Apple เปิดตัว AirTag รุ่นใหม่ ที่มาพร้อมชิป Ultra Wideband รุ่นที่ 2 ช่วยให้การค้นหาตำแหน่งแม่นยำและไกลขึ้นสูงสุด 50% พร้อมลำโพงที่ดังขึ้น 50% และได้ยินไกลขึ้นถึง 2 เท่า รองรับการค้นหาผ่าน Apple Watch และผสานการทำงานกับเครือข่าย Find My รวมถึงฟีเจอร์แชร์ตำแหน่งสิ่งของกับสายการบินอย่างปลอดภัย
Apple เปิดตัว AirTag รุ่นใหม่ ค้นหาง่ายขึ้น ระยะไกลขึ้น 50% เสียงดังขึ้น 50%

ไฮไลท์
- ใช้ชิป Ultra Wideband รุ่นที่ 2 ระบุตำแหน่งแม่นยำขึ้น และค้นหาได้ไกลขึ้นสูงสุด 50%
- ลำโพงใหม่ดังขึ้น 50% และได้ยินไกลขึ้น 2 เท่า ช่วยหาสิ่งของได้ง่ายกว่าเดิม
- รองรับการค้นหาตำแหน่งที่ตั้งจริงผ่าน Apple Watch รุ่นที่รองรับ
- รองรับฟีเจอร์ “แชร์ตำแหน่งที่ตั้งของสิ่งของ” ร่วมกับสายการบินกว่า 50 แห่ง
- เน้นความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย และใช้วัสดุรีไซเคิลตามแนวทาง Apple 2030
Apple เปิดตัว AirTag รุ่นใหม่ อุปกรณ์ติดตามสิ่งของขนาดเล็กที่ได้รับความนิยมทั่วโลก โดยมุ่งเน้นการเพิ่มระยะการค้นหา ความแม่นยำ และประสบการณ์การใช้งานที่สะดวกยิ่งขึ้นผ่านแอป “ค้นหาของฉัน” (Find My)
หัวใจสำคัญของ AirTag รุ่นใหม่นี้คือ ชิป Ultra Wideband รุ่นที่ 2 ซึ่งเป็นชิปเดียวกับที่ใช้ใน iPhone 17, iPhone Air, Apple Watch Ultra 3 และ Apple Watch Series 11 ช่วยให้ฟีเจอร์ “ค้นหาตำแหน่งที่ตั้งจริง” ทำงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งการแสดงภาพ ทิศทาง การสั่น และเสียง นำทางผู้ใช้ไปยังสิ่งของที่หายไปได้ไกลกว่ารุ่นก่อนสูงสุด 50%

นอกจากนี้ AirTag ยังมาพร้อม ชิปบลูทูธที่อัปเกรดใหม่ ช่วยขยายระยะการตรวจจับ และเป็นครั้งแรกที่ผู้ใช้สามารถค้นหา AirTag ผ่าน Apple Watch Series 9 หรือใหม่กว่า และ Apple Watch Ultra 2 หรือใหม่กว่า ได้โดยตรง

ด้านฮาร์ดแวร์ภายใน AirTag ได้รับการออกแบบใหม่ ทำให้ ลำโพงดังขึ้น 50% และสามารถได้ยินเสียงได้ไกลขึ้นถึง 2 เท่า เมื่อผสานกับเสียงรูปแบบใหม่ของฟีเจอร์ค้นหาตำแหน่งที่ตั้งจริง จึงช่วยให้ค้นหาสิ่งของที่อยู่ในมุมอับ เช่น ใต้โซฟา หรือในกระเป๋า ได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น
AirTag ยังคงอาศัยพลังของ เครือข่าย Find My ซึ่งเป็นเครือข่ายอุปกรณ์ Apple ทั่วโลกที่ช่วยระบุตำแหน่งสิ่งของอย่างเป็นส่วนตัว แม้ AirTag จะอยู่นอกระยะของ iPhone ที่จับคู่ไว้ก็ตาม โดยไม่มีการจัดเก็บประวัติตำแหน่งบนอุปกรณ์ และใช้การเข้ารหัสแบบ end-to-end

อีกหนึ่งฟีเจอร์สำคัญคือ การแชร์ตำแหน่งที่ตั้งของสิ่งของ ผู้ใช้สามารถแชร์ตำแหน่ง AirTag กับบุคคลหรือองค์กรที่ได้รับอนุญาต เช่น สายการบิน เพื่อช่วยติดตามสัมภาระที่ล่าช้าหรือสูญหาย โดย Apple เป็นพันธมิตรกับสายการบินกว่า 50 แห่งทั่วโลก ข้อมูลจาก SITA ระบุว่าฟีเจอร์นี้ช่วยลดความล่าช้าของสัมภาระลง 26% และลดกรณีสัมภาระสูญหายจริงได้ถึง 90% การแชร์จะหยุดอัตโนมัติเมื่อพบสิ่งของ หรือหมดอายุภายใน 7 วัน

ในด้านความปลอดภัย AirTag ถูกออกแบบมาเพื่อการติดตามสิ่งของเท่านั้น พร้อมระบบป้องกันการติดตามที่ไม่พึงประสงค์ระดับอุตสาหกรรม เช่น การแจ้งเตือนข้ามแพลตฟอร์ม และการเปลี่ยนหมายเลขระบุบลูทูธเป็นระยะ เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้

Apple ยังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม โดย AirTag รุ่นใหม่ใช้ พลาสติกรีไซเคิล 85%, แร่โลหะหายากรีไซเคิล 100% ในแม่เหล็ก และทองคำรีไซเคิล 100% บนแผงวงจรพิมพ์ บรรจุภัณฑ์ทำจากเยื่อไม้ 100% และสามารถรีไซเคิลได้ทั้งหมด ตัวเครื่องยังคงดีไซน์เดิม ทำให้ใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริม AirTag ที่มีอยู่แล้วได้ทันที
ราคา
- AirTag แพ็ค 1 ชิ้น ราคา 990 บาท
- AirTag แพ็ค 4 ชิ้น ราคา 3,290 บาท
ลิงก์สินค้า: https://www.apple.com/th/shop/buy-airtag/airtag
พวงกุญแจผ้า FineWoven สำหรับ AirTag ราคา 1,490 บาท มีให้เลือก 5 สี

การจำหน่าย
AirTag รุ่นใหม่จะวางจำหน่ายในประเทศไทยเร็ว ๆ นี้ ผ่าน apple.com, แอป Apple Store, หน้าร้าน Apple Store และตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตของ Apple
AirTag ใหม่ต้องใช้กับ iPhone ที่มี iOS 26 หรือใหม่กว่า และ Apple Watch รุ่นที่รองรับฟีเจอร์ค้นหาตำแหน่งที่ตั้งจริงต้องใช้ watchOS 26.2.1 ขึ้นไป
