้ใช้ใน EU) ให้สามารถเปิดอนุญาตดาวน์โหลดแอปผ่านเว็บไซต์, App Marketplace นอกเหนือจาก App Store ได้
  • ดาวน์โหลดแอป NES Emulator ได้
  • แก้ไขข้อความการจำกัดการชาร์จที่ไม่ถูกต้อง (Battery Optimization)
  • แก้ไขค้นหา emoji ด้วยคำว่า “Jerusalem” แล้วจะไม่เจออะไร
  • เพิ่ม Tips การใช้ Tags ในแอป Notes
  • Apple News+ เพิ่มเกม Quartiles Puzzle
  • Widget แอป Podcast จะแสดงสีตามอัลบั้มของเรื่องที่ฟัง
  • เพิ่มการตั้งค่า Game Center สำหรับ News + Puzzles ในการตั้งค่า > News
  • เพิ่มคำแนะนำในการอ่านเนื้อหากีฬาใน News
  • ในการตั้งค่าแอป จะแสดงข้อมูล App Marketplace ว่าแอปตัวนี้ โหลดมาจาก App Store ของ Apple หรือแหล่งโหลดแอปภายนอก (ผู้ใช้ใน EU)
  • “Repair State” ฟีเจอร์ที่ช่วยให้ผู้ใช้ไม่ต้องปิด Find My, Activation Lock ตอนส่งเครื่องเข้ารับบริการ หรือส่งซ่อม
  • เพิ่มเมนู “Remove This Device” ในหน้ารายการอุปกรณ์ในแอป Find My โดยผู้ใช้สามารถแตะเพื่อปรับสถานะให้ iPhone ให้เป็น Repair State ได้

7. อุปกรณ์เสริมอื่น ๆ

Apple ได้รีเฟรชอุปกรณ์เสริมในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยมีสาย Apple Watch และเคส iPhone สีสันสดใสในธีม Spring Collection คาดว่าหลังจบงานอีเว้นท์แล้ว Apple จะเปิดขายเคส iPad สีใหม่ ๆ ด้วยบนเว็บไซต์

8. เปิดขาย Vision Pro ในประเทศอื่น ๆ

ข่าวลือเผยว่า Apple จะขยายการเปิดขาย Vision Pro ไปยังประเทศอื่น ๆ ก่อนงาน WWDC 2024 เช่น สหราชอาณาจักร แคนาดา จีน ฯลฯ ซึ่งอาจจะเป็นในช่วงหลังจบงาน Apple Event “Let Loose” นี้ รอลุ้นว่าจะวางขายในไทยด้วยหรือไม่

ทั้งหมดนี้ก็เป็นคาดการณ์สิ่งที่คาดว่าจะได้เห็นในช่วงของงาน Apple Event “Let Loose” ที่ Apple จะจัดขึ้นในวันที่ 7 พฤษภาคม 2024 เวลา 21:00 น. ตามเวลาประเทศไทย มีรายงานระบุว่างานนี้จะใช้เวลาในการเปิดตัวสินค้าใหม่เพียง 35 นาทีเท่านั้น

สามารถติดตามการถ่ายทอดสดงาน Apple Event “Let Loose” พร้อมบรรยายภาษาไทยจากทีมงาน iMoD ได้ที่ Facebook Fanpage: iMoD ในคืนวันที่ 7 พฤษภาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 20.30 น.เป็นต้นไป

เรียบเรียงข้อมูลจากข่าวลือโดย iMoD และข้อมูลเพิ่มเติม macrumors

ความคิดเห็น - Like เพจ iPhoneMod.net

เขียนโดย Zakura Kim

Bachelor degree of science, Software engineering major, Payap University