, , , ,

รีวิว iPhone 8, 8 Plus ชาร์จไร้สายรุ่นแรก ชาร์จไวรองรับ PD กล้องเทพ แรงด้วย CPU แบบมีสมอง


รีวิว Iphone 8

เปิดขายครั้งแรกวันที่ 22 กันยายน 2560 และขายที่ไทยวันที่ 3 พฤศจิกายน ในปีเดียวกัน iPhone 8 และ iPhone 8 Plus นั้นมีความน่าสนใจแค่ไหน ทีมงาน iPhoneMod ได้เครื่องมาทดสอบตั้งแต่วันแรกที่เปิดขาย ผ่านมาถึงวันนี้ก็อยากนำประสบการณ์เหล่านั้นมารีวิวสู่กันฟัง พร้อมแล้วไปกันโลด…

ไฮไลต์ในรีวิว iPhone 8

จุดเด่นสำหรับ iPhone 8, 8 Plus ที่ทีมงานพิจารณาว่า รุ่นนี้มีความโดดเด่นอย่างชัดเจนได้แก่

  1. กล้องอัปเกรดเกินความคาดหมาย ถ่าย Portrait ได้ฉลาดขึ้นกับ Portrait Lighting (ใน iPhone 8 Plus)
  2. ระบบชาร์จไร้สายครั้งแรกของ iPhone
  3. ดีไซน์ฝาหลังด้วยกระจก หวนนึกถึงวันวานกับ iPhone 4
  4. หน่วยประมวลผล A11 Bionic แรงแบบมีมันสมองของ AI ตอบสนองต่อการทำงานที่รวดเร็ว นำ AR มาใช้ในชีวิตประจำวันได้
  5. ชาร์จเร็วด้วย Power Delivery จุแบตเตอรี่เข้าไปครึ่งหนึ่งใน 30 นาที

นี่คือประเด็นหลักๆ ที่ทีมงานประทับใจซึ่งท่านจะได้อ่านรายละเอียดทั้งหมดจากรีวิวด้านล่างต่อไปนี้ครับ

รีวิว iPhone 8 Plus ชาร์จไร้สายรุ่นแรก รองรับ PD กล้องเทพ แรงด้วย CPU แบบมีมันสมอง

