Apple ยื่นศาลฎีกาสหราชอาณาจักร เพื่อคัดค้านคำตัดสิน ที่สั่งให้จ่ายเงิน 502 ล้านดอลลาร์ให้แก่ Optis ฐานละเมิดสิทธิบัตร LTE หลังคดีความทางกฎหมายยืดเยื้อมานานตั้งแต่ปี 2019
Apple ยื่นศาลฎีกาสหราชอาณาจักร ค้านคำสั่งจ่ายเงิน 502 ล้านดอลลาร์ให้ Optis คดีสิทธิบัตร LTE
Apple กำลังยื่นคัดค้านคำตัดสินที่บังคับให้ต้องจ่ายเงินจำนวน 502 ล้านดอลลาร์ให้แก่ Optis ฐานละเมิดสิทธิบัตรเทคโนโลยี LTE แต่ขณะนี้ศาลฎีกาของสหราชอาณาจักร (UK Supreme Court) ยังไม่ได้สรุปในคำตัดสินดังกล่าว

การต่อสู้ทางกฎหมายระหว่าง Apple และ Optis ย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงเดือน ก.พ. 2019 และยังไม่มีวี่แววว่าจะสิ้นสุดลงแม้เวลาจะผ่านไปหลายปีแล้วก็ตาม โดย Apple ถูกกล่าวหาว่า ละเมิดสิทธิบัตร LTE ของ Optis ซึ่งนำไปสู่การฟ้องร้องทั้งในสหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา
ประวัติความเป็นมา และการต่อสู้ทางกฎหมาย
ในส่วนของคดีในสหรัฐอเมริกานั้น Apple เป็นฝ่ายชนะคดีโดยสามารถหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าเสียหายจำนวน 300 ล้านดอลลาร์ให้แก่ Optis ได้สำเร็จในเดือนก.พ. 2026, อย่างไรก็ตามผลการฟ้องร้องในสหราชอาณาจักรนั้นยังไม่ชัดเจนเท่าที่ควร
ตามรายงานจาก 9to5Mac และ The Financial Times ระบุว่าขณะนี้ Apple ต้องการให้ศาลฎีกาของสหราชอาณาจักร กลับคำตัดสินของศาลอุทธรณ์ในปี 2023 ที่บังคับให้ Apple ต้องจ่ายเงินให้ Optis จำนวน 502 ล้านดอลลาร์
ในตอนแรก Apple ถูกสั่งให้จ่ายเพียง 56 ล้านดอลลาร์ตามคำตัดสินของศาลสูงในลอนดอน แต่ต่อมาศาลอุทธรณ์ได้เพิ่มจำนวนเงินเป็น 502 ล้านดอลลาร์โดยใช้ข้อตกลงของ Optis กับ Google เป็นเกณฑ์มาตรฐาน และเพิ่มค่าลิขสิทธิ์ย้อนหลังไปจนถึงปี 2013
ข้อโต้แย้ง และการตัดสินของศาลในแต่ละระดับ
อย่างไรก็ตาม Apple อ้างว่าการเพิ่มจำนวนเงินดังกล่าวนั้นเป็นไปอย่าง “ตามใจชอบ” (Arbitrary) และศาลอุทธรณ์ “ตัดสินผิดข้อกฎหมาย” (Erred in law) ซึ่งผลลัพธ์ของคดีในสหราชอาณาจักรยังคงต้องรอติดตามกันต่อไป และคดีนี้อาจลากยาวไปอีกหลายปี
ย้อนกลับไปในปี 2020 ศาลฎีกาของสหราชอาณาจักรเคยตัดสินว่า ศาลอังกฤษสามารถกำหนดอัตราการจ่ายเงินสำหรับสิทธิบัตรทั่วโลกได้แม้ว่าศาลจะพิจารณาได้เฉพาะการละเมิดสิทธิบัตรในสหราชอาณาจักรเท่านั้นซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับ Optis เนื่องจากบริษัทสามารถเรียกค่าเสียหายจาก Apple ได้มากขึ้น

ในเดือน ก.ค. 2021, Optis เคยพยายามบังคับให้ Apple จ่ายค่าเสียหายสูงถึง 7,000 ล้านดอลลาร์พร้อมด้วยอัตราค่าลิขสิทธิ์ทั่วโลก ซึ่ง Apple เรียกค่าธรรมเนียมนี้ว่า “ไม่สามารถยอมรับได้ในเชิงพาณิชย์” และขู่ว่าจะถอนตัวออกจากตลาดสหราชอาณาจักร หากถูกบังคับให้จ่ายเงินจำนวนมหาศาลเช่นนั้น
การกำหนดสิทธิบัตรจำเป็น และผลกระทบต่ออุปกรณ์ Apple
ต่อมาในเดือน มี.ค. 2022 ศาลสูงลอนดอนได้ประกาศว่า Apple ละเมิดสิทธิบัตร 4G จำนวน 2 ฉบับที่ถือครองโดย Optis ซึ่งศาลระบุว่าเป็น “สิทธิบัตรที่จำเป็นต่อมาตรฐาน” (Standard Essential Patents)
Apple พยายามโต้แย้งว่าไม่มีสิทธิบัตรฉบับใดที่เป็นสิทธิบัตรจำเป็น และกล่าวว่าบริษัท ไม่ได้กระทำการละเมิดใด ๆ อย่างไรก็ตามการอุทธรณ์ของ Apple ถูกปฏิเสธในเดือนก.ค. 2023
แทนที่จะเป็นเงิน 7,000 ล้านดอลลาร์ตามที่ Optis เรียกร้อง, ศาลสูงลอนดอนกล่าวว่า Apple ต้องจ่ายเพียง 56.43 ล้านดอลลาร์เท่านั้น อย่างไรก็ตาม Optis ได้ยื่นอุทธรณ์ และประสบความสำเร็จในที่สุด โดยศาลอุทธรณ์ของสหราชอาณาจักรได้สั่งปรับเงินจำนวน 502 ล้านดอลลาร์ในเดือน พ.ค. 2025
จำนวนเงินนี้คิดเป็นเงินก้อนที่ครอบคลุมตั้งแต่ปี 2013 ถึง 2027 และมีจุดประสงค์เพื่อใช้เป็นใบอนุญาตระดับโลกในการใช้สิทธิบัตร LTE ของ Optis ใน iPhone, Apple Watch และอุปกรณ์อื่นๆ
“เรายินดีที่ศาลอุทธรณ์ของสหราชอาณาจักรตระหนัก และแก้ไขคำตัดสินก่อนหน้าที่บกพร่องอย่างชัดเจน และได้มีความคืบหน้าที่สำคัญในการยืนยันมูลค่าที่แท้จริงของสิทธิบัตรของเราต่ออุปกรณ์ของ Apple” โฆษกของ Optis กล่าวกับ AppleInsider ในเวลานั้น
อย่างไรก็ตามในขณะนี้ภาระการตัดสินใจตกอยู่ที่ศาลฎีกาของสหราชอาณาจักรว่าสุดท้ายแล้ว Apple จะต้องจ่ายเงินจำนวนเท่าใดกันแน่
ที่มา: AppleInsider
