ใน

Prime Video ทำรายได้ระดับหมื่นล้านดอลลาร์ ทำกำไรได้ด้วยตัวเองแล้ว

Andy Jassy ซีอีโอของ Amazon เผย Prime Video ทำรายได้ระดับหมื่นล้านดอลลาร์ พร้อมทำกำไรได้ด้วยตัวเอง จากภาพยนตร์ ซีรีส์ และการถ่ายทอดสดกีฬา

Prime Video ทำรายได้ระดับหมื่นล้านดอลลาร์ ทำกำไรได้ด้วยตัวเองแล้ว

เป็นเวลา 4 ปีแล้วหลังจากที่ Amazon เข้าซื้อกิจการ MGM ด้วยมูลค่า 8.5 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 289,000 ล้านบาท) แต่หลังจากความสำเร็จอย่างล้นหลามของภาพยนตร์ยอดฮิตประจำปีนี้อย่าง “Project Hail Mary” ธุรกิจฮอลลีวูดก็ได้กลายเป็นธุรกิจที่สร้างกำไรอย่างงดงามให้กับยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซ

Prime Video เติบโตจนทำกำไรได้ด้วยตัวเองและมีรายได้แตะระดับหมื่นล้านดอลลาร์

Andy Jassy ซีอีโอของ Amazon กล่าวในระหว่างการรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสเมื่อวันพฤหัสบดีว่า Prime Video ซึ่งเป็นบริการสตรีมมิงของ Amazon ได้ก้าวขึ้นมาเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีอัตราการทำรายได้ (Revenue Run Rate) อยู่ในระดับหลายหมื่นล้านดอลลาร์ และในตอนนี้สามารถทำกำไรได้ด้วยตัวเองแล้ว

ก่อนหน้านี้ Jassy เคยแจ้งกับนักลงทุนไปเมื่อเดือน พ.ค. ว่า Prime Video เริ่มมีผลกำไร แต่ข้อมูลเรื่องการเดินหน้าทำรายได้แตะระดับหลายหมื่นล้านดอลลาร์ถือเป็นรายละเอียดใหม่ที่เพิ่งเปิดเผย

Amazon ระบุว่าสตูดิโอภาพยนตร์ของบริษัทอย่าง Amazon MGM Studios ทำรายได้จากบ็อกซ์ออฟฟิศทั่วโลกไปแล้วมากกว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 40,800 ล้านบาท) ในปีนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากภาพยนตร์ยอดนิยมอย่าง “Project Hail Mary” และ “Verity”

จากข้อมูลของ The Numbers ภาพยนตร์เรื่อง “Project Hail Mary” ทำรายได้ทั่วโลกไปราว 684 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 23,256 ล้านบาท) นำแสดงโดย Ryan Gosling และสร้างจากนวนิยายของ Andy Weir โดยภาพยนตร์เข้าฉายในโรงภาพยนตร์เมื่อเดือน มี.ค. และกลายเป็นผลงานที่ทำรายได้สูงสุดของ Amazon MGM Studios ตามรายงานจากสื่อบันเทิงต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม สตูดิโอก็มีผลงานที่ไม่ประสบความสำเร็จอย่างเห็นได้ชัดอย่างน้อยหนึ่งเรื่องในปีนี้ คือ “Melania”

ซีรีส์ยอดฮิตและการถ่ายทอดสดกีฬาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของแพลตฟอร์ม

Jassy ยังได้ระบุถึงรายการทีวีและซีรีส์ยอดนิยมอีกหลายเรื่อง เช่น “Carrie”, “The Summer I Turned Pretty”, “The Boys”, “Off Campus”, “Fallout” และ “Reacher” โดยทางบริษัทระบุว่า ซีซัน 4 ของ “Reacher” ดึงดูดผู้ชมทั่วโลกได้ถึง 66 ล้านคนในช่วง 28 วันแรก และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งขณะนี้ซีซัน 5 อยู่ระหว่างการถ่ายทำ และซีรีส์เรื่องนี้ได้รับการอนุมัติให้สร้างต่อในซีซัน 6 แล้ว ทั้งนี้ หากใครไม่ได้ติดตาม Alan Ritchson ดารานำของ “Reacher” บน Threads ก็นับว่าพลาดการติดตามนักแสดงที่เปลี่ยนการตอบกลับที่เป็นมิตรแต่แฝงด้วยไหวพริบให้กลายเป็นงานศิลปะไปแล้ว

นอกจากนี้ คอนเทนต์กีฬาถือเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดย Prime Video ได้ถ่ายทอดสดการแข่งขัน NASCAR, The Masters และฟุตบอล UEFA Champions League แต่ Thursday Night Football ดูเหมือนจะเป็นรายการที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปีนี้ จากตัวเลขของ Nielsen ที่ Amazon นำมาเปิดเผย การแข่งขัน 6 นัดแรกของฤดูกาลนี้มีผู้ชมเฉลี่ย 17.7 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้น 16% จากปีที่แล้ว อีกทั้งทาง Nielsen ยังระบุเพิ่มเติมว่า บริการสตรีมมิงนี้สามารถดึงดูดผู้ชมได้มากกว่า 2 ล้านคนสำหรับการถ่ายทอดสด NBA on Prime ในซีซันที่สอง

ที่มา: TechCrunch

ความคิดเห็น - Like เพจ iPhoneMod.net

เขียนโดย Krongkwun Rithiwong

Love exploring new technology. Decoding the future, one gadget at a time.