Iphone 8 Review 10114252

สเปค

  • ตัวเครื่องและการออกแบบ iPhone 8, iPhone 8 Plus ยังจะใช้การออกแบบเหมือนกับ iPhone 7, iPhone 7 Plus อยู่ โดยหน้าจอยังใช้ขนาด 4.7 นิ้วใน iPhone 8 และ 5.5 นิ้วสำหรับ iPhone 8 Plus และทั้งคู่ยังมีปุ่ม Home และ Touch ID แบบ Solid State เหมือนเดิม เคลือบสี 7 ชั้น เป็นรอยได้ยาก ด้านหลังเป็นกระจกส่วนตัวเคสเครื่องนั้นผลิตจากอะลูมิเนียม 7000 Series
  • TrueTone Display Apple เปิดตัวเทคโนโลยี LCD แบบ TrueTone Display ใน iPad Pro ที่สามารถปรับสภาพสีและแสงของจอให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่ผู้ใช้ใช้งานอยู่ ภาพที่ได้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น โดย iPhone 8, iPhone 8 Plus มีเทคโนโลยี TrueTone Display ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการแสดงผลเช่นเดียวกันและใช้หน้าจอ Retina HD
  • กล้องหลัง iPhone 8, iPhone 8 Plus ใช้กล้องหลังความละเอียด 12MP(f/1.8) กันภาพสั่น OIS และเพิ่มเติม iPhone 8 Plus มาพร้อมกล้องหลัง 2 ตัว(Wide f/1.8, Tele f/2.8) 12MP เซ็นเซอร์ใหม่หมดและมีกันภาพสั่น OIS จำนวน 1 ตัว
  • กล้องหน้า ความละเอียด 7MP/ f2.2 พร้อมแฟลชจากหน้าจอ Retina HD
  • Portrait Lighting ใช้ AI และ Machine Learning มาช่วยปรับโหมดให้ถ่ายภาพ Portrait ใน iPhone 8 Plus จัดแสงของภาพได้สวยงามขึ้น
  • การถ่ายวิดีโอ กล้องหลังของ iPhone 8, 8 Plus ให้ภาพถ่ายวิดีโอที่คมชัดขึ้น, เก็บ Frame Rate ได้มากขึ้นละเอียดสูงสุดถึง 4K 60fps พร้อมถ่ายวิดีโอ Slo-Mo ความละเอียด 1080 240fps(slo-mo ได้ดีขึ้น)
  • ชาร์จไร้สาย (Wireless Charging) การเปลี่ยนมาเป็นวัสดุกระจกใน iPhone 8, iPhone 8 Plus เพื่อรองรับการชาร์จไร้สายผ่านแท่นชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi รองรับกำลังไฟสูงสุดที่ 7.5W
  • ชิป A11 BIONIC ทรงพลัง แบบเดียวกับที่ใช้ใน iPhone X จะมีประสิทธิภาพที่ดีกว่า A10X มากขึ้นไปอีก โดยชิป A11 BIONIC 10nm 64-bit มีประสิทธิภาพแรงมากกว่า A10 25% ประหยัดพลังงานกว่า และใช้ CPU 6-Cores
  • รองรับ AR เต็มรูปแบบ
  • มาพร้อม iOS 11
  • มี 3 ให้เลือกคือ Space Gray, Silver และ Gold
  • มี 2 ความจุให้เลือก 64GB และ 256GB
  • RAM 2GB ใน iPhone 8 และ 3GB ใน iPhone 8 Plus
  • LTE ความเร็วสูงสุด 800Mbps (Qualcomm = cat15 (800Mbps) รับความจุสูงสุด 80MHz, intel = cat12 (600Mbps) รับความจุสูงสุด 60MHz ซึ่งอาจจะเป็น 3 หรือ 4CA) โมเดลที่ขายในประเทศไทยใช้ชิป ​LTE จาก Intel
  • 802.11ac Wi-Fi รองรับ MIMO
  • Bluetooth 5.0

ชมรายละเอียดทางเทคนิคสเปคของเครื่อง iPhone 8, iPhone 8 Plus

ในกล่องของ iPhone 8 มีอะไรมาให้บ้าง?

  • เครื่อง iPhone 8/8 Plus
  • อะแดปเตอร์
  • สาย USB-A to Lightning
  • EarPods แบบ Lightning
  • Lightning to 3.5mm Adapter
  • SIM Ejector
  • เอกสารแนะนำการใช้งานเบื้องต้น

Iphone 8 Review 1011437

Iphone 8 Review 1011440
อะแดปเตอร์แบบนี้ของประเทศออสเตรเลียนะครับ ของไทยจะเป็นอีกแบบ
Iphone 8 Review 1011450
สาย USB-A to Lightning
Iphone 8 Review 1011442
Lightning to 3.5mm Adapter
Iphone 8 Review 1011446
Lightning EarPods

Iphone 8 Review 1011454

สำรวจรอบตัว iPhone 8/8 Plus

Iphone 8 Review 1011299
iPhone 8 Plus ด้านหน้า
Iphone 8 Review 1011283
iPhone 8 Plus ด้านหลัง
Iphone 8 Review 1011276
iPhone 8 Plus ด้านล่าง
Iphone 8 Review 1011279
iPhone 8 Plus ด้านขวา ปุ่ม Sleep/Wake
Iphone 8 Review 1011273
iPhone 8 Plus ด้านซ้าย
Iphone 8 Review 1011461
iPhone 8 ด้านหลัง
Iphone 8 Review 1011471
iPhone 8 ด้านหน้

เข้าสู่ช่วงการรีวิว iPhone 8 ที่ทีมงานประทับใจพร้อมแทรกความเห็นหลังจากได้ใช้งานรุ่นนี้ สามารถเริ่มอ่านได้จากนี้เป็นต้นไปเลยนะครับ

1. กล้อง iPhone 8 ดีกว่าที่คิด

Iphone 8 Review 1011502

แม้หน้าตาของกล้อง iPhone 8, iPhone 8 Plus ดูภายนอกแล้วไม่ต่างกับ iPhone 7, 7 Plus สักเท่าไหร่แต่การเปลี่ยนแปลงในระบบภายในนั้นมากมายยิ่งนักโดยเฉพาะเรื่องคุณภาพและรายละเอียดของภาพที่ได้จากกล้องของ iPhone 8 นั้นคุณภาพได้มีการพัฒนาขึ้นจากรุ่นก่อนอย่างมากมาย และคะแนนที่ทาง DxOMark ทดสอบออกมานั้นได้มากถึง 94 คะแนนเท่ากับ Samsung Galaxy Note8 และขึ้นแท่นอันดับ 1 กล้องสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดในช่วงเวลาหนึ่งและถูกล้มแชมป์ด้วย Google Pixel 2 นั่นเอง

ครั้งแรกก่อนทดสอบนั้นก็คิดว่า “กล้อง iPhone 8 ก็คงเหมือน iPhone 7 แหละ” แต่พอได้ลองใช้จริงๆ แล้วคุณภาพมันช่างต่างกันจริงๆและคุณภาพมีการปรับปรุงแบบก้าวกระโดดอย่างมากในหลายแง่ ดังนี้

  • การเก็บรายละเอียดที่มากขึ้นในความละเอียดกล้อง 12MP ซึ่งเท่ารุ่นก่อนแต่ว่าการเก็บสี แสง เงา การไล่โทนสี ทำได้ดีขึ้นมาก (ชมภาพตัวอย่างเพิ่มเติมคลิกที่นี่)
  • HDR ทำงานได้ดีขึ้นเก็บภาพย้อนแสง แสงจ้า และภาพเงามืดได้ดียิ่งขึ้น Dynamic range ทำได้ดีมากจนน่าตกใจ
  • ถ่ายภาพแสงน้อยได้ดีมากขึ้นแต่ว่ากล้อง iPhone 8 นั้นจะติดออกไปทาง Over Exposure หน่อยๆ ต้องพยายามปรับแสงให้ลดลงนิดนึงจะดูเหมาะ ถ่ายภาพแสงน้อยดีกว่า iPhone 7 อย่างเห็นได้ชัด
  • กล้อง iPhone 8 Plus มาพร้อมโหมด Portrait Lighting ที่สามารถเลือกสภาพแสงได้หลายรูปแบบ ทำให้ภาพถ่ายนั้นดูไม่ธรรมดาอีกต่อไป ใช้ iPhone 8 Plus ในการถ่ายภาพวิดีโอเหมือนยกกองถ่ายไปด้วยขนาดนั้นเลย 😀
  • ถ่ายวิดีโอแบบ 4K 60fps ได้ รายละเอียดสูง ภาพลื่นดี แต่ต้องใช้ไม้กันสั่นหรือว่าขาตั้งกล้องนะ ถ้าจับเดินถ่ายผมว่ามันยังสั่นอยู่ด้วยความที่การเก็บเฟรมเรตที่สูง ส่วนตัวแล้วคิดว่าการเก็บรายละเอียด แสง สี HDR ต่างๆ บนวิดีโอถือว่าทำได้ดีมาก
  • กล้อง Slo-mo ถ่ายภาพสโลโมชันได้เร็วขึ้นเฟรมเรตถึง 240fps ในความละเอียด 1080fps สามารถเก็บ footage ภาพสโลโมชันมาใช้ได้ค่อนข้างละเอียดดีเลย

ตัวอย่างภาพ Portrait + Portrait Lighting บน iPhone 8 Plus

Iphone 8 Review 1866 Iphone 8 Review 1878 Iphone 8 Review 2119 Iphone 8 Review 3165

ตัวอย่างภาพพาโนรามา จาก iPhone 8 Plus (ปรับสีในแอป Photos iOS 11)

Iphone 8 Review 1 Iphone 8 Review 2 Iphone 8 Review 3

สรุปสั้นๆ สำหรับกล้องของ iPhone 8 (Plus) แล้ว

ประทับใจมาก ไม่คิดว่า Apple จะอัปเกรดกล้องแบบก้าวกระโดดมากเท่านี้มาก่อน

2. ระบบชาร์จไร้สายครั้งแรกสำหรับ iPhone

Iphone 8 X Wireless Fast Charge Confirmed

จุดขายที่ 2 ที่ยกมานี้ทาง Apple ได้นำเสนอการชาร์จไร้สายหรือว่า Wireless Charging ให้กับ iPhone 8, 8 Plus (พร้อมด้วย iPhone X) เป็นครั้งแรก โดยรองรับกับอุปกรณ์ชาร์จมาตรฐาน Qi ซึ่งหมายความว่า ไม่จำเป็นต้องชาร์จจากแท่นชาร์จของ Apple เท่านั้น (AirPower แท่นชาร์จไร้สายจาก Apple พร้อมขายปี 2018) สามารถใช้ยี่ห้ออื่นๆ ได้ แนะนำว่าควรเลือกรุ่นใหม่ที่รองรับ Fast Charge ด้วยจะดีกว่า

ทีมงานได้ทดสอบระบบชาร์จไร้สายของ iPhone 8 กับแท่นชาร์จของ Samsung ที่รองรับระบบ Fast Charge สามารถชาร์จปกติแต่หากต้องการให้ชาร์จไร้สายแบบเร็วหรือว่าแรงดันไฟมากกว่า 5V นั้นต้องใช้เทคนิคหน่อย ตามที่เคยเขียนเอาไว้ที่นี่

ส่วนเรื่องการชาร์จกับ AirPower เองเราต้องรอชมปี 2018 กันอีกที่ว่าจะชาร์จได้เร็วแค่ไหน

ถ้าให้ตอบตามตรงหลังจากใช้ Wireless Charge กับ iPhone 8 รุ่นนี้หละก็ขอบอกว่า

สะดวกดี ชาร์จได้แม้ใส่เคสแต่ว่ายังช้าอยู่ จะเข้านอนก็วางลงแท่นชาร์จเลย ตื่นมาก็เต็มพอดี

แต่ถ้าให้เลือกซื้อชุดชาร์จในงบที่มีก้อนหนึ่งจะเลือกซื้ออะแดปเตอร์ที่รองรับ Power Delivery กับสาย USB-C to Lightning มาใช้งานแทนดีกว่า เพราะชาร์จได้เร็วกว่ามาก

หากอยากได้แท่นชาร์จไร้สายจริงๆ แนะนำว่าให้รอ AirPower ที่จะขายในปี 2018 น่าจะโอเคกว่า

แต่ถ้าใครมองเรื่องความสะดวกในการวางเครื่องลงแท่นชาร์จแล้วก็เข้าไปนอนแบบนี้ก็สะดวกดี ไม่ต้องคลำหาในความมืดเพื่อเสียบสายชาร์จอีกต่อไป (ปล. เรื่องแท่นชาร์จแยกเนี่ยเจ้าอื่นๆ ก็ต้องซื้อเพิ่มเหมือนกันนะครับ)

3. ดีไซน์ฝาหลังด้วยกระจกย้อนนึกถึงวันวานกับ iPhone 4

Iphone 8 Review 1011527
iPhone 8 Plus : Space Gray

การออกแบบฝาหลังที่ใช้เป็นกระจกรุ่นแรกนั้นต้องย้อนกลับไปเมื่อสมัย iPhone 4 ครั้งที่สตีฟ จ๊อบ ยังคงมีชีวิตอยู่และรุ่นนั้นเป็นอะไรที่บูมมากๆ ทั้งต่างประเทศและในไทยเองก็ตาม ฝาหลังกระจกถูกใช้มาถึง iPhone 4S แล้วจากนั้นใน iPhone 5 ก็เปลี่ยนเป็นเคสอะลูมีเนียมแบบชิ้นเดียวแทนเรื่อยมาจนถึง iPhone 7

รอบนี้ใน iPhone 8 ทาง Apple ได้เปลี่ยนกลับมาใช้กระจกหลังโดยหากมองในแง่ประโยชน์นอกจากความสวยงามแล้ว ยังเพื่อให้รองรับการชาร์จแบบไร้สาย ดังที่กล่าวไว้ในหัวข้อด้านบน

ยอมรับว่าสวยงามนะครับ กระจกหลังแวววาวดีทำให้เครื่องดูเด่น สวยงามคล้ายๆ iPhone 7 Jet Black แต่ว่ารุ่นนี้จะป้องกันรอยได้ดีกว่าสี Jet Black, น้ำหนักจะมากขึ้นเมื่อเทียบกับ iPhone 7 และสิ่งสำคัญคือ “ฝาหลังมันแตกได้” ดังนั้น ตั้งแต่ที่ผมได้เครื่องมาใช้งานก็จะใช้เคสกันกระแทกไว้เสมอ เพราะป้องกันไว้ดีกว่าเผื่อว่า iPhone หลุดมือขึ้นมาจะได้ไม่แตกทั้งด้านหน้าและหลังไปพร้อมๆ กัน 😛

บอดี้รอบนี้สวยจริง แต่สวยแบบหวาดเสียวหน่อย จะควักออกมาใช้งานหรือจะวางก็ต้องมีสติกันหน่อย ถ้าไม่อยากให้เครื่องตกแตก 😀

4. หน่วยประมวลผล A11 Bionic แรงอย่างมีมันสมอง

A11 Photo Leaks

Apple ออกแบบหน่วยประมวลผลรุ่นล่าสุดในชื่อ A11 Bionic ซึ่งความโดดเด่นของหน่วยประมวลผลรุ่นนี้คือ มาพร้อมแกนประมวลผลแบบ 6 แกน (6-cores) โดย 2-cores หลักเป็นตัวขับเคลื่อนพลังแบบเต็มสูบทำให้การประมวลผลนั้นเร็วมาก สามารถดูคะแนน benchmark ได้ที่นี่ ซึ่งได้คะแนนการประมวลผลสูงสุดในเหล่าสมาร์ทโฟน และอีก 4-cores สำหรับการจัดสรรพลังงานให้กับระบบ iOS ทำให้ iPhone 8 ยังสามารถใช้งานได้นานตลอดวันแถมยังประมวลผลได้แรงกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 25% ด้วย

A11 Bionic เป็นหน่วยประมวลผลรุ่นแรกที่ Apple ได้ใส่ Neural Engine (โครงข่ายประสาทเทียมที่เลียนแบบการทำงานของสมอง) เข้าไป สร้างการประมวลผลและจัดการลำดับต่างๆ ให้ฉลาดมากขึ้น เช่น ใช้ในการช่วยเรื่องการถ่ายภาพ วิเคราะห์แสง(อย่างที่เห็นใน Portrait Lighting), การจัดการการโฟกัสวัตถุ, การติดตามวัตถุแบบเรียลไทม์ของกล้องเพื่อใช้กับแอป AR ต่างๆ ฯลฯ เป็นไปอย่างราบลื่น

จากการใช้งานจริงพบว่าการถ่ายภาพสนุกขึ้น กดชัตเตอร์แล้วตอบสนองไวมาก เครื่องไม่หน่วง, การถ่ายวิดีโอแบบ 4K 60fps ลื่นดี, การแปลงไฟล์การใส่ filter เข้าไปในวิดีโอและการส่งออกไฟล์วิดีโอนั้นทำได้อย่างรวดเร็วมาก ไร้ความกังวลในการตัดต่อไฟล์ 4K ที่ถ่ายบนเครื่อง อีกตัวอย่างก็เช่นแอป Facebook เปิดกล้องไม่กระตุกเหมือนรุ่นเก่า (หัวเราะ)

Mapfan Ar Global Hero 2

การทำงานร่วมกับ AR อย่างเต็มรูปแบบต้องขอบคุณ A11 Bionic หน่วยประมวลผลที่แรง เร็ว ทำให้การเรนเดอร์ภาพกราฟิก การประมวลผลต่างๆ เป็นไปอย่างรวดเร็วและเรียลไทม์ ส่งผลให้แอปที่พัฒนาด้วย ARKits นั้นมีชีวิตขึ้นมาทันที เชื่อมโลกจริงกับโลกเสมือนเข้าด้วยกัน ตัวอย่างเช่น แอป MapFan ที่ใช้ AR เข้าช่วย สามารถนำทางแบบ Turn-by-Turn ให้กับเราได้เลย ช่วยให้เราเดินไปยังจุดหมายได้อย่างไม่ผิดพลาด ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมากๆ ครับ

หากต้องการสมาร์ทโฟนที่แรง เร็ว ประมวลผลได้อย่างราบลื่น ทำงานกราฟิกแบบไร้ปัญหา iPhone 8 ถือว่าเป็นส่ิงที่คู่ควรแล้ว

5. ชาร์จเร็วด้วย Power Delivery

Iphone 8 Review 5730

แม้จะไม่ใช้ของใหม่ในวงการสมาร์ทโฟน แต่เป็นครั้งแรกสำหรับการชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่แบบรวดเร็วใน iPhone ที่ใช้เวลาเพียง 30 นาทีก็ทำให้ได้จำนวนแบตเตอรี่กว่า 50% และเต็ม 100% ในเวลาเพียง 1 ชั่วโมงกว่าๆเท่านั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีสำหรับบางครั้งเรามีเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ที่ค่อนข้างจำกัดแต่จะได้แบตเตอรี่สำหรับใช้งานได้อีกเยอะเลยทีเดียว

แต่ทั้งนี้สิ่งที่เราต้องหาเพิ่มเติมคืออะแดปเตอร์ที่รองรับ Power Delivery(PD) ผ่านพอร์ต USB-C เช่น อะแดปเตอร์ของ MacBook Pro 2016 และอะแดปเตอร์รุ่นใหม่ทั่วไป พร้อมกับสายชาร์จ USB-C to Lighting ถึงจะได้รับประโยชน์สูงสุด

ส่วนตัวแล้วเห็นด้วยกับทาง Apple ที่ผลักดันเรื่องนี้แม้จะมาช้าหน่อยแต่ก็ถือว่าดีครับ ซึ่งในอนาคตเราก็คงจะได้เห็นอุปกรณ์เสริมทั้งอะแดปเตอร์ที่รองรับ PD (ตอนนี้ก็เห็นมากขึ้นแล้ว), แบตสำรองที่รองรับ PD และสายชาร์จของ 3rd Party แบบ USB-C to Lightning มาให้ใช้งาน ซึ่งต่อไปจะทำให้ราคาถูกลงและชาร์จอุปกรณ์ iDevices ที่จะออกมาในอนาคตได้ครับ

ราคาและการจัดจำหน่าย

Apple เปิดขาย iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 ผ่านทาง Apple Store Online สามารถสั่งสินค้าได้จากที่นั่นได้เลย พร้อมกันนี้ยังมีจำหน่ายที่ตัวแทนผู้ให้บริการเครือข่ายทั้ง TrueMove H, AIS, Dtac และร้านตัวแทนจำหน่ายอย่าง iStudio เช่นกัน ราคาเครื่องเปล่าจาก Apple Store Online อยู่ด้านล่างตามภาพ

Iphone 8 8plus ราคา

ส่วนราคาจากเครือข่ายพร้อมโปรโมชั่นต่างๆ นั้นสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ ราคา iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ล่าสุดจาก Apple และราคาสั่งซื้อล่วงหน้า True, AIS, Dtac

รีวิว iPhone 8, 8 Plus แรก คงขอจบไว้เพียงเท่านี้ เรายังมีให้ชมกันอีกเรื่อยๆ หากมีคำถามที่สงสัยจุดไหนสามารถทิ้งคอมเมนต์ไว้ที่ด้านท้ายบทความได้เลยนะครับ ทีมงานจะตรวจสอบและตอบคำถามให้ครับผม

ขอบคุณสำหรับการติดตาม รอบนี้ลาไปก่อน

สวัสดีครับ

ความคิดเห็น - Like เพจ iPhoneMod.net

ศิษย์เก่าวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ม. ขอนแก่น ผู้ก่อตั้ง iPhoneMod.net ตั้งแต่ปี 2009
อดีต Dell Technical Support รู้จัก ​Apple เพราะ Macbook Pro และใช้ iPhone ตั้งแต่รุ่น 3G จนถึงปัจจุบัน